ข่าวเด่น

Super User

Super User

ผู้ดูแลระบบ

จังหวัด ตรัง จัดโครงการช่วยเหลือค่าครองชีพเกษตรกรชาวสวนยางพารา ปี 2559 ระหว่างวันที่ 29-30 มีนาคม 2559 ณ ลานเฉลิมพระเกียรติเทศบาลเมืองกันตัง (ท่าแพขนานยนต์)
 
นาง สุชาดา แก้วมณี การค้าภายในจังหวัดตรัง กล่าวว่า สํานักงานการค้าภายในจังหวัดตรัง จัดโครงการช่วยเหลือค่าครองชีพเกษตรกรชาวสวนยางพารา ปี 2559 จําหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด ในระหว่างวันที่ 29-30 มีนาคม 2559 ณ ลานเฉลิมพระเกียรติเทศบาลเมืองกันตัง (ท่าแพขนานยนต์) โดยมีสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพของประชาชน อาทิ ไข่ไก่ เบอร์ 3 ปกติแผงละ 93-96 บาท ขายเพียง 73 บาท / ข้าวสาร ถุงละ 5 กก. ปกติถุงละ 130 บาท ขายเพียง 90 บาท / น้ำตาลทรายมิตรผล ปกติ 25-26 บาท ขายเพียง 19 บาท ถุงเท้านักเรียน ปกติ 25-27 บาท ขายเพียง 29 บาทและน้ำมันถั่วเหลืองตราองุ่น ปกติ 46-55 บาท ขายเพียง 33 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป สำนักงานการค้าภายในจังหวัดตรัง จึงขอเชิญชวนประชาชนในพื้นที่อำเภอกันตังและใกล้เคียง จับจ่ายซื้อสินค้าราคาถูกได้ในวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว

ที่มา : สวท.ตรัง (วันที่ 29 มีนาคม 2559)

จังหวัด นครศรีธรรมราช เตรียมสำรวจข้อมูลการทำสวนยางพาราในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการผลผลิตยางพาราของจังหวัด รวมทั้งการจัดทำข้อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการจัดการผลผลิตต่อรัฐบาล
 
วันนี้ (28 มี.ค. 59) ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช นายศุภชัย สงประสพ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการสำรวจข้อมูลการทำสวนยางพาราในพื้นที่ที่ ไม่มีเอกสารสิทธิ์ เพื่อเตรียมสำรวจข้อมูลการทำสวนยางพาราในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการผลผลิตยางพาราของจังหวัด รวมทั้งการจัดทำข้อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการจัดการผลผลิต โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ได้แก่ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด เกษตรจังหวัด ธนารักษ์พื้นที่ สถิติจังหวัด ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ประชาสัมพันธ์จังหวัด และการยางแห่งประเทศไทย
 
นาย ศุภชัย สงประสพ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มอบหมายให้สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช ในการประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันดำเนินการสำรวจข้อมูลการทำสวนยางพาราในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสาร สิทธิ์ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการผลผลิตยางพาราของจังหวัด รวมทั้งการจัดทำข้อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการจัดการผลผลิตต่อรัฐบาล ซึ่งจะเป็นการสร้างโอกาสให้แก่เกษตรกรที่ทำสวนยางพาราในพื้นที่ที่ไม่มี เอกสารสิทธิ์ ได้เข้าถึงโครงการช่วยเหลือต่างๆ ของรัฐในอนาคต สำหรับแนวทางการสำรวจข้อมูลการทำงานสวนยางในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ได้แก่ พื้นที่ราชพัสดุ พื้นที่สาธารณประโยชน์ พื้นที่ป่าไม้ และพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ เป็นต้น
 
เกษตร และสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง ปี 57/58 ทั้งที่มีเอกสารสิทธิ์และไม่มีเอกสารสิทธิ์ของสำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรี ธรรมราช มีพื้นที่ประมาณ 1.85 ล้านไร่ ส่วนข้อมูลการสำรวจของสำนักงานสถิติจังหวัดนครศรีธรรมราช ปี 2556 มีพื้นที่ประมาณ 1.46 ล้านไร่ และข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรตาม พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย ณ วันที่ 25 มีนาคม 2559 มีเกษตรกรจำนวน 116,133 ราย พื้นที่ปลูกยางพารา 1.358 ล้านไร่
พร้อม กล่าวย้ำว่า การสำรวจข้อมูลการทำสวนยางพาราในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ในครั้งนี้ มีเป้าหมายหลักเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการผลผลิตยางพาราของ จังหวัด รวมทั้งการจัดทำข้อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการจัดการผลผลิต ซึ่งจะเป็นการสร้างโอกาสให้แก่เกษตรกรที่ทำสวนยางพาราในพื้นที่ที่ไม่มี เอกสารสิทธิ์ ได้เข้าถึงโครงการช่วยเหลือต่างๆ ของรัฐในอนาคตเท่านั้น ไม่มีสิ่งอื่นใดแอบแฝง เนื่องจากเกษตรกรชาวสวนยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ไม่สามารถขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางตาม พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทยได้ ซึ่งจะไม่สามารถเข้าถึงโครงการช่วยเหลือต่างๆ ของรัฐในอนาคต เช่น การแก้ไขปัญหาราคาตกต่ำ การวางแผนพัฒนาและส่งเสริมการทำสวนยาง เป็นต้น
 
ดัง นั้นจังหวัดจำเป็นจึงต้องมีข้อมูลดังกล่าวไว้ เพื่อให้ทราบพื้นที่ปลูกยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ และผลผลิตในภาพรวมว่ามีมากน้อยเพียงใด ฉะนั้นเมื่อมีเจ้าหน้าที่ลงไปสำรวจข้อมูลดังกล่าว จึงขอความร่วมมือจากเกษตรกรชาวสวนยางได้กรอกข้อมูลในแบบสำรวจตามความเป็น จริงด้วย อย่างไรก็ตามจังหวัดนครศรีธรรมราชจะได้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการ และคณะทำงานสำรวจข้อมูลการทำสวนยางพาราในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ในเขต จังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งในระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ระดับตำบล และระดับหมู่บ้านต่อไป

ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช (วันที่ 29 มีนาคม 2559)

'บีเอฟกู๊ดริช' เปิดตัวยางรุ่นใหม่สำหรับทางเรียบ "แอดแวนเทจ ที/เอ ไดรฟ์" และ "แอดแวนเทจ ที/เอ เอสยูวี"
'บีเอฟกู๊ดริช' (BFGoodrich) สุดยอดยางสายพันธุ์อเมริกันที่พิสูจน์ความเป็นเลิศด้านสมรรถนะมานานกว่า 115 ปี พร้อมรุกตลาดยางรถยนต์ทางเรียบ (On-Road) เพื่อเปิดประสบการณ์การขับขี่ที่เพลิดเพลินและเร้าใจด้วยยาง "แอดแวนเทจ ที/เอ ไดรฟ์" (Advantage T/A® Drive) และ "แอดแวนเทจ ที/เอเอสยูวี" (Advantage T/A® SUV )
ตั้งแต่ปี 2439 บีเอฟกู๊ดริช ได้ออกแบบและผลิตยางรถยนต์สำหรับผู้ที่หลงใหลในการขับขี่ โดยมีสมรรถนะที่ช่วยให้สามารถขับขี่ได้ในทุกสภาวะเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ขับ ขี่จะได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจจนถึงจุดหมายปลายทาง
"ที่ บีเอฟกู๊ดริช ความหลงใหลในการขับขี่เป็นพลังที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเรามานาน ในฐานะแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดในสหรัฐอเมริกา เราทราบดีว่าต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของ ผู้ขับขี่ที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการควบคุมรถ สมรรถนะในการขับขี่ และการขับขี่อย่างเพลิดเพลิน
สิ่งที่ทำให้ บีเอฟกู๊ดริช เป็นตำนานในอุตสาหกรรมยางรถยนต์ คือการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายควบคู่ไปกับการสร้างชื่อด้านยางรถยนต์ทาง เรียบ ยางออฟโรด และยางรถแข่ง
การเปิดตัวยางรถยนต์รุ่นล่าสุด "แอดแวนเทจ ที/เอ ไดรฟ์" และ "แอดแวนเทจ ที/เอ เอสยูวี" ถือเป็นการตอกย้ำสถานะความเป็นจ้าวแห่งนวัตกรรมยางรถยนต์พัฒนาการขั้นสูงของ แบรนด์ บีเอฟกู๊ดริช ซึ่งเป็นที่ยอมรับในแวดวงอุตสาหกรรมยางรถยนต์ ยางรุ่นล่าสุดเหล่านี้ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้การเดินทางในชีวิต ประจำวันและการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เป็นความเพลิดเพลิน ที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง" มร. อเล็กซองด์ อองนิยง ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจยางรถยนต์นั่งและรถปิกอัพ บริษัท สยามมิชลิน จำกัด กล่าว
ผลิตภัณฑ์ ยางทางเรียบในตระกูล "แอดแวนเทจ ที/เอ" ที่เปิดตัวในครั้งนี้ ให้ประสิทธิภาพในการควบคุมที่เหนือกว่าไม่ว่าจะเป็นบนถนนเปียกหรือถนนแห้ง ช่วยควบคุมรถในยามคับขันได้ง่าย เข้าโค้งแม่นยำ ระยะเบรกสั้น ส่งผลให้การขับขี่ทุกวันคือความสนุกเร้าใจ ยางรุ่นใหม่นี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่ในเมือง โดยได้รับการออกแบบขึ้นเป็นพิเศษเพื่อผู้ขับขี่รถซีดานและรถเอสยูวีโดยเฉพาะ
"แอดแวนเทจ ที/เอ ไดรฟ์" และ "แอดแวนเทจ ที/เอ เอสยูวี" เป็นยางรถยนต์รุ่นที่พิสูจน์แล้วว่ามีสมรรถนะและคุณค่าเป็นเยี่ยม ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้ดีในทุกสภาพอากาศและทุกสภาพถนน โดยยางทั้ง 2 รุ่นตอบสนองต่อการควบคุมของผู้ขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการออกแบบลาย ดอกยางแบบสมมาตร พร้อมด้วยไหล่ยางและบล็อกดอกยางที่แข็งแกร่ง ทั้งยังมีร่องดอกยางแบบซิกแซก ช่วยเสริมประสิทธิภาพให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างดีเยี่ยม ส่งผลให้ขับขี่ได้อย่างเพลิดเพลินและเร้าใจ
ผู้ขับขี่จะได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ชั้นเยี่ยมในทุกสภาวะอากาศ เนื่องจากยาง "แอดแวนเทจ ที/เอ ไดรฟ์" และ "แอดแวนเทจ ที/เอ เอสยูวี" มีบล็อกดอกยางขนาดใหญ่ที่มีร่องลึกและกว้างตามแนวขวางและแนวยาวช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพในการหยุดรถทั้งบนพื้นเปียกและพื้นแห้ง
นอกจากนี้ ยางรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นยังมีโครงสร้างยางที่แข็งแรง มาพร้อมไหล่ยางและลวดขอบยางที่เพิ่มความแข็งแกร่งจึงมีความทนทานในการใช้งาน เหมาะสำหรับผู้ที่รักการขับขี่บนสภาพถนนที่ท้าทาย
ยาง "แอดแวนเทจ ที/เอ ไดรฟ์" และ "แอดแวนเทจ ที/เอ เอสยูวี" จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่เดือนมีนาคม โดย"แอดแวนเทจ ที/เอ ไดรฟ์" มี 21 ขนาด ตั้งแต่ ขอบ13 นิ้ว ถึง ขอบ17นิ้ว และ"แอดแวนเทจ ที/เอ เอสยูวี"มี 11 ขนาด ตั้งแต่ ขอบ15 นิ้ว ถึง ขอบ18นิ้ว

 

ที่มา  สยามมิชลิน — 29 มีนาคม 2559 8:40

"นายกฯ" เผย รัฐบาลพอใจผลแก้ราคายาง โว ยอดสั่งซื้อจากต่างประเทศทะลัก หลายประเทศเชื่อมั่นมากขึ้น ขอคนไทยเชื่อมั่นกันเอง
เมื่อ เวลา 20.15 น. วันที่ 25 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวตอนหนึ่งผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติถึงมาตรการกระตุ้นราคายางพารา ว่า ผลการดำเนินงานในปัจจุบันมีความก้าวหน้าเป็นที่น่าพอใจในฐานะรัฐบาล แต่กลุ่มเกษตรกรอาจจะยังไม่พอใจมากนัก เพราะต้องการราคาที่สูงมากกว่านี้ ขอเวลาสักระยะ วันนี้ตนต้องเข้ามา กว่าจะได้อะไรติดไปหมด เพราะปัญหาเก่ามีอยู่ จึงต้องมาแก้ ต้องใช้อำนาจบางอย่างที่มีอยู่ในการที่ทำให้เกิดขึ้น วันนี้ที่น่าพอใจ เห็นราคาและจำนวนที่มียอดสั่งซื้อและมูลค่าการซื้อขายเป็นจำนวนมาก สามารถช่วยเพิ่มปริมาณการใช้ยางภายในประเทศ ทั้งยางแท่งยางแผ่นรมควันน้ำยางข้น รวมเกือบ 8 แสนตัน นอกจากนี้ยังมียอดสั่งซื้อไม้ยางพารา กว่า 2 หมื่นตู้คอนเทนเนอร์
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ล่าสุดมีผู้ซื้อจากต่างประเทศให้ความสนใจเพิ่มเติม ทั้งจากกลุ่มประเทศอาเซียนจีน อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป สหรัฐฯ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา นอกจากนี้ในการเยือนจีนครั้งล่าสุด ท่านรัฐมนตรีจีนก็รับปากว่าจะเร่งดำเนินการในเรื่องของการซื้อยางและข้าวจาก ไทยให้ได้โดยเร็ว ซึ่งหลายๆ อย่างดีขึ้น หลายประเทศมีความเชื่อมั่นเรามากขึ้น วันนี้เราต้องเชื่อมั่นกัน ถ้าไม่เชื่อมั่นกัน ต่างประเทศไม่เชื่อมั่น เพราะฉะนั้นกรุณาฟังว่าตนทำอะไรอยู่ ทั้งนี้ในเรื่องของการใช้ยาง ต้องกำชับหน่วยงานตรงกลาง กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์BOI  ต้องเร่งดำเนินการ รีบผลิตออกมาให้จับต้องได้เสียที โดยต้องเป็นไปตามกฎหมาย ไม่เอื้อประโยชน์ให้กับใครทั้งสิ้น

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ประจำวันที่ 28 มีนาคม 2559

ราคายางโดยภาพรวมยังคงผันผวนแต่มีทิศทางที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากช่วงฤดูยางผลัดใบ อุปทานยางเข้าสู่ตลาดลดลงประกอบกับได้รับปัจจัยบวกจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร็ง โดยราคาประกาศยางแผ่นรมควันชั้น 3 F.O.B. กรุงเทพฯ (ล่วงหน้า 1 เดือน) และยางแท่งชั้น 20 เฉลี่ยเดือนกุมภาพันธ์ กิโลกรัมละ 45.24 บาท และ 38.85 บาท ตามลําดับ    อ่านเพิ่มเติม

26 มี.ค. 59 ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวภายหลังการประชุมเชิงปฏิบัติการการยกระดับการวิจัยร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) ว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2558 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้มีบันทึกการหารือการยกระดับการวิจัยและ พัฒนา และการพัฒนาบุคลากรแก่อุตสาหกรรมไทย กับหน่วยงานดังกล่าวข้างต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมไปสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่า เพิ่มสูง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายภาครัฐเพื่อดึงดูดการลงทุนจากประเทศ ญี่ปุ่น

"จาก มุมมองของญี่ปุ่นที่มีเทคโนโลยีระดับสูงและสนใจลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาเห็น ว่าประเทศไทยมีความได้เปรียบในการแข่งขันสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เนื่องจากเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ มีทำเลที่ตั้งอยู่ในจุดศูนย์กลางของการตลาดเกิดใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือในการจัดทำมาตรฐานส่งเสริมการปรับ ปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อการลงทุน โดยญี่ปุ่นเสนอว่าประเทศไทยควรมุ่งไปสู่การเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนา ศูนย์กลางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และทดสอบยานยนต์ของโลก และศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ประเภทรถไฮบริด รถไฟฟ้า HV/EV และรถกระบะ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการพัฒนาบุคลากร อันจะช่วยยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ให้เป็นรูปธรรม" ดร.พิเชฐ กล่าว

รม ว.วิทยาศาสตร์ กล่าวต่อว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาข้อเสนอในบันทึกการหารือ ได้ดำเนินการในประเด็นความมุ่งหวังสำเร็จในหลายส่วน สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำเทศไทย และเจโทร จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการขึ้นอีกครั้ง และได้ลงบันทึกการหารือในระยะที่สอง เพื่อติดตามการพัฒนานโยบายที่เกี่ยวข้องกับมาตรการต่าง ๆ โดยเฉพาะมาตรการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาของภาคเอกชนในประเทศไทย ความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยในการพัฒนา บุคลากร ความร่วมมือทวิภาคีในสาขาอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ โดยหลังจากนี้ได้มีการหารือกันว่าจะมีการหารือกันทุกเดือนเพื่อร่วมกับขับ เคลื่อนอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมไอที โดยจะทำงานในลักษณะประชารัฐระหว่างประเทศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายภาครัฐ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากญี่ปุ่นในประเทศไทย

ที่มา : หน้งสือพิมพ์แนวหน้า (วันที่ 26 มีนาคม 2559)