ข่าวเด่น
ข่าวประชาสัมพันธ์
สถานการณ์ยางพารา - ข่าวย้อนหลัง

       ประเทศไทยนับเป็นแหล่งผลิต “เมล็ดพันธุ์พืช” ที่มีศักยภาพของภูมิภาคอาเซียน แต่ละปีมีการส่งออกค่อนข้างสูง โดยปี 2554 ที่ผ่านมา ไทยได้ส่งออกเมล็ดพันธุ์พืช จำนวน 30 ชนิด ปริมาณรวมกว่า 24,693.65 ตัน มีมูลค่าสูงถึง 3,853.73 ล้านบาท และปีนี้ส่งออกไปแล้วกว่า 5,452.88 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,152.39 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเมล็ดพันธุ์ผักและเมล็ดพันธุ์พืชไร่ มีตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ กัมพูชา พม่า มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ลาว เวียดนาม ศรีลังกา สิงคโปร์ อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้  จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น บังกลาเทศ ปากีสถาน ฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ และฮ่องกง ปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรได้เร่งพัฒนายกระดับ “ศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชพิษณุโลก” เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับสินค้าเมล็ดพันธุ์พืชของไทย ในการเข้าสู่เวทีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี (AEC) และตลาดโลกในอนาคต

       นายดำรงค์ จิระสุทัศน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ขณะนี้มีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนผลิตเมล็ดพันธุ์พืชในไทยเพื่อส่งออกมากขึ้น โดยว่าจ้างเกษตรกรให้เป็นผู้ผลิตเนื่องจากมีความประณีตในการผลิตสูง ทำให้ไทยเป็นฐานการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ผัก เช่น พืชตระกูลแตง มะเขือเทศ พริก ข้าวโพด ถั่วฝักยาว ผักกาด กวางตุ้ง และผักบุ้งจีน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตเมล็ดพันธุ์ของไทยให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และเป็นที่ต้องการของตลาดอาเซียนและตลาดโลก กรมวิชาการเกษตรจึงได้มอบหมายให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิษณุโลก เร่งพัฒนาศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชพิษณุโลก (Seed Center) ให้เป็นไปตามมาตรฐานของสมาคมทดสอบเมล็ดพันธุ์นานาชาติ(ISTA) เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของสากล
    

        กรมวิชาการเกษตร ได้ใช้งบประมาณเกือบ 10 ล้านบาท ในการพัฒนาศูนย์ฯ ดังกล่าว โดยสร้างอาคารถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์และปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ ปรับปรุงห้องปฏิบัติการตรวจสอบคุณภาพของเมล็ดพันธุ์และทดสอบความงอก ห้องปฏิบัติการตรวจสอบโรคพืชในเมล็ดพันธุ์ ห้องควบคุมอุณหภูมิเพื่อเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ ความจุ 400-500 ตัน รวมทั้งปรับปรุงห้องประชุม ห้องฝึกอบรม และห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ ตลอดจนเครื่องมือและอุปกรณ์และต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเมล็ดพันธุ์ เพื่อให้มีศักยภาพ มีความพร้อมที่จะรองรับและควบคุมเมล็ดพันธุ์คุณภาพมาตรฐานป้อนสู่ตลาด AEC และตลาดทั่วโลก

        ศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชพิษณุโลกนี้ มีหน้าที่วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ทั้งระบบ พร้อมส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์ชั้นพันธุ์จำหน่ายโดยดึงเกษตรกรเข้ามามีส่วนร่วม โดยเฉพาะการผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองและถั่วเขียว ปี 2556 มีเป้าหมายผลิต 450 ตัน แยกเป็น ถั่วเหลือง 300 ตัน และถั่วเขียว 150 ตัน เพื่อสนับสนุนโครงการจัดระบบการปลูกข้าวของรัฐบาล เพื่อลดปัญหาการแพร่ระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในนาข้าว ขณะเดียวกันยังมุ่งดำเนินงานตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์พืช เป้าหมายไม่น้อยกว่า 2,000 ตัวอย่าง/ปี พร้อมออกใบรับรองเมล็ดพันธุ์เพื่อกำกับสินค้าที่จะส่งออกไปต่างประเทศด้วย อีกทั้งยังดำเนินการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพให้กับเกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป ถือเป็นศูนย์เมล็ดพันธุ์ที่มีศักยภาพอันดับหนึ่งของอาเซียน

         ทางด้านนางกัลยา เนตรกัลยามิตร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิษณุโลก กรมวิชาการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชพิษณุโลกจะเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์ทั้งที่ใช้ภายในประเทศและเพื่อการส่งออก โดยศูนย์ฯ จะมีการจัดการความชื้น ตรวจสอบเปอร์เซ็นต์ความงอก และความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์ ไม่ให้มีพันธุ์ปนและไม่มีโรคพืชแฝงอยู่ในเมล็ดพันธุ์   ซึ่งจะทำให้ได้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล และพร้อมให้บริการด้านเมล็ดพันธุ์พืชแก่ประเทศสมาชิกอาเซียนด้วย

         ศูนย์ฯ ยังมีแผนจัดทำเว็บไซต์ (website) เปิดให้ภาครัฐและเอกชนซื้อขายเมล็ดพันธุ์พืชทุกชนิด ทั้งพืชผัก พืชไร่ พืชสวน เมล็ดงอกและต้นกล้าปาล์มน้ำมัน รวมถึงต้นกล้ายางพาราด้วย โดยในเว็บไซต์จะระบุแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ ปริมาณ คุณภาพ และกำหนดราคาจำหน่ายด้วย ผู้ที่ต้องการเมล็ดพันธุ์สามารถค้นหาข้อมูลได้ เป็นช่องทางขยายตลาดเมล็ดพันธุ์ของไทยให้กว้างขึ้น ทำให้การค้าเมล็ดพันธุ์พืชเกิดความคล่องตัว มีความสะดวกรวดเร็วและง่ายขึ้น ซึ่งช่วยให้การผลิตและการตลาดเมล็ดพันธุ์พืชของไทยมีเข้มแข็งยิ่งขึ้น

          “นอกจากศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชพิษณุโลก จะเป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ และส่งเสริมขยายเครือข่ายการผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีป้อนตลาด เพื่อทดแทนการนำเข้าและสนับสนุนการส่งออกแล้ว ศูนย์ฯ ยังมีศักยภาพในการตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์โดยยึดหลักเกณฑ์ตามมาตรฐานของ ISTA ซึ่งเชื่อถือได้ ผู้ที่จะส่งออกเมล็ดพันธุ์สามารถส่งตัวอย่างเข้ามาตรวจสอบและยื่นขอใบรับรองเมล็ดพันธุ์เพื่อกำกับสินค้าส่งออกได้” นางกัลยากล่าว.

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ (วันที่ 02 มกราคม 2556)