ปรับเป้าเศรษฐกิจปีนี้โต 5.7%

            ยันอานิสงส์ 6 มาตรการรัฐ-น้ำมันลด สศช.แนะเข็น4มาตรการช่วยกระตุ้น

            นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า สศช.ได้ปรับประมาณการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 51 ใหม่ เป็น 5.2-5.7% จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ 4.5-5.5% หลังจากมาตรการของรัฐบาลเริ่มมีผลต่อการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ ทั้งมาตรการภาษี การปรับเงินเดือน และ 6 มาตรการ 6 เดือน ที่สำคัญแนวโน้มการส่งออกที่ขยายตัวดีมากทั้งอาหาร ยานยนต์และชิ้นส่วนปิโตรเคมี ยางพารา ซึ่งเห็นได้จากมูลค่าการส่งออก 7 เดือนขยายตัวถึง 27.4% สูงกว่าที่คาดไว้เดิมที่ 13.3% และเชื่อว่าทั้งปีจะขยายตัวสูงถึง 16.5%

            นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกแม้จะผันผวนแต่มีแนวโน้มลดลง โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ส.ค. น้ำมันดิบดูไบลดลงอยู่ที่ 109.6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้สศช.คาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 110-120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะเดียวกันการเร่งรัดการใช้พลังงานทดแทนนั้นมีผลอย่างมาก โดยเฉพาะเอ็นจีวีที่สูงมากถึง 220.2% ในไตรมาสสอง ขณะที่การใช้น้ำมันลดลงถึง 16.1% จึงเชื่อว่าอัตราเงินเฟ้อทั้งปีเฉลี่ยอยู่ที่ 6.5-7%

            อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสองของปี 51 ขยายตัวเพียง 5.3% ลดลงจากไตรมาสแรกที่ขยายตัว 6.1% เพราะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน วัตถุดิบที่สูงขึ้น จนทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นถึง 7.5% สูงกว่าไตรมาสแรกที่ขยายตัวเพียง 5%

            ขณะเดียวกันภาครัฐได้ชะลอใช้จ่ายเพราะมีการขอปรับค่างาน (ค่าเค) ตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และความล่าช้าของกระบวนการจัดซื้อ จัดจ้าง ทำให้การใช้จ่ายลดลงถึง 2.4% รวมถึงการลงทุนก่อสร้างภาครัฐลดลง 5.2% เช่นเดียวกับภาคเอกชนที่ต้อง เผชิญภาวะต้นทุนสูงและมีความเชื่อมั่นลดลงทำให้ชะลอการลงทุนโดยขยายตัวเพียง 4.3% จากที่ขยายตัว ในไตรมาสแรก 6.5% แต่จากการส่งออกยัง ขยายตัวได้สูงถึง 9.7% สูงกว่าไตรมาสแรกที่ขยายตัว 8.7% จึงช่วยชดเชยให้เศรษฐกิจในครึ่งปีแรกขยายตัวได้ 5.7%

            ทั้งนี้รัฐบาลต้องเร่งดำเนินนโยบายใน 4 มาตรการเพื่อกำกับดูแลให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ตามเป้าหมาย คือการเร่งรัดการเบิกจ่ายของรัฐบาลให้เกิดขึ้นโดยเร็วหรือต้องเร่งรัดทุก 2 อาทิตย์ และให้เริ่มตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 52 (ต.ค.-ธ.ค.) เป็นต้นไป รวมถึงการเบิกจ่ายงบเอสเอ็มแอลให้ถึงมือชาวบ้านโดยเร็ว, เร่งรัดดูแลราคาสินค้าเกษตรอย่างใกล้ชิดเพราะผลผลิตกำลังจะออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก โดยให้กำหนดนโยบายเรื่องพลังงานทดแทนให้ชัดเจนจะได้วางแผนการใช้ผลผลิตให้ถูกต้อง หรือการเตรียมการรองรับปริมาณข้าวที่กำลังจะออกสู่ตลาด, เร่งติดตามผลของการใช้ 6 มาตรการ 6 เดือน ว่ามีผลมากน้อยเพียงใด ที่สำคัญต้องเร่งสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน ที่สศช.ถือเป็นหัวใจหลักที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง

            นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯและรมว.คลัง เปิดเผยว่ากระทรวงการคลังยังมั่นใจว่าเศรษฐกิจในปี 51 ยังเติบโตได้ที่ระดับ 6% ตามเป้าหมายเดิม เพราะรัฐบาลเตรียมออกมาตรการเพื่อเสริมรายได้ให้กับประชาชนออกมาอีกระลอกหนึ่ง รวมถึงมาตรการที่จะช่วยเหลือการท่องเที่ยวที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องภาษี รวมถึงการเร่งเรื่อง เมกะโปรเจคท์และการเบิกจ่าย ที่จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ตามเป้าหมายแน่

            ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกล่าวว่า ภาคเอกชนเชื่อมั่นว่าหากราคาน้ำมันไม่เพิ่มขึ้น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้ง 6 มาตรการของภาครัฐได้ผล ในครึ่งปีหลังภาวะเศรษฐกิจก็จะเริ่มดีขึ้นตามลำดับ

 

จาก..   หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ประจำวันที่ 26 สิงหาคม 2551