ข่าวเด่น
ข่าวประชาสัมพันธ์
สถานการณ์ยางพารา - ข่าวย้อนหลัง

            นายบุญหาญ อู่อุดมยิ่ง อดีตประธานกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวในการเสวนา อนาคตยางไทย  สุดยอดยางโลก ว่า แม้จะมีการเปิดเสรีการค้าในเขตอาเซียนผลผลิตยางพาราไทยก็จะไม่ได้รับผลกระทบเพราะมีการส่งออกไปหลายประเทศ โดยมีจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ เป็นตลาดหลัก ซึ่งผลผลิตปีละประมาณ 3 ล้านตัน มูลค่า 2 แสนล้านบาท ส่งออกเป็นยางดิบ 90% ที่เหลือเป็นยางแปรรูป โดยรายได้กว่าแสนล้านบาทมาจากส่วนนี้ และหากได้รับการส่งเสริมมากขึ้นจะทำให้มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มอีกหลายเท่า 

            รศ.ดร.พูนพิภพ  เกษมทรัพย์ หัวหน้าภาควิชาพืชสวน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า รัฐบาลไทยต้องเร่งผลักดันการแปรรูปยางพาราไทยให้มากขึ้น ร่วมทั้งการผลักดันให้เกิดความเชื่อมั่นในตลาดโลกว่า หากจะผลิตเป็นล้อรถยนต์ ถุงมือยาง ถุงยางอนามัย จะต้องผลิตจากยางพาราของไทยชนิดไหน พันธุ์ใดที่มีคุณภาพเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดเพื่อเป็นการสร้างจุดแข็ง เอกชนไทยมีศักยภาพแต่ขาดการส่งเสริมจากภาครัฐ จะเห็นว่าประเทศจีนอุตสาหกรรมเพิ่งโตเพียง  10 ปี แต่สามารถผลิตยางรถยนต์เป็นที่ยอมรับทั่วโลกได้ ประเทศไทยจึงควรมีการส่งเสริมให้ถึงจุดนั้น เพราะจะทำให้ไทยมีรายได้มหาศาล และเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

            นางประนาถ พิพิธกุล เศรษฐกรผู้ชำนาญการ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กล่าวว่า คาดว่าปีนี้จะมีผลผลิตยางพาราประมาณ 4 แสนตัน ซึ่งไทยยังมีศักยภาพในการปลูกอีกมาก ขณะนี้คู่ค้าสำคัญของไทยคือจีนที่นำเข้ายางมากที่สุดประมาณ 33% ญี่ปุ่นนำเข้าประมาณ 22 % อนาคตตลาดสำคัญของไทยจะเป็นอินเดียและรัสเซีย ขณะที่จีนนอกจากเป็นคู่ค้าสำคัญแล้ว ยังกำลังเป็นคู่แข่งในการผลิตยางที่สำคัญด้วย เนื่องจากเริ่มเข้าไปปลูกในประเทศเพื่อนบ้านของไทยมากขึ้นเช่นพม่า ลาว เวียดนาม และอนาคตหากจีนสามารถเพิ่มพื้นที่ปลูกในประเทศเพื่อนบ้านได้ 30 ล้านไร่ก็จะทำให้ไม่มีความจำเป็นนำเข้าจากไทย.

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์