เกษตรกรเฮ!สินค้าเกษตรพุ่ง คาดครึ่งปีหลังราคากระฉูด สัญญาณภาคส่งออกสดใส

              นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า แม้ว่าที่ผ่านมาสินค้าเกษตรไทยหลายตัวจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง และโรคระบาด แต่จากการวิเคราะห์สถานการณ์สินค้าเกษตรโดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สำหรับพืชเศรษฐกิจตัวหลักๆ ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ข้าวโพด พบว่ามีแนวโน้มราคาที่ดีขึ้น

โดยในส่วนของข้าวนั้น ภายหลังจากมีการแพร่ระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลทำลายผลผลิตข้าวไปจำนวนมาก ประกอบกับปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงส่งผลให้ปริมาณข้าวลดลง ขณะที่ความต้องการสินค้าข้าวจากตลาดต่างประเทศยังคงมีสูง ดังนั้นจึงคาดว่า แนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลังราคาข้าวจะมีทิศทางเป็นบวก

ส่วน มันสำปะหลัง ที่เจอปัญหาเพลี้ยแป้งระบาดอย่างหนัก ทำให้ผลผลิตหายไปจากระบบไม่ต่ำกว่า 10 ล้านตัน ประกอบกับการผลักดันการใช้พลังงานทดแทนของรัฐบาลที่สูงขึ้น ทำให้ความต้องการใช้พืชพลังงานอย่างมันสำปะหลังมากขึ้น เพราะฉะนั้นแนวโน้มราคามันสำปะหลังในปีนี้น่าจะมีราคาที่มากกว่า 2 บาท/กิโลกรัม

ด้านปาล์มน้ำมัน แม้ว่าช่วงนี้จะมีปริมาณผลผลิตออกมาสู่ตลาดค่อนข้างมาก แต่พ้นช่วงเดือนนี้ไปผลผลิตจะเริ่มลดลง ประกอบกับตามประกาศของกระทรวงพลังงานว่า ในเดือนมิถุนายนนี้จะปรับน้ำมันไบโอดีเซลจาก B2 เป็น B3 จะยิ่งส่งผลให้ความต้องการใช้ปาล์มน้ำมันในภาคพลังงานทดแทนมีสูงขึ้น จึงเชื่อว่า ราคาปาล์มน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สินค้าอีกชนิดหนึ่งที่มีอนาคตสดใส ก็คือ ข้าวโพด เนื่องจากปีนี้ตลาดโลกมีความต้องการข้าวโพดสูง เพราะในต่างประเทศได้นำข้าวโพดไปใช้ในการผลิตเอทานอลมากขึ้น ทำให้ราคาข้าวโพดดีดตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะยิ่งในช่วงที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้น ความต้องการใช้ข้าวโพดในการผลิตพลังงานทดแทนสูงขึ้นตาม จึงส่งผลให้ราคาข้าวโพดสูงขึ้นตามไปด้วย ส่วนยางพาราขณะนี้ก็มีราคาดีอยู่แล้ว เพราะราคาเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 100 บาท เป็นราคาที่เกษตรกรพอใจ ทั้งนี้เกิดจากความต้องการของตลาดโลกมีมากขึ้น ประกอบกับความร่วมมือของ 3 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย ที่ร่วมมือกันพัฒนาระบบการผลิตยางพาราและการทำตลาดร่วมกัน ทำให้ราคาอยู่ในเกณฑ์ดีขึ้นตามลำดับ


จาก..   แนวหน้า ประจำวันที่ 27 พฤษภาคม 2553