ปูพรมตั้งโรงงานเหนือ-อีสาน "ไทยฮั้วยางพารา"รุกส่งออก

              ยักษ์ ส่งออกยาง "ไทยฮั้วยางพารา" สยายปีกลงทุนภาคเหนือ อีสาน ตั้งโรงงานรับซื้อน้ำยาง ผลิตยางแท่ง ยางแผ่นครบวงจร ล่าสุดขอรับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอตั้งโรงงานที่พิษณุโลก โคราช


รายงาน ข่าวจากศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1 พิษณุโลกระบุว่า มีโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่สำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ แต่มีพื้นที่การลงทุนอยู่บริเวณถนนวังทอง-พิษณุโลก อ.วังทอง จ.พิษณุโลก คือ บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) ซึ่งยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553 ที่ผ่านมา โดยยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน 109.4 ล้านบาท ผลิตยางผสม (compound rubber) กำลังการผลิต 36,000 ตันต่อปี และยางแผ่น ยางแผ่น รมควัน กำลังการผลิต 18,000 ตันต่อปี เพื่อการส่งออก 90% ประเทศผู้ซื้อหลัก คือ มาเลเซีย จีน และสิงคโปร์

นายจรัญ หมวกแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.วังนกแอ่น จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า บริษัทไทยฮั้วยางพารามาลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตยางแผ่นและยางผสม เนื่องจากพิษณุโลกมีพื้นที่ปลูกยางพารามากที่สุดในภาคเหนือ อีกทั้งจังหวัดรอบข้างก็มีพื้นที่ปลูกยางพาราในอัตราเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยได้จัดซื้อที่ดินจำนวน 132 ไร่ ริมถนนวังทอง-พิษณุโลก ต.วังนกแอ่น อ.วังทองเป็นที่ตั้งโรงงาน และในเดือนมิถุนายนนี้ไทยฮั้วฯได้เตรียมถมที่ดินและก่อสร้างโรงงานมูลค่า 400-500 ล้านบาท เฉพาะค่าเครื่องจักรมูลค่าเฉียด 100 ล้านบาท

โรงงาน ดังกล่าวมีขนาดใหญ่เทียบเท่ากับโรงงานไทยฮั้วฯที่ อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย โดยจะเปิดรับซื้อน้ำยาง ยางแผ่น ยางก้อน และเศษยางจากเกษตรกรในพื้นที่ และนำมาสู่การผลิตเป็นยางแผ่นรมควันและยางผสมเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ โดยมีตลาดใหญ่อยู่ที่ประเทศจีน อย่างไรก็ตามบริษัทไทยฮั้วฯมีการก่อสร้างโรงงานขนาดใหญ่ใน 9 จังหวัด อาทิ หาดใหญ่ ระยอง อุดรธานี สกลนคร ฯลฯ อนาคตบริษัทไทยฮั้วฯยังมีแผนขยายพื้นที่การลงทุนไปยัง จ.เชียงรายด้วย

นาย สมพร ภูชฎาภิรมย์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) จังหวัดพิษณุโลกกล่าวว่า ปริมาณยางแผ่นดิบแถบภาคเหนือตอนล่างเพิ่มขึ้นทุกปี และตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นไป สวนยางพาราส่วนใหญ่จะเปิดกรีดครบทุกแปลง ซึ่งจะมีปริมาณน้ำยางอัตราต่ำสุด 250 กิโลกรัมต่อไร่

กรณีที่ บริษัทไทยฮั้วฯตั้งโรงงานถือว่าเป็นเรื่องดีต่อเกษตรกรในจังหวัดพิษณุโลก เพราะขายยางได้ราคาเทียบเท่าทางภาคใต้ หักค่าขนส่งไม่ถึง 2 บาทเท่านั้น จากเดิมที่เกษตรกรเคยขาย 95 บาท (จากราคากลาง 100 บาท) สามารถขายได้ 99 บาท ผลประโยชน์ตกที่ชาวสวนยางในพื้นที่ ส่วนการเปิดตลาดกลางท้องถิ่นของ สกย.ยังคงดำเนินต่อไปเพื่อเป็นศูนย์รวบรวมผลิตภัณฑ์ยางพารา และในเร็ว ๆ นี้จะเตรียมเปิดตลาดกลางท้องถิ่นต่อเนื่อง เพื่อดึงราคายางให้สูงดีกว่าตลาดมืด เพื่อให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ราคาดีโดยไม่ต้องถูกพ่อค้าคนกลางตระเวนกดรับ ซื้อตามสวน

ทั้งนี้ ข้อมูลสำรวจดาวเทียมปี 2551 มีพื้นที่ปลูกยางพาราในจังหวัดพิษณุโลก 145,328 แสนไร่ ถือว่ามากเป็นอันดับหนึ่งของภาคเหนือ โดยจังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ปลูกยางพารา 90,000-100,000 ไร่ ส่วนพื้นที่เปิดกรีดสวนยางพาราในพิษณุโลกวันนี้มีน้อยแค่ 3,000 ไร่ แต่เชื่อว่าพื้นที่เปิด กรีดยางพารานับแต่ปี 2555 เป็นต้นไปจะเพิ่มขึ้น

สำหรับ พื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ พบพื้นที่ปลูกยางพาราประมาณ 600,000 ไร่ ส่วนภาพรวมทั้งประเทศมีพื้นที่ปลูกยางพารา 16.7 ล้านไร่ สวนยางกรีดได้ 11.5 ล้านไร่ ให้ผลผลิต 3.2 ล้านตัน ในปี 2551 ประเทศไทยส่งขายยางพาราขายต่างประเทศเกือบ 3 ล้านตัน มีมูลค่าประมาณ 2.3 แสนล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2539 ทุนจดทะเบียนรวม 1,500 ล้านบาท เป็นผู้ผลิตยางแท่งยางแผ่นรมควัน และน้ำยางข้นรายใหญ่ ปัจจุบันมีโรงงานในหลายจังหวัดได้แก่ สงขลา หนองคาย กระบี่ ตรัง อุดรธานี ระยอง และสกลนคร ล่าสุดยังยื่นขอรับ ส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ เพิ่มอีกหลายจังหวัด อาทิ นครราชสีมา บุรีรัมย์


 

จาก..   ประชาชาติธุรกิจ ประจำวันที่ 27 พฤษภาคม 2553