ข่าวเด่น
ข่าวประชาสัมพันธ์
สถานการณ์ยางพารา - ข่าวย้อนหลัง

"พาวเวอร์ สเตชั่น" เผยบริษัทแม่ "ฮาร์เล่ย์" เล็งตั้งฐานผลิตในไทย ทำราคาขายเหลือคันละ 3 แสนบาท หลังวางแผนเพิ่มยอดขายในอาเซียนโตเท่าตัวภายใน 5 ปี

นายเค็น สเวนสัน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท พาวเวอร์สเตชั่น มอเตอร์สปอร์ต จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮาร์เล่ย์-เดวิดสันในประเทศไทย เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานของบริษัทในไทยว่า บริษัทแม่มีนโยบายที่จะผลักดันยอดขายในเชียให้เติบโตยิ่งขึ้น หลังจากในปีที่ผ่านมาเป็นภูมิภาคที่มียอดขายเติบโตสูงเป็นอันดับสอง หรือเติบโตประมาณ 11.3% จากปีก่อนหน้า โดยมีการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายและเปิดโชว์รูมใหม่ในหลายประเทศ อาทิ ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ซึ่งตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้นเท่าตัวในระยะเวลา 5 ปี จึงได้สนใจลงทุนตั้งโรงงานขึ้นในภูมิภาคนี้ ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศที่บริษัทแม่ให้ความสนใจในการตั้งโรงงานผลิตเป็นอย่างยิ่ง

บริษัทประเมินว่าหากสามารถทำการผลิตในประเทศไทยได้นั้น จะทำให้ราคาจำหน่ายในประเทศต่ำลง โดยราคาเริ่มต้นน่าจะอยู่ที่ราว 2.5-3 แสนบาท จากปัจจุบันราคาอยู่ที่ 6.3 แสน-3 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันต้องเสียภาษีนำเข้าเฉลี่ยราว 90-100%

นอกจากแนวโน้มด้านการเพิ่มฐานผลิตในเอเชียแล้ว บริษัทแม่ยังมีนโยบายขยายตลาด ด้วยการจับกลุ่มลูกค้าที่อายุน้อยลง ซึ่งกลุ่มยังอะเดาต์นี้ ในปีที่ผ่านมามีการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 50% ด้วยการแนะนำรถดีไซน์ใหม่ มีความทันสมัยยิ่งขึ้น และในเร็ว ๆ นี้น่าจะมีการเปิดตัวรุ่น "สตรีท 750" ซึ่งจะเป็นรถเอ็นทรี่เลเวลรุ่นใหม่ ราคาจำหน่ายจะต่ำลง จากปัจจุบันที่ฮาร์เล่ย์เริ่มจำหน่ายรถในขนาด 883 ซีซีขึ้นไป

"การที่ฮาร์เล่ย์เริ่มมาจับกลุ่มลูกค้าที่อยู่ในตลาดอัพเพอร์มีเดียม ด้วยราคาจำหน่ายของรถที่ถูกลง ซีซีต่ำลง เราไม่ได้มองว่าภาพลักษณ์แบรนด์จะเสียหาย เพราะฮาร์เล่ย์เป็นแบรนด์ที่เน้นไลฟ์สไตล์ ลูกค้าเราก็เข้าใจในเอกลักษณ์ของแบรนด์ บางคนอาจจะซื้อทั้งรุ่นระดับพรีเมี่ยม และรุ่นที่ราคาต่ำ เพื่อการใช้งานที่ต่างกัน" นายเค็นกล่าว

แผนการดำเนินงานของบริษัท เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของบริษัทแม่นั้น ก็เตรียมที่จะเปิดโชว์รูมแห่งใหม่ตามหัวเมืองต่าง ๆ ทุกภาคภายใน 5 ปีนี้ โดยในปีนี้ตั้งเป้าจะเปิดสาขาให้ได้ 1 สาขาก่อน ด้วยงบฯลงทุนแห่งละ 30-50 ล้านบาท จากความต้องการของลูกค้าในต่างจังหวัดที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากเดิมที่มีเพียงโชว์รูมเก่าย่านเหม่งจ๋ายเพียงแห่งเดียว แต่ปีที่ผ่านมาก็ยังมียอดขายถึง 390 คัน จึงมั่นใจว่าการขยายโชว์รูมจะยิ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าในต่างจังหวัดได้มากขึ้น

ล่าสุดบริษัทได้เปิดโชว์รูมแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่บน ถ.พระรามเก้า ด้วยงบฯลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นโชว์รูมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน ประกอบด้วยโชว์รูมแสดงรถจักรยานยนต์ ศูนย์บริการที่รองรับรถได้ 300 คันต่อเดือน สินค้าเสื้อผ้าแฟชั่น และของตกแต่งรถ ก็น่าจะช่วยให้ยอดขายในปีนี้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 30% หรือประมาณ 450 คันอย่างแน่นอน

และในปีนี้ก็จะเริ่มธุรกิจการจำหน่ายรถฮาร์เล่ย์มือสอง โดยรับเทรดอินรถจากลูกค้า ซึ่งไม่จำกัดรุ่น ปี พ.ศ. หรือแหล่งที่ซื้อมา และจะนำรถมาซ่อมแซมปรับปรุงสภาพ เพื่อจำหน่ายต่อไป เนื่องจากเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจ และน่าจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี คาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนในช่วงกลางปีนี้

โดยจะใช้งบประมาณการตลาด 35 ล้านบาท ใน 2 รูปแบบ คือการจัดอีเวนต์มาร์เก็ตติ้ง เพื่อเพิ่มยอดขาย และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับโชว์รูมแห่งใหม่ที่พระรามเก้า มีเป้าหมายในการเน้นขยายเน็ตเวิร์กของการขายและการเซอร์วิส หรือบริการหลังการขาย และร่วมมือกับสมาคม HOG (Harley Owners Group) ในประเทศต่าง ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่แก่ลูกค้า

สำหรับผลกระทบด้านเกรย์มาร์เก็ตนั้น แม้จะไม่ได้มีตัวเลขเกรย์มาร์เก็ตที่จำหน่ายรถฮาร์เล่ย์นำเข้าอย่างเป็นทางการ แต่ก็คาดว่ามีอยู่ประมาณ 30 รายทั่วประเทศ ซึ่งหลายปีก่อนหน้านี้ เกรย์มาร์เก็ตตั้งราคาจำหน่ายที่ถูกกว่าค่อนข้างมาก บริษัทจึงได้ปรับกลยุทธ์ด้านราคาและคุณภาพการให้บริการ และไม่รับให้บริการรถที่ซื้อจากเกรย์มาร์เก็ต

ที่มา หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ (วันที่ 21 มกราคม 2557)