ข่าวเด่น
สถานการณ์ยางพารา - ข่าวย้อนหลัง

ตลาดหุ้นไทย ยังคงปิดลง 2.11% หรือ 30.20จุด สู่ร ดับ1,403.27จุด แรงซื้อในช่วงบ่ายช่วยป้องกันการร่วงลงอย่างรุนแรงเพราะนักลงทุนเริ่มสะสม หุ้นเพื่อทำกำไรก่อนฤดูกาลรายงานผลประกอบการ
          ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดสูงขึ้นในวันพฤหัสบดีหลังจากที่ตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานและ ยอดค้าปลีกเดือนพ.ค.ออกมา ดี (DJIA +1.2%, S&P 500 +1.48%,NASDAQ +1.32%).
          USD/THB ปิดลดลงสู่ระดับ 30.77 เงินบาทแข็งค่าขึ้น 0.55% หลังจากที่ ธปท.ระบุว่าพร้อมที่จะเข้าไปแทรกแซงเพื่อลดความผันผวนของการเคลื่อนไหวของ ค่าเงิน วานนี้ นักลงทุนต่างชาติหันกลับมาซื้อสุทธิพันธบัตรและหุ้นไทยอีกครั้ง
          วันนี้ คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 30.65-30.85

การเคลื่อนไหวของตลาดที่สำคัญ
          ตลาดหุ้นไทย ยังคงปิดลง 2.11% หรือ 30.20จุด สู่ระดับ1,403.27จุด แรงซื้อในช่วงบ่ายช่วยป้องกันการร่วงลงอย่างรุนแรงเพราะนักลงทุนเริ่มสะสม หุ้นเพื่อทำกำไรก่อนฤดูกาลรายงานผลประกอบการ
          เกาหลีใต้ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.50% ฟิลิปปินส์เองก็ยังมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50%เช่นเดิม ในขณะที่อินโดนีเซีย สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าคาด โดยได้ปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นจาก5.75% เป็น 6.00% เมื่อสองวันที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศอินโดนีเซีย (BI) ปรับเพิ่มอัตราเงินฝากขึ้น0.25% ไปที่ระดับ 4.25% เพื่อบรรเทาแรงกดดันการอ่อนค่าของเงินรูเปียห์หลังจากที่นักลงทุนต่างชาติเท ขายพันธบัตรและสกุลเงิน
          สหรัฐฯ: จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์สิ้นสุด เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ลดลง12,000 ตำแหน่งเพื่อ 334,000 น้อยกว่าประมาณการที่ 346,000 แสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงในตลาดแรงงานสหรัฐฯ นอกจากนี้ยอดค้าปลีกเดือนพ.ค.ขยายตัว 0.6% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นสุดในสามเดือน และสูงกว่าคาดการณ์ที่ระดับ0.4% ยอดค้าปลีกที่ปรับเพิ่มขึ้นส่งสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจในสหรัฐฯ โดยการปรับตัวดีขึ้นของการใช้จ่ายผู้จากบริโภคจะสนับสนุนการเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจ
          ปัจจัยที่น่าจับมองวันนี้: ตัวเลขการจ้างงานในไตรมาสแรกของยูโรโซน การผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนพ.ค.ของสหรัฐ และผลสำรวจความเชื่อมั่นเดือนมิ.ย.ในสหรัฐฯจากม.มิชิแกน
          ปัจจัยที่น่าจับมองในสัปดาห์หน้า: ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ(FMC) ในวันที่ 18-19 มิถุนายน
          ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดสูงขึ้นในวันพฤหัสบดีหลังจากที่ตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานและ ยอดค้าปลีกเดือนพ.ค.ออกมาดี (DJIA +1.2%, S&P 500 +1.48%, NASDAQ +1.32%). ราคาน้ำมันดิบตลาด NYMEX ส่งมอบเดือนก.ค. ปิดสูงขึ้น$0.81 สู่ระดับ$96.69/บา ร์เ รล ราคาทองตลาด COMEX ส่งมอบเดือ นส.ค. ปิด ต่ำ ลง 1%สู่ระดับ$1,377.80/ออนซ์ โดยนักลงทุนลดสถานะการถือครองทองคำหลังจากสหรัฐรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่ออก มาดีเกินคาด

สรุปความเคลื่อนไหวอัตราแลกเปลี่ยน
          EUR/USD ปิดตลาดสูงขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ระดับ 1.3328 เงินยูโรปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอีก 0.35% ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก สะท้อนจากดัชนี DXY ปรับลดลงมาอยู่ที่ 80.75 จาก 80.95 ในวันพุธ โดยวานนี้ ข้อมูลสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด ยอดค้าปลีกออกมาดีกว่าตลาดคาด โดยปรับเพิ่มขึ้น 0.6%MoM ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกปรับลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ USD/JPY ปิดตลาดลดลง 2.38% มาอยู่ที่ระดับ 94.38 เงินเยนปรับแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามการปรับย่อลงของตลาดหุ้นญี่ปุ่น หลังจากที่ผู้กำหนดนโยบายไม่ได้ประกาศนโยบายเชิงรุกเพิ่มเติมอย่างที่ตลาด คาดการณ์ไว้ในการประชุมนโยบายการเงินเมื่อต้นสัปดาห์ ทำให้สร้างความผิดหวังและลดความเชื่อมั่นต่อธนาคารกลาง ส่งผลให้ตลาดไม่มั่นใจว่าค่าเงินเยนจะสามารถอ่อนค่าไปได้อย่างต่อเนื่อง เช้านี้ ดัชนี NIKKEI เปิดตลาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว 3% หลังจากตลาดผ่อนคลายความกังวลลงบ้าง โดยอาจทำให้เงินเยนอ่อนค่าลงได้เล็กน้อยวันนี้
          GBP/USD ปิดตลาดสูงขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 1.5670 เงินปอนด์ปรับแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่สหรัฐฯ ประกาศข้อมูลที่ดีขึ้นกว่าคาด ขณะที่ยังไม่มีปัจจัยใหม่ผลักดันตลาด ค่าเงินปอนด์เห็นแนวโน้มที่ค่อนข้างสดใสตั้งแต่ปลายเดือนพ.ค. หลังจากข้อมูลเศรษฐกิจบ่งชี้ถึงสัญญาณที่ดีขึ้น หลังจากที่ค่าเงินปรับลดลงไปอยู่ในระดับต่ำสุดของปีที่ 1.4862 ในเดือนมี.ค. อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ค่าเงินปอนด์จะปรับแข็งค่าขึ้นช่วงนี้ แต่ยังคงอ่อนค่ากว่าเงินดอลลาร์ประมาณ 2.9% เมื่อเทียบกับต้นปี (Year to date)
          สกุลเงินเอเชียเห็นเซสชั่นการซื้อขายที่ผันผวนในวันพฤหัสบดีและปิดตลาดแตก ต่างกัน สกุลเงินที่เห็นการปรับแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ได้แก่ เงินเปโซ ดอลลาร์สิงคโปร์ และดอลลาร์ไต้หวัน วานนี้ มีการประชุมนโยบายการเงินจาก 3 ธนาคารกลาง โดยเกาหลีใต้และฟิลิปปินส์มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.5% และ 3.5% ขณะที่อินโดนีเซียปรับขึ้นอัตรา 25bps มาอยู่ที่ระดับ 6.0% โดยการตัดสินใจปรับขึ้นดังกล่าวเป็นมติต่อเนื่องจากการปรับขึ้นอัตรา ดอกเบี้ยเงินฝากข้ามคืนในวันก่อนหน้า โดยอินโดนีเซียต้องการชะลอเงินทุนไหลออก ซึ่งทำให้ให้ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม เงินรูเปียห์ยังคงอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ประมาณ 0.34% วานนี้
          USD/THB ปิดลดลงสู่ระดับ 30.77 เงินบาทแข็งค่าขึ้น 0.55% หลังจากที่ ธปท. ระบุว่าพร้อมที่จะเข้าไปแทรกแซงเพื่อลดความผันผวนของการเคลื่อนไหวของค่า เงิน นอกจากนี้ ผู้ว่าการ ธปท. แสดงความเห็นว่าเขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับการอ่อนค่าของเงินบาทอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับสกุลเงินอื่น ๆ ในภูมิภาค วานนี้ นักลงทุนต่างชาติหันกลับมาซื้อสุทธิพันธบัตรและหุ้นไทยอีกครั้งจำนวน 4.2 และ 1.3 พันล้านบาท ตามลำดับ

หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนที่ปรากฏอ้างอิงจาก Reuters ซึ่งอาจไม่ใช่ราคาทำการจริงในตลาด

ท่าน สามารถรับฟังข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติได้ที่ <โทร 0 2888 8822 หลังเลือกภาษา กด 711 ทิศทางค่าเงินวันนี้
.... กด 721 สรุปความเคลื่อนไหวอัตราแลกเปลี่ยนประจำวัน> หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
          www.twitter.com/KBankFX
          www.facebook.com/KBankFX

          นลิน ฉัตรโชติธรรม
          ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน
          โทรศัพท์: 02 470 3235
          E-mail: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

          ปารีณา  พ่วงศิริ
          ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน
          โทรศัพท์: 02 470 6749
          Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

          วิรชา ลออรรถวุฒิ
          ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน
          โทรศัพท์: 02 470 1031
          Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

          โดย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 14 มิ.ย. 2556