ลงทุนใต้ 3 เดือนสูงเฉียดหมื่นล้าน

              ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 5 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สรุปภาวการณ์ลงทุนในจังหวัดภาคใต้ของไตรมาสแรกของปี2553 เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2552 พบว่ามีโครงการที่ได้รับอนุมัติให้มีการส่งเสริมการลงทุนจำนวน 27 โครงการ เพิ่มขึ้นร้อยละ 42.11 เงินลงทุน 8,080.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 156.08 และมีการจ้างแรงงานไทย 3,816 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 42.49 โดยในปี 2552 นั้น มีการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนเพียง 19 โครงการ เงินลงทุน 3,155.40 ล้านบาท และมีการจ้างแรงงานไทย 2,678 คนตามลำดับ

ซึ่งภาพรวมของการลงทุนนั้นจะยังคงเป็นการลงทุนที่ต่อเนื่อง และส่วนใหญ่จะเป็นขยายกิจการของบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนอยู่แล้ว โดยยังสนใจในกิจการประเภทเกษตรกรรมเป็นหลัก เช่น น้ำมันปาล์ม อุตสาหกรรมยางพารา และในหมวดกิจการอุตสาหกรรมด้านบริการและสาธารณูปโภค โดยเฉพาะการท่องเที่ยว เช่น เรือเฟอร์รี ที่จอดเรือท่องเที่ยว สวนน้ำ เป็นต้น

ส่วนโครงการที่มีขนาดการลงทุนสูงสุดในไตรมาสแรกของปีนี้ คือ โครงการของบริษัทสยามมิชลิน จำกัด ผลิตยางผสม เงินลงทุน 3,103.70 ล้านบาท ถือหุ้นโดยชาวสวิตเซอร์แลนด์ทั้งสิ้น ตั้งใน จ.สุราษฎร์ธานี รองลงมาคือโครงการของบริษัทสงขลาแคนนิ่ง จำกัด (มหาชน) ผลิตอาหารสำเร็จรูป เงินลงทุน 1,036 ล้านบาท ถือหุ้นระหว่างคนไทยและญี่ปุ่น ตั้งที่ จ.สงขลา ส่วนอันดับ 3 เป็นโครงการของบริษัทสยามเซมเพอร์เมด จำกัด ผลิตถุงมือสำหรับตรวจโรค เงินลงทุน 890.30 ล้านบาท ถือหุ้นระหว่างคนไทยและออสเตรีย ตั้งอยู่ใน จ.สุราษฎร์ธานี

จาก 27 โครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนพบว่าตั้งอยู่ในภาคใต้ตอนล่าง 9 โครงการ เรียงจากจำนวนมากที่สุดตามลำดับ ได้แก่ จ.สงขลา 6 โครงการ, ตรัง 2 โครงการ และยะลา 1 โครงการ รวมเงินลงทุน 1,940.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากห้วงเวลาเดียวกันของปี 2552 ที่มีเพียง 5 โครงการ เงินลงทุนเพียง 991.50 ล้านบาท

เมื่อพิจารณาภาพรวมการลงทุนของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในไตรมาสแรกปีนี้พบว่ามีการส่งเสริมการลงทุนจำนวน 7 โครงการ เงินลงทุน 1,831.60 ล้านบาท มีการจ้างงานคนไทย 2,434 คน โดยโครงการส่วนใหญ่ที่ตั้งอยู่ใน จ.สงขลา จำนวน 6 โครงการ ประกอบกิจการอาหารสำเร็จรูป, น้ำยางข้น, ถึงมือสำหรับตรวจโรค (2 โครงการ) สนับสนุนการค้าและการลงทุน และสถานีบริการอัดและจำหน่ายก๊าซธรรมชาติสำหรับยานพาหนะ รวมเงินลงทุน 1,766.60 ล้านบาท และตั้งที่ จ.ยะลาอีก 1 โครงการ ได้แก่ ยางผสม เงินลงทุนอีก 65 ล้านบาท

ทั้งนี้ ภาพรวมของการส่งเสริมการลงทุนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในไตรมาสแรกนั้น เติบโตจากห้วงเวลาเดียวกันของปี 2552 เกือบ 2 เท่าตัวโดยมีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนเพียง 3 โครงการ เงินลงทุน 594.50 ล้านบาทเท่านั้น

สำหรับแนวโน้มการลงทุนในไตรมาส 2 นั้น บีโอไอได้คาดการณ์ว่าน่าจะขยายตัวต่อเนื่อง และสูงกว่าปี 2552 ส่วนหนึ่งเป็นปัจจัยบวกจากมาตรการเร่งรัดส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาล และภาวะเศรษฐกิจของโลกที่เริ่มดีขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ยังคงมีปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจในการลงทุนบ้าง เช่น ภาวะเศรษฐกิจ การเมืองที่เริ่มยืดเยื้อ ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และแรงงาน เป็นต้น

จาก..   หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ประจำวันที่ 30 เมษายน 2553