ข่าวเด่น
สถานการณ์ยางพารา - ข่าวย้อนหลัง

บมจ. ไทยออยล์ วิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ โดยระบุว่า น้ำมันผันผวนแดนลบ จากปัญหาหนี้ของไซปรัสและอุปทานที่กลับมาจากซูดานใต้

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะเคลื่อนไหวในกรอบ 105-112 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 88-95 เหรียญฯ
แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน (25 – 29 มี.ค. 56)
ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้คาดว่าจะยังคงผันผวนในแดนลบ เนื่องจากการกลับมาของอุปทานน้ำมันจากซูดานใต้ ประกอบกับความกังวลของตลาดต่อปัญหาด้านการเงินของไซปรัส ที่อาจส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลง และคาดว่าตลาดน้ำมันจะมีปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง จากการที่เป็นสัปดาห์ก่อนวันหยุดเทศกาลอีสเตอร์ อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ความรุนแรงที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางจะยังคงเป็น ปัจจัยสนับสนุนราคาน้ำมันไม่ให้ปรับลดลงมากนัก
ปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:
•การเสนอแผนการขอเงินช่วยเหลือของไซปรัสจำนวน 10,000 ล้านยูโรต่อสหภาพยุโรปและกองทุนการเงินระหว่างประเทศหลังจากรัฐสภาลงมติคัด ค้านการเก็บภาษีจำนวน 5,800 ล้านยูโรกับผู้ฝากเงิน ทำให้ไซปรัสต้องหานโยบายทางการคลังใหม่โดยได้มีการขอความช่วยเหลือจา กรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้ฝากเงินรายใหญ่ในธนาคารไซปรัส แต่การเจรจาไม่เป็นผลสำเร็จ นอกจากนี้ ธนาคารกลางยุโรปยังเพิ่มแรงกดดันต่อไซปรัสโดยให้เส้นตายในการยอมรับแผนการ เก็บภาษีจำนวน 5,800 ล้านยูโร ภายในวันที่ 25 มี.ค.
•การกลับมาของอุปทานน้ำมันดิบจากซูดานใต้ หลังมีข้อตกลงร่วมกันให้หยุดเหตุการณ์ความรุนแรงบริเวณชายแดนซูซานและซูดาน ใต้ในวันที่ 14 มี.ค. ส่งผลให้ซูดานใต้สามารถลำเลียงน้ำมันดิบผ่านท่อในซูดานได้หลังต้องหยุดการ ผลิตไปนับตั้งแต่ต้นปี 2555
•สถานการณ์ความไม่สงบในซีเรียหลังมีการยิงระเบิดที่หลายฝ่ายสงสัยว่ามีส่วน ผสมของอาวุธเคมีซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก โดยล่าสุดทั้งรัฐบาลเรียกร้องให้สหประชาชาติเข้ามาตรวจสอบถึงเหตุการณ์การ ระเบิดดังกล่าว ขณะที่ฝ่ายต่อต้านเรียกร้องให้ชาติตะวันตกให้ความช่วยเหลือทางการทหาร
•เหตุยิงระเบิดจากฉนวนกาซาร์เข้ามายังอิสราเอลระหว่างการเยือนของ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่หลายฝ่ายคาดว่าเป็นการเยือนเพื่อสมานความสัมพันธ์กับทั้งสองชาติมากกว่า ที่จะเป็นการเสนอนโยบายที่เป็นรูปธรรมเพื่อยุติความรุนแรงระหว่างอิสราเอล กับปาเลสไตน์
•ตัวเลขเศรษฐกิจที่สาคัญ ได้แก่ ดัชนีชี้วัดภาคการผลิตของเมืองชิคาโก ยอดขายบ้านใหม่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน ดัชนีราคาบ้าน ยอดสัญญาซื้อขายบ้านรอปิดการขาย ยอดขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงาน และจีดีพีไตรมาส 4 (Final) ของสหรัฐฯ
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (18 – 22 มี.ค. 56)
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับเพิ่มขึ้น 0.26 เหรียญฯ สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาปิดที่ 93.71 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 2.16 เหรียญฯ มาปิดที่ 107.66 เหรียญฯ ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวลดลงประมาณ 1.00 เหรียญฯ มาปิดที่ประมาณ 103.95 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าวิกฤตหนี้ในไซปรัสจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจยูโรโซน หลังประธานาธิบดีนิคอส อนัสตาเซียเดส ของไซปรัสประกาศใช้แผนการเก็บภาษีของเงินฝากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลาง สหรัฐฯ ที่จะยังเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือ QE ต่อไป รวมถึงโครงการซื้อสินทรัพย์ในวงเงิน 8.5 หมื่นล้านเหรียญฯต่อเดือน จนกว่าอัตราการว่างงานจะลดลงต่ำกว่าระดับ 6.5% และการลงมติร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสหรัฐฯเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะ Government Shutdown ในวันที่ 21มี.ค. นอกจากนี้ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังที่ปรับลดลง บริเวณคุชชิ่ง โอกลาโฮมา มีส่วนทำให้ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับเพิ่มขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ด้วย
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ(วันที่ 25 มีนาคม 2556)