Super User

Super User

ผู้ดูแลระบบ

ฤกษ์ดี ดร.ธีธัช สุขสะอาด เข้านั่งเก้าอี้ผู้ว่าการ กยท. คนแรกอย่างเป็นทางการ เผยพร้อมทำงานขับเคลื่อน กยท. ให้ถึงเป้าหมายตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อสร้างความสุขแก่พี่น้องชาวสวนยาง

วันนี้ (23 มีนาคม 2559) เวลา 09.00 น. ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กยท. ได้เดินทาง เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการ กยท. คนแรกและเข้าปฏิบัติงานที่ กยท. อย่างเป็นทางการ โดย ดร.ธีธัช กล่าวว่า โดยหลักการแล้ว กยท. เหมือนแม่น้ำ 3 สายที่แข็งแรงอยู่แล้ว วันนี้รวมกันเป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่แข็งแรงขึ้น ต้องอยู่รวมกัน เน้นย้ำการทำงานบนหลักธรรมาภิบาล และเป็นทีมเวิร์ค โดยเป้าหมายนอกจากพนักงานใน กยท. ที่ต้องอยู่ร่วมกันทำหน้าที่ให้แข็งแกร่งแล้ว ต้องมองถึงเกษตรกรชาวสวนยางโดยรวมให้มีความสุขด้วย ณ วันนี้อยากให้คิดและทำงานแบบการยางแห่งประเทศไทยจริงๆ ตนพร้อมจะนำนาวา กยท. ลำใหญ่ลำนี้ ไปให้ถึงเป้าหมาย

ด้านประวัติ ผู้ว่าการ กยท. ดร.ธีธัช จบการศึกษาจากคณะเศรษฐศาสตร์ จากรั้วแม่โดม ก่อนเข้าศึกษาปริญญาโทด้านการบริหารงานระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยเม ลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และจบการศึกษาปริญญาเอก สาขาการจัดการธุรกิจจากมหาวิทยาลัยวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย

ประสบการณ์ด้านการทำงาน เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การตลาด กระทรวงมหาดไทย ก่อนหมดวาระในปี 2557 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 4 ปี นอกจากนี้ยังเป็นที่ปรึกษาโครงการให้แก่ บริษัทแอดว๊าน เวนเจอร์โซลูชั่น ประเทศไทย อีกด้วย

ที่มา : ThaiPR.net (วันที่ 23 มีนาคม 2559)

นายนีล แอตคินสัน ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรมน้ำมันและตลาดของสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุว่า การบรรลุข้อตกลงระหว่างกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันในการจำกัดการผลิตในการ ประชุมเดือนหน้า จะไม่มีความหมายแต่อย่างใด เนื่องจากซาอุดิอาระเบียเป็นเพียงประเทศเดียวที่สามารถเพิ่มปริมาณการผลิต น้ำมันได้

"การจำกัดการผลิตน้ำมันในครั้งนี้จะแทบไม่มีความหมาย โดยสิ่งนี้เป็นเพียงการแสดงออกซึ่งท่าทีในการสร้างความเชื่อมั่นว่าราคา น้ำมันจะมีเสถียรภาพ" เขากล่าว

นายแอตคินสันยังกล่าวว่า อิหร่านจะต้องใช้เวลาต่อไปอีกกว่าที่จะผลิตน้ำมันสู่ระดับที่เท่ากับช่วงก่อนถูกคว่ำบาตร

นอกจากนี้ เขายังคาดว่าช่องว่างระหว่างอุปสงค์และอุปทานน้ำมันจะลดลงในปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาฟื้นตัวขึ้นในปีหน้า

ลิเบียประกาศไม่เข้าร่วมการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันในวันที่ 17 เม.ย. ซึ่งมีเป้าหมายที่จะจำกัดการผลิตน้ำมันเพื่อกระตุ้นราคาในตลาด

ท่าทีของลิเบียดังกล่าวสอดคล้องกับอิหร่าน ซึ่งยังไม่ได้ยืนยันการเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้

อิหร่านยืนยันมาโดยตลอดว่าต้องการเดินหน้าการผลิตน้ำมันเพื่อชดเชยกับ ส่วนที่ขาดหายไปในช่วงที่ถูกนานาชาติคว่ำบาตร โดยอิหร่านระบุว่าจะเข้าร่วมการประชุมเพื่อหารือการจำกัดการผลิตน้ำมัน ก็ต่อเมื่อสามารถผลิตน้ำมันแตะระดับ 4 ล้านบาร์เรล/วัน

การที่ลิเบียและอิหร่านไม่เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวจะลดประสิทธิภาพที่ จะเกิดจากการประชุม ถึงแม้ว่าผลผลิตน้ำมันของลิเบียได้ลดลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาจากปัญหา ความไม่สงบภายในประเทศ
ลิเบียแสดงความต้องการที่จะปรับเพิ่มการผลิตน้ำมันสู่ระดับก่อนเกิดสงครามในประเทศ

กาตาร์จะเป็นประธานในการประชุมดังกล่าว ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์

คาดว่าผู้ผลิตน้ำมันราว 15 ชาติจะเข้าร่วมการประชุม ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนการผลิตน้ำมันทั่วโลกราว 73%

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) (วันที่ 23 มีนาคม 2559)

ลิเบียประกาศไม่เข้าร่วมการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันในวันที่ 17 เม.ย. ซึ่งมีเป้าหมายที่จะจำกัดการผลิตน้ำมันเพื่อกระตุ้นราคาในตลาด

ท่าทีของลิเบียดังกล่าวสอดคล้องกับอิหร่าน ซึ่งยังไม่ได้ยืนยันการเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้

อิหร่านยืนยันมาโดยตลอดว่าต้องการเดินหน้าการผลิตน้ำมันเพื่อชดเชยกับ ส่วนที่ขาดหายไปในช่วงที่ถูกนานาชาติคว่ำบาตร โดยอิหร่านระบุว่าจะเข้าร่วมการประชุมเพื่อหารือการจำกัดการผลิตน้ำมัน ก็ต่อเมื่อสามารถผลิตน้ำมันแตะระดับ 4 ล้านบาร์เรล/วัน

การที่ลิเบียและอิหร่านไม่เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวจะลดประสิทธิภาพที่ จะเกิดจากการประชุม ถึงแม้ว่าผลผลิตน้ำมันของลิเบียได้ลดลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาจากปัญหา ความไม่สงบภายในประเทศ
ลิเบียแสดงความต้องการที่จะปรับเพิ่มการผลิตน้ำมันสู่ระดับก่อนเกิดสงครามในประเทศ

กาตาร์จะเป็นประธานในการประชุมดังกล่าว ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์

คาดว่าผู้ผลิตน้ำมันราว 15 ชาติจะเข้าร่วมการประชุม ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนการผลิตน้ำมันทั่วโลกราว 73%

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) (วันที่ 23 มีนาคม 2559)

เอเอฟพี/มาร์เก็ตวอชต์ - น้ำมันโลกร่วงหนักในวันพุธ(23มี.ค.) หลังพบสต๊อกเชื้อเพลิงสหรัฐฯเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่วนวอลล์สตรีทปิดลบตามแรงฉุดกลุ่มท่องเที่ยวจากเหตุโจมตีนองเลือดกรุงบ รัสเซลส์ ขณะที่ดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นเหนี่ยวรั้งราคาทองคำให้ปิดต่ำสุดในรอบ 1 เดือน

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม ลดลง 1.66 ดอลลาร์ ปิดที่ 39.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม ลดลง 1.32 ดอลลาร์ ปิดที่ 40.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) เผยแพร่รายงานในวันพุธ(23มี.ค.) ว่าคลังน้ำมันดิบสำรองของประเทศในสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่มขึ้นถึง 9.36 ล้านบาร์เรล เป็น 532.5 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดหมายถึง 4 เท่า ซ้ำเติมภาวะอุปทานล้นตลาด

ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มปิโตรเลียมและฉุด ให้วอลล์สตรีทปิดลบในวันพุธ(23มี.ค.) ขณะที่หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต่างก็ขยับลงถ้วนหน้า หนึ่งวันตามหลังเหตุโจมตีเมืองหลวงของเบลเยียม

ดาวโจนส์ ลดลง 79.98 จุด (0.45 เปอร์เซ็นต์) ปิด 17,502.59 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 13.09 จุด (0.64 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 2,036.71 จุด แนสแดค ลดลง 52.80 จุด (1.10 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 4,768.86 จุด

สมาชิกดาวโจนส์อย่างเชฟรอน ปิดลบ 2.0 เปอร์เซ็นต์ ส่วนโคโนโคฟิลลิปส์ ร่วงลง 4.9 เปอร์เซ็นต์ หลังราคาน้ำมันสัญญาสหรัฐฯขยับลงต่ำกว่า 40 ดอลลาร์อีกครั้ง

ขณะเดียวกันเหตุระเบิดในกรุงบรัสเซลส์เมื่อวันอังคาร(22มี.ค.) คร่าชีวิตผู้คน 31 ศพและบาดเจ็บราว 270 คน ยังก่อแรงสั่นสะเทือนแก่ตลาด โดยเฉพาะหุ้นของเหล่าบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและการท่องเที่ยว ท่ามกลางการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยทั่วยุโรป

หุ้นของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลนส์ ปิดลบ 1.2 เปอร์เซ็นต์ และฮิลตัน เวิลด์ไวด์ เครือข่ายโรงแรมดังระดับโลก ปิดลบ 1.5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนหุ้นของบริษัทบริการท่องเที่ยวออนไลน์อย่าง ทริปแอดไวเซอร์และไพรซ์ไลน์ ก็ปิดลบเช่นกัน

ด้านราคาทองคำในวันพุธ(23มี.ค.) ปิดต่ำสุดในรอบ 1 เดือน จากดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น โดยทองคำตลาดโคเม็กซ์ ลดลง 24.60 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,224.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ที่มา : MGR Online  (วันที่ 24 มีนาคม 2559)

กยท. เดินหน้าจัดอบรมหลักสูตร "การผลิตผลิตภัณฑ์หมอนยางพาราจากน้ำยาง" หนุนแปรรูปใช้ยางภายในประเทศตามนโยบายรัฐ สร้างผลิตภัณฑ์ เสริมรายได้ช่วงราคายางตกต่ำ

นายเชาว์ ทรงอาวุธ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์ราคายางตกต่ำเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันปรับลดลง ทางรัฐบาลได้ผลักดันมาตรการช่วยเหลือชาวสวนยางพาราอย่างต่อเนื่อง และมีแนวคิดช่วยเหลือราคายาง เน้นการทำทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง และเพิ่มมูลค่ามากกว่าการส่งออกเพียงอย่างเดียว หนึ่งในนโยบายสำคัญ คือ รัฐสนับสนุนการนำยางพารามาแปรรูป และใช้ประโยชน์ภายในประเทศในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ยางมากขึ้น กยท. ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารจัดการยางพาราของประเทศทั้งระบบครบวงจร จึงให้กลุ่มอุตสาหกรรมยาง กยท. พัฒนาบุคลากรและเกษตรกรด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยาง โดยให้ความรู้และเพิ่มทักษะการทำงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ยาง ผ่านการอบรมแปรรูปผลิตภัณฑ์หมอนจากน้ำยางพารา ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในท้องตลาด เป็นการสร้างรายได้ด้วยการเพิ่มมูลค่าให้ยางพาราอีกทางหนึ่ง

นางณพรัตน์ วิชิตชลชัย ผู้อำนวยการกลุ่มอุตสาหกรรมยาง การยางแห่งประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ทาง กยท. เห็นว่าผลิตภัณฑ์หมอนยางและที่นอนยางพารากำลังเป็นที่ต้องการของตลาด มีผู้สนใจและต้องการเรียนรู้ขั้นตอนการผลิตผลิตภัณฑ์หมอนยางพาราจากน้ำยาง กลุ่มอุตสาหกรรมยาง กยท. จึงเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรดังกล่าว เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ เกษตรกร และบุคคลทั่วไปที่สนใจผลิตหมอนยางพาราจากน้ำยาง โครงการฝึกอบรมครั้งนี้ อบรมทั้งหมด 2 รุ่นๆ ละ 2 วัน รุ่นแรก จัดอบรมระหว่างวันที่ 29-30 มีนาคม 2559 และรุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่ 27-28 เมษายน 2559 เปิดอบรมรุ่นละ 15 คน รวม 30 คน ณ ห้องประชุมพิศ ปัญญาลักษณ์ และห้องปฏิบัติการกลุ่มอุตสาหกรรมยาง สถาบันวิจัยยาง การยางแห่งประเทศไทย บางเขน กรุงเทพฯ ผู้สนใจติดต่อได้ที่กลุ่มอุตสาหกรรมยาง การยางแห่งประเทศไทย โทร. 0-2940-5712,0-2940-6595 ต่อ 136

ที่มา : ThaiPR.net (วันที่ 16 มีนาคม 2559)

กระทรวงเกษตรฯ เผยโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง และโครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ ช่วยเหลือชาวสวนยาง และกระตุ้นกลไกตลาดราคายางให้สูงขึ้น พร้อมเปิดโครงการสนับสนุนสินเชื่อให้ผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง สมัครผ่าน กยท. ตั้งแต่วันนี้ – 12  กันยายน 2559 เป็นต้นไป

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากภาวะที่ราคายางตกต่ำอย่างต่อเนื่อง สร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรชาวสวนยาง รัฐบาลจึงได้มอบหมายให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์(กษ.) โดยการยางแห่งประเทศไทย(กยท.) เป็นหน่วยงานหลักร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำ โครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง และโครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ  มาแก้ปัญหาราคายาง ซึ่งภายหลังสิ้นสุดการรับแจ้งสิทธิ์เข้าร่วมโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ เกษตรกรชาวสวนยาง ตั้งแต่ช่วงปลายกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีจำนวนเกษตรกรชาวสวนยางเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 804,127 ครัวเรือน และ กยท. ได้จ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้ว 491,048 ครัวเรือน แบ่งเป็นเจ้าของสวนยาง 491,048 ครัวเรือน และคนกรีดยาง 469,181 ครัวเรือน รวมเป็นเงิน 7,198,622,475 บาท (ข้อมูล ณ วันที่ 18 มีนาคม 2559)

ในส่วนของโครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ เริ่มทยอยปิดจุดรับซื้อยางทั่วประเทศ เนื่องจากยางเริ่มผลัดใบไม่สามารถกรีดยางได้ จึงไม่จำเป็นต้องตั้งจุดรับซื้อ ซึ่งขณะนี้มีปริมาณยางที่รับซื้อทั้งหมด 2,891.11 ตัน จากเกษตรกร 26,665 ราย คิดเป็นเงิน 121,467,793.30 บาท แบ่งเป็น ยางแผ่นดิบคุณภาพ 3 จำนวน 533.97 ตัน  น้ำยางสด จำนวน 796.25 ตัน และยางก้อนถ้วย จำนวน 1,560.89 ตัน (ข้อมูล ณ วันที่ 18 มีนาคม 2559) ทั้งนี้ หลังจากเดือนเมษายนเป็นต้นไป เมื่อเกษตรกร  กรีดยางได้ ทาง กยท. จะเริ่มเปิดจุดรับซื้อยาง ตามโครงการฯ อีกครั้ง ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2559

“ทั้ง 2 โครงการ ที่รัฐบาลนำมาช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางนั้น เป็นการช่วยเกษตรกรเฉพาะหน้าระยะสั้น และมีส่วนสำคัญที่ทำให้ราคายางในปัจจุบันถีบตัวสูงขึ้นกว่าแต่ก่อน ทั้งยางแผ่นดิบแตะที่ระดับ 43.80 บาท/กิโลกรัม และแผ่นยางรมควันอยู่ที่ระดับ 48.52 บาท/กิโลกรัม และพร้อมสนับสนุนในเรื่องของการแปรรูปยาง เพื่อกระตุ้นการใช้ยางภายในประเทศให้สูงขึ้น ทั้งนี้ ทาง กษ. หวังว่า มาตรการต่าง ๆ   ที่นำออกมาใช้จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกษตรกรชาวสวนยางมีชีวิตที่ดีขึ้น อย่างยั่งยืน” นายธีรภัทร กล่าว

ด้านนายสุรพล จารุพงศ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านโครงการสนับสนุนสินเชื่อให้ผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง วงเงิน 15,000 ล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกอบการได้กู้สินเชื่อไปใช้ขยายกำลังการผลิต/ปรับเปลี่ยน เครื่องจักรการผลิต ณ ที่ตั้งเดิม หรือ ที่ตั้งใหม่ กำลังอยู่ในช่วงเปิดให้ผู้ที่สนใจยื่นคำขอพร้อมเอกสาร

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุม "Boao Forum for Asia" ในช่วงเช้าวันนี้ โดยการประชุมดังกล่าวได้จัดขึ้นที่เมืองไห่หนานของจีน

สำหรับหัวข้อการประชุมในปีนี้คือ "Asia's New Future: New Dynamics and New Vision"

ทั้งนี้ นายหลี่กล่าวว่า แม้วิกฤตการเงินโลกที่ยาวนานถึง 8 ปีได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่ผลกระทบของวิกฤตในครั้งนี้ยังคงอยู่ พร้อมกับกล่าวว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ยังคงไม่สอดคล้องกัน ขณะที่เศรษฐกิจในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ยังคงซบเซา

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

รัฐบาลพอใจโครงการจับคู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์ยาง 'สรรเสริญ' ระบุ นายกฯ เร่งส่งเสริมใช้ยางในประเทศเป็นรูปธรรม
 
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากปัญหาราคายางพาราตกต่ำก่อนหน้านี้ และนายกรัฐมนตรีมีนโยบายให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาหาแนวทางกระตุ้น ราคายางพาราในประเทศให้สูงขึ้น ซึ่งโครงการจับคู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์ยาง เป็นหนึ่งในหลายแนวทางที่รัฐบาลได้ดำเนินการ โดยกระทรวงพาณิชย์ได้จัดโครงการนี้ไปแล้วจำนวน 2 ครั้ง และได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะมียอดสั่งซื้อและมูลค่าการซื้อขายเป็นจำนวนมาก กว่า 54,000 ล้านบาท การจัดกิจกรรมทั้งสองครั้งช่วยเพิ่มปริมาณการใช้ยางภายในประเทศราว 785,450 ตัน
 
ขณะ เดียวกัน พล.ต.สรรเสริญ ระบุว่า นายกรัฐมนตรี ได้เร่งรัดให้กระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการใช้ยางพาราในประเทศ ดำเนินการนำยางไปใช้ประโยชน์ให้สำเร็จเป็นรูปธรรมโดยเร็ว และรายงานให้ ครม. ทราบ เพราะแม้ขณะนี้สถานการณ์ราคายางโดยรวมจะดีขึ้น แต่รัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยนำผลจากการดำเนินงานของกระทรวงมาประเมิน เพื่อวางแผนบริหารจัดการยางพาราทั้งระบบต่อไป

 

ที่มา: ราคายางดอดคอม

กอง ทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปฏิเสธการรายงานของสื่อมวลชนที่ระบุว่า  IMF ได้ขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปฏิบัติการด้านสกุลเงินจากประเทศจีน โดยระบุว่า จีนได้เปิดเผยข้อมูลอย่างเหมาะสมแล้ว

แถลงการณ์ ของโฆษก IMF ระบุว่า "จีนได้เป็นสมาชิกมาตรฐานการกระจายข้อมูลพิเศษ (SDDS) ในช่วงปลายปี 2558 และได้มีการกระจายข้อมูลตามมาตรฐานดังกล่าว"

"IMF ไม่ได้ขอข้อมูลเพิ่มเติมใดๆจากจีน" แถลงการณ์ระบุ พร้อมกับย้ำว่า เจ้าหน้าที่จีนและ IMF ได้มีการประชุมร่วมกันในเรื่องนี้

แถลงการณ์ ของ IMF มีขึ้นหลังจากหนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีท เจอร์นัล รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวภายในว่า IMF ได้เรียกร้องให้ธนาคารกลางจีนเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตรา สารอนุพันธ์ที่ถือครอง เช่น สัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบไม่มาตรฐาน (forwards)

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสนพ. และสถาบันวิจัยเศรษฐกิจแห่งอาเซียน (ERIA) ว่า ความร่วมมือดังกล่าว เป็นความร่วมมือที่ดีที่ทาง ERIA ได้ให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาบุคลากรของสนพ. ในการจัดทำการพยากรณ์ความต้องการพลังงานในอนาคตเพื่อให้เกิดความแม่นยำยิ่ง ขึ้น

ERIA เป็นหน่วยงานระหว่างประเทศที่ดำเนินงานเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยและการจัดทำ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรในกลุ่มประเทศอาเซียนและเอเชียตะวันออก ซึ่งที่ผ่านมา สนพ. ได้ดำเนินงานและประสานความร่วมมือกับ ERIA มาอย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดทำ Energy Outlook และ Energy Security ของประเทศ และในปี 2559 นี้ ERIA มีความประสงค์ที่จะประสานความร่วมมือด้านพลังงานกับสนพ. โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรของ สนพ.

โดย ERIA จะส่งผู้เชี่ยวชาญมาประจำชั่วคราวที่สนพ. เพื่อให้ความรู้แก่บุคลากร สนพ. เกี่ยวกับการวิเคราะห์และพยากรณ์ โดยใช้แบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ ซึ่งมีสมรรถนะ ในการรวมผลกระทบที่เกิดขึ้นจากนโยบายด้านต่างๆ เช่น ผลกระทบจากนโยบายการพัฒนารถไฟความเร็วสูง การขนส่งระบบราง และการจัดรูปแบบเมืองใหม่ รวมทั้งนโยบายด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นต้น

นอกจากนี้ ERIA ยังให้การสนับสนุนด้านการสำรวจ การวิเคราะห์ผล และการพยากรณ์การใช้พลังงานในภาคครัวเรือน ตลอดจนสนับสนุนด้านการสร้างการยอมรับของประชาชนต่อเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดภาย ใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2015) โดยการลงนามบันทึกความเข้าใจครั้งนี้จะมีระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันลงนาม

นายทวารัฐ กล่าวอีกว่า แบบจำลองจะสามารถทำให้ สนพ. ประมาณการความต้องการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งทำให้ได้รับผลลัพธ์เชิงปริมาณของก๊าซเรือนกระจก หรือ CO2 ที่ลดลง อันเนื่องจากการดำเนินนโยบายด้านพลังงานได้อีกด้วย

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)