| การปลูกพืชคลุมเป็นวิธีหนึ่งที่ควบคุมการเจริญเติบโตของวัชพืชได้
และลดการชะลาง และพังทลายของดิน ตลอดจนสามารถปรับปรุงโครงสร้างและเพิ่มธาตุอาหารในดินด้วย
วัสดุปลูกที่ใช้ปลูกซ่อม
ควรเป็นต้นยางชำถุงเพื่อให้เจริญเติบโตได้ทันกัน
ชนิดของพืชคุลมดินที่ปลูกในสวนยาง
1.
คาโลโปโกเนียม เป็นพืชคลุมดินที่เจริญเติบโตได้รวดเร็ว
สามารถคลุมพื้นที่ทั้งหมดภายหลังปลูก ภายใน 2-3 เดือน แต่จะตายภายใน 18-24
เดือน
2. เพอราเรีย เป็นพืชคลุมดินที่เจริญเติบโตค่อนข้างเร็ว
สามารถคลุมพื้นที่ทั้งหมดหลังปลูกภายใน 5-6 เดือน คลุมดินได้ดีเมื่ออายุเกิน
2 ปี
3. เ็ซ็นโตรซีมา เป็นพืชคลุมดินที่เจริญเติบโตช้า แต่หนาทึบ
และอยู่ได้นานเจริญเติบโตได้ดีภายใต้ร่มเงา
4. ซีรูเลียม เป็นพืชคลุมดินที่เจริญเติบโตในระยะแรกช้า
สามารถคลุมพื้นที่ได้หนาแน่นภายใน 4-6 เดือน ทนต่อร่มเงาได้ดี
เนื่องจากลักษณะและการเจริญเติบโตของพืชคลุมดินแต่ละชนิดแตกต่างกัน
การปลูกพืชคลุมดินให้คลุมตลอดอายุต้นยางอ่อนควรปลูกหลายชนิดรวมกันตามสัดส่วนดังนี้
คือ
คาโลโปโกเนียม
: เซ็นโตรซีมา : เพอราเรีย ในอัตราส่วน 5:4:1 2:2:1 0:3:1 1:2:0 1:1:0
โดยน้ำหนักหรือเพอราเรียอย่างเดียวในอัตราปลูก 1 กิโลกรัมต่อไร่ ซีรูเลียมอย่างเดียว
270-310 กรัมต่อไร่ โดยการปลูกเป็นหลุมลึกประมาณ 1-2 นิ้ว ระยะปลูก 60x60
เซนติเมตร
การเตรียมเมล็ดพันธุ์พืชคลุมดิน
เมล็ดพืชคลุมดินมีเปลือกหุ้มเมล็ดแข็งจึงควรกระตุ้นให้เมล็ดงอกดีขึ้น
โดยปฏิบัติดังนี้
1.
แช่ในน้ำอุ่น ใช้ปฏิบัติกับเมล็ดพืชคลุมดินคาโลโปโกเนียม
เซ็นโตรซีมา และเพอราเรีย นำไปแช่ในน้ำอุ่น (น้ำเดือด : น้ำเย็น อัตรา
2:1) นาน 2 ชั่วโมง นำเมล็ดไปผึ่งให้แห้งหมาดๆ แล้วนำไปคลุกกับปุ๋ยหินฟอสเฟต
2.
แช่ในน้ำกรด ใช้ปฏิบัติกับเมล็ดซีรูเลียม โดยแช่ในกรดกำมะถันเข้มข้นนาน
10 นาที นำไปล้างน้ำแล้วผึ่งให้แห้ง
การปลูกุ์พืชคลุมดิน
และการดูแลรักษา
1.
การปลูกพืชคลุมดินในปีเดียวกับการปลูกยาง ในปีแรกให้ควบคุมพืชคลุมดินห่างจากแถวยาง
1.5-2 เมตร
2.
การปลูกพืชคลุมดินหลังปลูกยาง 1 ปีขึ้นไป ให้พืชคลุมดินห่างแถวยางได้ไม่ต่ำกว่า
1 เมตรเพื่อสะดวกต่อการปฏิบัติงาน และป้องกันไม่ให้พืชคลุมดินเลื้อยพันต้นยาง
3.
การปฏิบัติต่อพืชคลุมดินในฤดูแล้ง ควรทำแนวกันไฟรอบสวนยาง
|