การออกใบอนุญาตสำหรับผู้ทำแปลงขยายพันธุ์ยางเพื่อการค้า

พันธุ์ยางที่เกษตรกรจะปลูกในต้นฤดูฝนหน้านี้ ควรพิจารณาให้ดีว่าเป็นพันธุ์รับรองจากกรมวิชาการเกษตรและเป็นพันธุ์แนะนำของสถาบันวิจัยยางถูกต้องตรงตามพันธุ์หรือไม่ เพราะหากใช้พันธุ์ยางผิดจะส่งผลกระทบต่อการให้ผลผลิตต่ำ ต่อรายได้เกษตรกรเจ้าของสวนยางและเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาล ดังนั้น ผู้ที่จะทำการขยายพันธุ์ต้นยางเพื่อการค้า พึงตระหนักและปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 จึงจะได้รับอนุญาตให้ประกอบการค้าได้ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ ยึดหรืออายัด

นายสุขุม วงษ์เอก ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ได้กล่าวว่า เพื่อให้การใช้พันธุ์ยางปลูกของประเทศไทยถูกต้องตรงตามพันธุ์ ผู้ประกอบการที่จะขยายพันธุ์ต้นยางเพื่อการค้า ควรทราบและทำความเข้าใจกับคำนิยามเหล่านี้ให้ชัดเจน แปลงขยายพันธุ์เพื่อการค้า เป็นแปลงที่จำหน่ายและผลิตต้นกิ่งตายาง ต้นกล้ายาง ต้นตอยาง ต้นยางชำถุงและหรือแปลงเพาะขยายส่วนอื่นใดของต้นยางที่สามารถใช้ขยายพันธุ์และเป็นการผลิตเพื่อการค้า กิ่งตายาง ต้องได้จากการตัดจากต้นยางพันธุ์ดีจากแปลงกิ่งตายางที่ใช้สำหรับการขยายพันธุ์ที่จดทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร ต้นกล้ายาง ต้นยางที่ปลูกด้วยเมล็ดสำหรับใช้เป็นต้นตอเพื่อตาด้วยยางพันธุ์ดี ต้นตอยาง เป็นต้นกล้ายางที่ติดตาด้วยยางพันธุ์ดีแล้วโดยถอนขึ้นมาตัดยอดและตัดกิ่งรากแขนงและปลายรากแก้ว ต้นยางชำถุง คือต้นยางที่ติดตาแล้วชำในถุง ได้รับการบำรุงรักษาจนตายางพันธุ์ดีเจริญเติบโตเป็นยอดใหม่

เมื่อเข้าใจและปฏิบัติถูกต้องแล้ว ผู้ประกอบการก็สามารถยื่นคำขออนุญาตขยายพันธุ์ต้นยางเพื่อการค้าได้ที่หน่วยราชการของกรมวิชาการเกษตรในพื้นที่ โดยนำสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เอกสารกรรมสิทธิ์ในที่ดินและแผนที่ตั้งแปลง เมื่อกรมวิชาการเกษตรได้รับคำขอแล้ว เจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบแปลงขยายพันธุ์ยางเพื่อการค้าให้ถูกต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดคือ แปลงกิ่งตาต้องมีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 1/2 ไร่ จำนวนต้นกิ่งตายางที่ปลูกเฉลี่ย 500-1,600 ต้นต่อไร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดกิ่งตา แปลงกิ่งตา ยางจะต้องเป็นแปลงตั้งอยู่เอกเทศ ไม่มีพืชอื่นปะปนและได้รับการดูแลรักษาถูกต้องตามหลักวิชาการ (การปราบวัชพืช การใส่ปุ๋ย การตัดแต่งเลี้ยงกิ่งตายางฯลฯ) และจัดแบ่งแปลงปลูกแต่ละพันธุ์ให้ชัดเจนไม่ปะปนกัน มีป้ายแสดงชื่อพันธุ์ไว้หน้าแปลง แปลงกล้ายางที่ใช้เป็นต้นตอ ควรมีจำนวนต้นกล้าที่เหมาะสมกับจำนวนตายางพันธุ์ดีที่สามารถจัดหาได้ สามารถแสดงรายละเอียดความต้องการและหลักฐานที่มาของตายาง แปลงเพาะชำยาง ชำถุง ยางชำถุงต้องผลิตจากแปลงขยายพันธุ์ยางที่จดทะเบียน โดยต้องมีหลักฐานแสดงแหล่งที่มีของตาพันธุ์ยางที่นำมาใช้ติดตาได้ ใช้วัสดุในการผลิตและการบำรุงรักษาเป็นไปตามหลักวิชาการและคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร มีการจัดทำปะรำโรงเพราะชำยางถุงจัดวางแถวต้นยางให้เป็นระเบียบ จัดแบ่งแยกพันธุ์แต่ละพันธุ์ให้ชัดเจน มีป้ายบอกชื่อพันธุ์ พร้อมทั้งแสดงวันที่ปีที่ชำเพื่อทราบอายุของต้นติดตายาง

หลังจากที่ตรวจสอบแล้วหากเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด กรมวิชาเกษตรจะออกใบอนุญาตให้กรณีที่ตรวจสอบแล้ว ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เจ้าหน้าที่จะให้คำแนะนำแก้ไขให้ถกต้อง แล้วตรวจสอบใหม่เพื่อออกใบอนุญาตให้ต่อไป แต่หากผู้ขออนุญาตไม่ได้รับอนุญาตเนื่องจากไม่สามารถดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดได้จะต้องยุติการประกอบการ

สำหรับบทลงโทษต่อผู้กระทำผิด ผู้ขยายพันธุ์ต้นยางเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และในกรณีมีเหตุจำเป็น พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจในการยึดหรืออายัดต้นยางหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของต้นยางได้

หากผู้ใดต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมโปรดติดต่อสอบได้ที่ฝ่ายควบคุมยางตามพระราชบัญญัติส่วนใบอนุญาตและขึ้นทะเบียน สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร และสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร โทร. 02-579-7557-8 ต่อ 307 ในเวลาราชการ