งานบริการตาม พรบ.ยาง

การขออนุญาตในการประกอบการเกี่ยวกับยางพารา
การขออนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542


ในการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวกับยางพาราจะต้องมีการขออนุญาต

  1. การนำเข้าต้นยาง ดอก เมล็ด หรือตาของต้นยางหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของต้นยางที่อาจใช้เพาะพันธุ์ได้
  2. การส่งออกต้นยาง ดอกเมล็ดหรือตาของต้นยางหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของต้นผลที่อาจใช้เพาะพันธุ์ได้
  3. การขยายพันธุ์ต้นยางเพื่อการค้า ได้แก่ การผลิตกิ่งตายาง ต้นตอยาง ยางชำถุง เป็นต้น
  4. การนำยางเข้าใน ผ่าน หรือ ออกจากเขตควบคุมการขนย้ายยาง
  5. การค้ายาง ผู้ค้ายาง หรือซื้อยาง เพื่อทำการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดก็ตาม ต้องขอ
    อนุญาตค้ายาง โดยชำระค่าธรรมเนียมฉบับละ 25 บาท
  6. การตั้งโรงทำยาง ผู้ประกอบกิจการยางผลิตยางแบบผึ่งแห้ง ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง น้ำยางข้น ยางเครพ
    ยางผสมและยางชนิดอื่น ๆ ต้องขออนุญาตตั้งโรงทำยาง โดยชำระค่าธรรมเนียมฉบับละ 100 บาท
    (ใบอนุญาตประเภทละ 1 ฉบับ)
  7. ผู้นำยางเข้าต้องขออนุญาตเป็นผู้นำยางเข้ามาในราชอาณาจักร
  8. ผู้ส่งออกต้องขออนุญาตเป็นผู้ส่งยางออกนอกราชอาณาจักรโดยชำระค่าธรรมเนียมฉบับละ 100 บาท
  9. ผู้ที่ดำเนินการห้องทดสอบคุณภาพยางต้องขออนุญาตเป็นผู้จัดให้มีการวิเคราะห์หรือการทดสอบคุณภาพยาง

ซึ่งในการขออนุญาตดังกล่าว จะต้องติดต่อกับหน่วยงานของสถาบันวิจัยยางในส่วนกลาง หรือส่วนภูมิภาค

 
การขออนุญาตเป็นผู้ผลิตยางแท่งเอสทีอาร์

ผู้ประสงค์จะตั้งโรงงานผลิตยางแท่งและใช้เครื่องหมาย 'เอสทีอาร์' ในการจำหน่ายยางแท่งที่ผลิตขึ้น นอกจากต้องดำเนิน
การตามกฎระเบียบของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องแล้ว จะต้องดำเนินการ
ขออนุญาตเป็นผู้ผลิตยางแท่งเอสทีอาร์ ตามระเบียบกรมวิชาการเกษตรว่าด้วยหลักเกณฑ์ การอนุญาตเป็นผู้ผลิตยางแท่งเอสทีอาร์ พ.ศ. 2538 โดยยื่นขอต่อ สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

รายละเอียดการดำเนินการขออนุญาต มีดังนี้
  คำขออนุญาตเป็นห้องปฏิบัติการยางแท่งเอสทีอาร์(แบบเอสทีอาร์3)
  สำเนาบัตรประชาชน หรือใบสำคัญต่างด้าว และทะเบียนบ้าน
  หนังสือบริคณห์สนธิ
  หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
  รายชื่ออุปกรณ์เครื่องมือการทดสอบ
  หนังสือรับรองการฝึกอบรมของสถาบันวิจัยยาง
 
การขออนุญาตขยายพันธุ์ต้นยางเพื่อการค้า
1.
ยื่นคำขอจดทะเบียนตามแบบกย.80 ต่อ
1.1     สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือ
1.2     ศูนย์วิจัยยาง (สงขลา สุราษฎร์ธานี ฉะเชิงเทรา และหนองคาย) ในเขตที่แปลงที่ขอจดทะเบียนตั้งอยู่ หรือ
1.3     สถานีทดลองยาง สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด
2.
หน่วยงานตามข้อ 1.1-1.3 จะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบแปลงที่ขอจดทะเบียน
3.
รายงานผลการตรวจตามข้อ2 ให้สถาบันวิจัยยาง เพื่อเสนอกรมวิชาการเกษตรพิจารณาอนุมัติจดทะเบียนต่อไป
4.
การยื่นคำขอ สามารถจะทำได้ตลอดทั้งปี
5.
หลังจดทะเบียนแล้วจะออกหนังสือรับรองจดทะเบียนให้ ซึ่งมีอายุ 1 ปี
6.
การต่ออายุหนังสือรับการจดทะเบียน ศูนย์วิจัยยางจะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบแปลงและให้ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยางพิจารณาต่ออายุให้เป็นประจำทุกปี
 
การออกใบรับรองมาตรฐานยางแท่งเอสทีอาร์
1. ขั้นตอนการขอใบรับรองมาตรฐานยางแท่งเอสทีอาร์
1.1
ผู้ผลิตยางแท่ง ส่งยางแท่งให้ห้องทดสอบมาตรฐานทำการทดสอบมาตรฐานยางแท่งเอสทีอาร์
1.2
ห้องทดสอบมาตรฐานยางแท่งเอสทีอาร์ทำการทดสอบมาตรฐานยางแท่งเอสทีอาร์ ดังนี้
  - การเตรียมตัวอย่าง
- การทดสอบปริมาณสิ่งสกปรก
- การทดสอบปริมาณเถ้า
- การทดสอบสิ่งระเหย
- การทดสอบปริมาณไนโตรเจน
- การทดสอบค่าดัชนีความอ่อนตัว
- การทดสอบสี
- การทดสอบความหนืด
- การทดสอบสมบัติการคงรูป
- การทดสอบปริมาณการที่ถูกสกัดด้วยอะซิโตน
- การทดสอบการเพิ่มความแข็งระหว่างเก็บ
1.3
นำผลการทดสอบมาวิเคราะห์เพื่อจัดชั้น และออกใบรับรองคุณภาพตามแบบฟอร์มใบรับรองคุณภาพยางแท่งที่กำหนด
2.  ห้องทดสอบมาตรฐานยางแท่งเอสที่อาร์ ที่สามารถออกใบรับรองคุณภาพมาตรฐานยางแท่งเอสทีอาร์ ประกอบด้วย
2.1
ห้องทดสอบมาตรฐานยางแท่งเอสทีอาร์ของสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร
2.2
ห้องทดสอบยางแท่งเอกชนที่ได้รับอนุญาตให้เป็นห้องปฏิบัติการยางแท่งเอสทีอาร์ จากกรมวิชาการเกษตร

งานบริการทดสอบ

ในปัจจุบัน สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ได้มีการให้บริการวิเคราะห์ยาง และการฝึกอบรมเกี่ยวกับยาง โดยมีรายละเอียดดังนี้

งานบริการส่งออก

  1. การปรับปรุงขั้นตอนและวิธีการส่งออกยาง
    การส่งออกยางเดิม มีขั้นตอนที่ต้องใช้เวลามาก ด้วยเหตุนี้สถาบันวิจัยยางจึงได้ปรับปรุงการบริการ
    ส่งออกยาง โดยให้บริการส่งออกยางแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) โดยมี 3 หน่วยงานที่
    เกี่ยวข้อง

    • สถาบันวิจัยยาง เป็นผู้ดำเนินการออกใบอนุญาตส่งยางออกและชำระค่าธรรมเนียม
      การออกใบผ่านด่าน
    • สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางรับชำระเงินสงเคราะห์ปลูกแทน (cess)
    • ด่านศุลกากรดำเนินการในเรื่องพิธีการส่งออก เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ ผู้ส่งออก โดยจุด
      ให้บริการตั้งอยู่ในแหล่งส่งออกยางที่สำคัญ ๆ เช่น ท่าเรือกรุงเทพฯ ท่าเรือภูเก็ต ท่าเรือแหลมฉบัง
      จังหวัดระยอง ปัจจุบันสถาบันวิจัยยางได้ร่วมกับสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง
      ให้บริการส่งออกแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) โดยมีเจ้าหน้าที่จากทั้ง 2 หน่วยงาน
      ให้บริการการออกใบผ่านด่านและดำเนินการในขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ณ จุดเดียวกัน เป็นการอำนวย
      ความสะดวกแก่ผู้ส่งออกสามารลดจำนวนสถานที่ติดต่อ


  2. การให้บริการข้อมูลส่งออก
    สถาบันวิจัยยางได้จัดทำระบบการจัดเก็บข้อมูลให้มีความรวดเร็วและถูกต้องยิ่งขึ้น เพื่อให้บริการ
    ข้อมูลแก่ผู้เกี่ยวข้องในวงการอุตสาหกรรมยาง นอกจากนั้นยังได้จัดทำข่าวศูนย์ผลักดันสินค้า ยาง
    พาราเป็นประจำทุกเดือน รวมทั้งข้อมูลทั่วไปในด้านการค้า และอุตสาหกรรมยางโดยเผยแพร่ให้แก่
    ผู้เกี่ยวข้องในวงการค้าและอุตสาหกรรมยางทั้งที่เป็นหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคเกษตรกร
    ชาวสวนยาง จำนวน 1,500 รายในแต่ละเดือน


  3. การปรับปรุงกฎระเบียบในการขนย้ายยางข้ามเขต
    สถาบันวิจัยยางได้ปรับปรุงระเบียบวิธีปฏิบัติในการขนย้ายยาง ซึ่งแต่เดิมการขนย้ายยางข้ามเขต
    จะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ พ.ร.บ.ยางประจำท้องที่ต้นทางและปลายทางทราบก่อน จึงจะขนย้ายยางได้
    แต่ปัจจุบันแจ้งให้เจ้าหน้าที่ พ.ร.บ.ยางประจำท้องที่ต้นทางเพียงครั้งเดียวโดยไม่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่
    ปลายทาง เพื่อลดขั้นตอนการดำเนินการ ช่วยอำนวยความสะดวกในการขนย้ายยางข้ามเขตให้เป็นไป
    อย่างคล่องตัวยิ่งขึ้น


การให้บริการส่งออกยางแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service)

     ขั้นตอนการขอส่งออกยาง

  1. ผู้ส่งออกที่มีความประสงค์จะส่งยางแท่งเอสทีอาร์ น้ำยางผสมสารเคมี (Compound Latex)
    ยางผสมสารเคมี (Compound Rubber) และยางมาสเตอร์แบทซ์ (Masterbatch Rubber)
    จะต้องขอหนังสือรับรองคุณภาพยางก่อน โดยส่งตัวอย่างให้ส่วนอุตสาหกรรมยาง สถาบันวิจัยยาง
    วิเคราะห์และออกใบรับรองคุณภาพยาง

  2. ผู้ส่งออกที่มีความประสงค์จะส่งออกทำคำขอชำระเงินสงเคราะห์ (cess) ต่อเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน
    กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางหรือตัวแทนของแต่ละท้องที่ในอัตรากิโลกรัมละ 0.90 บาท

  3. ผู้ส่งออกติดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของสถาบันวิจัยยาง ซึ่งประจำอยู่ที่สำนักงานที่จัดตั้งขึ้นเพื่ออำนวย
    ความสะดวกของแต่ละท้องที่เพื่อขอใบผ่านด่านศุลกากรในการส่งยางออก (แบบยาง 12) โดยจัดเตรียม
    เอกสารประกอบดังนี้

    • คำขอใบผ่านด่านศุลกากรเพื่อส่งยางออกนอกราชอาณาเขต (แบบยาง 11)
    • ใบกำกับสินค้า (Invoice)
    • แบบธุรกิจต่างประเทศ (แบบ ช.ต.1) สำหรับสินค้าที่มีมูลค่ามากกว่า 500,000 บาท
    • หนังสือรับรองคุณภาพยาง (แล้วแต่ชนิดยาง)
    • ใบรับเงินสงเคราะห์ของสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง โดยชำระเงินค่า ธรรมเนียมการออกใบผ่านศุลกากร
      ในอัตรากิโลกรัมละ 0.002 บาท

  4. ผู้ส่งออกติดต่อด่านศุลกากรเพื่อทำพิธีการส่งออกต่อไป