Super User

Super User

ผู้ดูแลระบบ

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (8 มิ.ย.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดทำนิวไฮ เนื่องจากนักลงทุนมองว่า คำให้การของนายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์ และจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในวันข้างหน้า อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการซื้อขายเป็นไปอย่างระมัดระวัง ก่อนที่นักลงทุนจะทราบผลการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,182.53 จุด เพิ่มขึ้น 8.84 จุด หรือ +0.04% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,321.76 จุด เพิ่มขึ้น 24.38 จุด หรือ +0.39% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,433.79 จุด เพิ่มขึ้น 0.65 จุด หรือ +0.03%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้น หลังจากนายโคมีย์เสร็จสิ้นการเข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐเมื่อวานนี้ โดยนายโคมีย์กล่าวว่า เขาไม่มีข้อสงสัยกรณีที่รัฐบาลรัสเซียได้เข้าแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีที่แล้ว หรือกรณีที่ว่ารัสเซียได้ลักลอบเจาะระบบคอมพิวเตอร์ของคณะกรรมการแห่งชาติของพรรคเดโมแครต

นายโคมีย์ยังกล่าวด้วยว่า ปธน.ทรัมป์ไม่ได้สั่งให้เขายุติการสอบสวนประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างนายไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ กับรัฐบาลรัสเซีย โดยคำพูดของปธน.ทรัมป์เป็นในลักษณะ "ร้องขอ" เท่านั้น ซึ่งทำให้เขาเข้าใจว่า คำร้องขอดังกล่าว เป็นคำสั่ง

ก่อนหน้านี้ นักลงทุนกังวลว่า หากคำให้การของนายโคมีย์บ่งชี้ว่าปธน.ทรัมป์ได้ขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ก็จะส่งผลให้มีการดำเนินการถอดถอนปธน.ทรัมป์ออกจากตำแหน่ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ

ขณะเดียวกันตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวขึ้นหลังจากที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ส่งสัญญาณว่าอาจจะมีการขยายเวลาในการใช้มาตรการ QE เกินกว่าเดือนธ.ค.ปีนี้ หากมีความจำเป็น โดย ECB จะใช้มาตรการ QE ไปจนกระทั่งทิศทางของเงินเฟ้อจะมีความยั่งยืน

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 10,000 ราย ในสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับ 245,000 ราย โดยตัวเลขผู้ที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกยังคงอยู่ต่ำกว่า 300,000 ราย เป็นสัปดาห์ที่ 118 ติดต่อกัน

หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้น โดยหุ้นโกลด์แมน แซคส์ พุ่งขึ้น 1.4% หุ้นเจพีมอร์แกน เชส เพิ่มขึ้น 1.2% และหุ้นเรเจียนส์ ไฟแนนเชียล พุ่งขึ้น 3.2%

หุ้นยาฮู พุ่งขึ้น 10.2% หลังจากมีรายงานว่า บริษัทเวอไรซอน คอมมิวนิเคชั่นส์ อิงค์ จะปลดพนักงานราว 2,000 คน หลังเสร็จสิ้นการซื้อสินทรัพย์หลักของบริษัทยาฮู อิงค์ วงเงิน 4.48 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ คาดว่าการปลดพนักงานจะเกิดขึ้นในบริษัท AOL ของเวอไรซอน และยาฮู โดยมีสัดส่วนราว 15% ของพนักงานจากทั้งสองบริษัท ซึ่งพนักงานที่จะถูกปลดออกส่วนใหญ่อยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และจากนอกสหรัฐ

หุ้นอาลีบาบา กรุ๊ป ทะยานขึ้น 13% หลังจากบริษัทคาดการณ์ว่า รายได้ในปี 2561 จะพุ่งขึ้นราว 45%-49%

หุ้นนอร์ดสตรอม พุ่งขึ้น 10.3% ขานรับข่าวการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นอร์ดสตรอมได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากการที่ปธ.ทรัมป์ได้ออกมาวิจารณ์ห้างนอร์ดสตรอม ที่ได้ตัดสินใจยุติการจัดจำหน่ายแบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องประดับของอิวานกา ทรัมป์ บุตรสาวคนโต

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษ โดยมีการคาดการณ์ว่า พรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จะสามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้ง แม้ผลสำรวจของหลายสำนักบ่งชี้ว่าคะแนนนิยมของทางพรรคที่มีเหนือคู่แข่งได้ลดลงอย่างมากในช่วงก่อนวันเลือกตั้ง และจะส่งผลให้พรรคอนุรักษ์นิยมไม่สามารถครองเสียงข้างมากในรัฐสภาอังกฤษ

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2560

ตลาดหุ้นยุโรปปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (8 มิ.ย.) จากการที่นักลงทุนซึมซับผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยและส่งสัญญาณขยายเวลาใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมเมื่อวานนี้ ขณะที่ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างซบเซา เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษ
ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวลง 0.09% ปิดที่ 389.15 จุด
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,264.24 จุด ลดลง 1.29 จุด หรือ -0.02% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,449.98 จุด ลดลง 28.64 จุด หรือ -0.38% และดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,713.58 จุด เพิ่มขึ้น 41.09 จุด หรือ +0.32%

นักลงทุนซึมซับผลการประชุมของ ECB เมื่อวานนี้ โดยคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมกับส่งสัญญาณว่าอาจจะขยายเวลาในการใช้มาตรการ QE เกินกว่าเดือนธ.ค.ปีนี้ หากมีความจำเป็น โดย ECB จะใช้มาตรการ QE ไปจนกระทั่งทิศทางของเงินเฟ้อมีความยั่งยืน

นอกจากนี้ ECB ยังได้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของยูโรโซน โดยอยู่ที่ระดับ 1.9% ในปีนี้, 1.8% ในปีหน้า และ 1.7% ในปี 2019 เมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์ในเดือนมี.ค.

หุ้นออโต้ เทรดเดอร์ กรุ๊ป ผู้ให้บริการเว็บไซต์ซื้อขายรถยนต์ ร้วงลง 4.8% หลังจากบริษัทได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกำไรและยอดขายในปีนี้

หุ้นปิโตรแฟค ดีดตัวขึ้น 4.1% หลังจากบริษัทได้สัญญาอายุ 10 ปี จากการปิโตรเลียมโอมาน เพื่อให้บริการด้านโครงการน้ำมันและก๊าซ

ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นยุโรปเป็นไปอย่างซบเซา เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษ โดยมีการคาดการณ์ว่า พรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จะสามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้ง แม้ผลสำรวจของหลายสำนักบ่งชี้ว่าคะแนนนิยมของทางพรรคที่มีเหนือคู่แข่งได้ลดลงอย่างมากในช่วงก่อนวันเลือกตั้ง และจะส่งผลให้พรรคอนุรักษ์นิยมไม่สามารถครองเสียงข้างมากในรัฐสภาอังกฤษ

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2560

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดในแดนลบติดต่อกัน 4 วันทำการเมื่อคืนนี้ (8 มิ.ย.) ท่ามกลางการซื้อขายที่เป็นไปอย่างระมัดระวัง เนื่องจากนักลงทุนจับตาดูผลการเลือกตั้งทั่วไปในอังกฤษเมื่อวานนี้ โดยผลเอ็กซิทโพลล์ระบุว่า แม้พรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ มีแนวโน้มที่จะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่พรรคของเธอจะไม่ได้ที่นั่งส.ส.เกินครึ่งหนึ่งในสภาสามัญชนอังกฤษ
ดัชนี FTSE 100 ลดลง 28.64 จุด หรือ -0.38% ปิดที่ 7,449.98 จุด
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นลอนดอนเมื่อวานนี้ นักลงทุนจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามการคาดการณ์ ขณะเดียวกัน ECB ยังได้ส่งสัญญาณว่าอาจจะมีการขยายเวลาในการใช้มาตรการ QE เกินกว่าเดือนธ.ค.ปีนี้ หากมีความจำเป็น และได้ประกาศคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE ที่ระดับ 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน

อย่างไรก็ตาม นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรปกล่าวว่า ภาวะเงินเฟ้อในยูโรโซนยังไม่ได้แสดงสัญญาณการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ดังนั้นจึงปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนสู่ระดับ 1.5% ในปีนี้ จากเดิมที่ระดับ 1.7% ส่วนในปีหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 1.3% จากเดิมที่ระดับ 1.6%

นอกจากการประชุม ECB แล้ว นักลงทุนยังติดตามผลการเลือกตั้งในสหราชอาณาจักร ซึ่งปิดคูหาเมื่อเวลา 22.00 น.เมื่อคืนนี้ตามเวลาท้องถิ่น (04.00 น.เช้านี้ตามเวลาไทย) โดยเอ็กซิทโพลล์จาก BBC, ITV และ Sky บ่งชี้ว่า พรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซา เมย์ อาจจะได้ที่นั่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 314 ที่นั่ง ขณะที่พรรคแรงงานได้ 266 ที่นั่ง ส่วนพรรคชาตินิยมสกอตแลนด์ (SNP) จะได้ 34 ที่นั่ง และพรรค Lib Dems 14 ที่นั่ง

ทั้งนี้ เอ็กซิทโพลล์บ่งชี้ว่า อังกฤษมีแนวโน้มสูงที่จะเข้าสู่ภาวะที่รัฐบาลมีเสียงข้างน้อยในสภา (hung parliament) อีกครั้ง โดยพรรคการเมืองจะต้องได้ที่นั่งอย่างน้อย 326 ที่นั่งจากทั้งหมด 650 ที่นั่งในสภาสามัญชน จึงจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้

หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ ด้วยแรงหนุนจากตัวเลขการส่งออกของจีนเดือนพ.ค.ที่พุ่งขึ้น 8.7% จากปีก่อนหน้า โดยหุ้นริโอ ทินโต เพิ่มขึ้น 1.8% หุ้นบีเอชพี บิลลิตัน เพิ่มขึ้น 1.1% หุ้นเกลนคอร์ พุ่งขึ้น 2.1% อย่างไรก็ตาม หุ้นแรนด์โกลด์ ผู้ผลิตทองคำรายใหญ่ร่วงลง 1.9% จากแรงกดดันของราคาทองคำที่ร่วงลงเมื่อคืนนี้


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2560

ดัชนีและภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำวันที่ 8 มิ.ย. 2560

-- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (8 มิ.ย.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดทำนิวไฮ เนื่องจากนักลงทุนมองว่า คำให้การของนายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์ และจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในวันข้างหน้า อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการซื้อขายเป็นไปอย่างระมัดระวัง ก่อนที่นักลงทุนจะทราบผลการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,182.53 จุด เพิ่มขึ้น 8.84 จุด หรือ +0.04% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,321.76 จุด เพิ่มขึ้น 24.38 จุด หรือ +0.39% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,433.79 จุด เพิ่มขึ้น 0.65 จุด หรือ +0.03%

-- ตลาดหุ้นยุโรปปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (8 มิ.ย.) จากการที่นักลงทุนซึมซับผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยและส่งสัญญาณขยายเวลาใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมเมื่อวานนี้ ขณะที่ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างซบเซา เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษ

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวลง 0.09% ปิดที่ 389.15 จุด
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,264.24 จุด ลดลง 1.29 จุด หรือ -0.02% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,449.98 จุด ลดลง 28.64 จุด หรือ -0.38% และดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,713.58 จุด เพิ่มขึ้น 41.09 จุด หรือ +0.32%

-- ตลาดหุ้นลอนดอนปิดในแดนลบติดต่อกัน 4 วันทำการเมื่อคืนนี้ (8 มิ.ย.) ท่ามกลางการซื้อขายที่เป็นไปอย่างระมัดระวัง เนื่องจากนักลงทุนจับตาดูผลการเลือกตั้งทั่วไปในอังกฤษเมื่อวานนี้ โดยผลเอ็กซิทโพลล์ระบุว่า แม้พรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ มีแนวโน้มที่จะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่พรรคของเธอจะไม่ได้ที่นั่งส.ส.เกินครึ่งหนึ่งในสภาสามัญชนอังกฤษ

ดัชนี FTSE 100 ลดลง 28.64 จุด หรือ -0.38% ปิดที่ 7,449.98 จุด
-- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (8 มิ.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจัยลบจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ซึ่งระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 8 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่ 45.64 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 20 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 47.86 ดอลลาร์/บาร์เรล

-- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (8 มิ.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูโร หลังจากที่ประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยและส่งสัญญาณขยายเวลาใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมเมื่อวานนี้

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ร่วงลง 13.7 ดอลลาร์ หรือ 1.06% ปิดที่ระดับ 1,279.5 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 20.6 เซนต์ หรือ 1.17% ปิดที่ 17.414 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค. ร่วงลง 9.5 ดอลลาร์ หรือ 1.00% ปิดที่ 938.1 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย. พุ่งขึ้น 18.30 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 846.50 ดอลลาร์/ออนซ์

-- สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (8 มิ.ย.) หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเมื่อวานนี้ ขณะเดียวกัน ECB ยังได้ส่งสัญญาณว่าอาจจะมีการขยายเวลาในการใช้มาตรการ QE เกินกว่าเดือนธ.ค.ปีนี้ หากมีความจำเป็น นอกจากนี้ดอลลาร์ยังได้แรงหนุน หลังนักลงทุนเริ่มคลายความวิตกเกี่ยวกับคำให้การของนายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) ต่อวุฒิสภาเมื่อวานนี้

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1222 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1257 ดอลลาร์ ในขณะที่ปอนด์อ่อนค่าลงที่ระดับ 1.2937 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2951 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้น ที่ระดับ 0.7547 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7545 ดอลลาร์

ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเยน ที่ระดับ 109.91 เยน จากระดับ 109.82 เยน และแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9670 ฟรังก์สวิส 0.9652 ฟรังก์สวิส

ดัชนี DJIA ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 21,182.53 จุด เพิ่มขึ้น 8.84 จุด, +0.04%
ดัชนี NASDAQ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 6,321.76 จุด เพิ่มขึ้น 24.38 จุด, +0.39%
ดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 2,433.79 จุด เพิ่มขึ้น 0.65 จุด, +0.03%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,713.58 จุด เพิ่มขึ้น 41.09 จุด, +0.32%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,264.24 จุด ลดลง 1.29 จุด, -0.02%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,449.98 จุด ลดลง 28.64 จุด, -0.38%
ดัชนี SENSEX ตลาดหุ้นอินเดียปิดที่ 31,213.36 จุด ลดลง 57.92 จุด, -0.19%
ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ปิดที่ 3,237.05 จุด เพิ่มขึ้น 6.56 จุด, +0.20%
ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดที่ 1,785.57 จุด ลดลง 0.35 จุด, -0.02%
ดัชนี Jakarta Composite ตลาดหุ้นอินโดนีเซียปิดที่ 5,702.92 จุด ลดลง 14.41 จุด, -0.25%

ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดที่ 26,063.06 จุด เพิ่มขึ้น 88.90 จุด, +0.34%
ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ปิดที่ 7,958.63 จุด ลดลง 43.69 จุด, -0.55%

ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนปิดที่ 3,150.33 จุด เพิ่มขึ้น 10.01 จุด, +0.32%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดที่ 2,363.57 จุด เพิ่มขึ้น 3.43 จุด, +0.15%
ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 5,676.60 จุด เพิ่มขึ้น 9.40 จุด, +0.17%

ดัชนี ALL ORDINARIES ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 5,714.80 จุด เพิ่มขึ้น 7.00 จุด, +0.12%

ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดที่ 19,909.26 จุด ลดลง 75.36 จุด, -0.38%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันปิดที่ 10,225.78 จุด เพิ่มขึ้น 15.79 จุด, +0.15%

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2560

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดเพิ่มขึ้นในวันนี้ ตามทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐที่ปิดในแดนบวกทั้ง 3 ดัชนีหลักเมื่อคืนนี้ สืบเนื่องจากนักลงทุนมองว่า คำให้การของเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) ต่อวุฒิสภาสหรัฐเมื่อวานนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์ และจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในวันข้างหน้า

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดเพิ่มขึ้น 43.80 จุด หรือ +0.22% แตะที่ 19,953.06 จุด

หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นนำโดยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ หุ้นกลุ่มธนาคาร และหุ้นกลุ่มโลหะนอกกลุ่มเหล็ก

รายงานระบุว่า นักลงทุนยังไม่มีปฏิกิริยาต่อผลเอ็กซิทโพลล์ในอังกฤษ ซึ่งระบุว่า พรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซา เมย์ อาจจะไม่ได้ที่นั่งส.ส.เกินครึ่งหนึ่งในสภาสามัญชนอังกฤษในการเลือกตั้งเมื่อวานนี้

 

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2560


สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (7 มิ.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า และจากการที่นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากสัญญาทองคำปิดตลาดพุ่งขึ้นติดต่อกัน 3 ขณะเดียวกันนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่ 3 เหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ ซึ่งได้แก่ การเลือกตั้งทั่วไปในอังกฤษ, การประชุมกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และนายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) จะเข้าให้การต่อวุฒิสภาในประเด็นรัสเซีย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 4.3 ดอลลาร์ หรือ 0.33% ปิดที่ระดับ 1,293.2 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 9 เซนต์ หรือ 0.51% ปิดที่ 17.62 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค. ร่วงลง 15.7 ดอลลาร์ หรือ 1.63% ปิดที่ 947.6 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย. ดิ่งลง 20.20 ดอลลาร์ หรือ 2.4% ปิดที่ 828.20 ดอลลาร์/ออนซ์ นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากสัญญาทองคำพุ่งขึ้นติดต่อกัน 3 วันทำการ นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังสร้างแรงกดดันต่อตลาดทองคำ เนื่องจากเมื่อดอลลาร์แข็งค่านั้น จะส่งผลให้สัญญาทองคำมีราคาแพงขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่นๆ นอกจากนี้ นักลงทุนยังระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่ 3 เหตุการณ์สำคัญจะเกิดขึ้นในวันนี้ ซึ่งได้แก่ การเลือกตั้งทั่วไปในอังกฤษ, การประชุมกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และการที่นายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) จะเข้าให้การต่อวุฒิสภาในประเด็นรัสเซีย ทั้งนี้ นายโคมีย์จะให้การต่อวูฒิสภาสหรัฐว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้กดดันเขาให้ยุติการสืบสวนต่อข้อกล่าวหาที่ว่ารัสเซียได้เข้าแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2016 หรือไม่ และปธน.ทรัมป์ได้เรียกร้องให้เขายุติการสอบสวนประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างนายไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ กับรัฐบาลรัสเซีย หรือไม่ สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษนั้น กระแสคาดการณ์บ่งชี้ว่า พรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จะสามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้ง แม้ผลสำรวจของหลายสำนักบ่งชี้ว่าคะแนนนิยมของทางพรรคที่มีเหนือคู่แข่งได้ลดลงอย่างมากในช่วงก่อนวันเลือกตั้ง และจะส่งผลให้พรรคอนุรักษ์นิยมไม่สามารถครองเสียงข้างมากในรัฐสภาอังกฤษ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 4.3 ดอลลาร์ หรือ 0.33% ปิดที่ระดับ 1,293.2 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 9 เซนต์ หรือ 0.51% ปิดที่ 17.62 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค. ร่วงลง 15.7 ดอลลาร์ หรือ 1.63% ปิดที่ 947.6 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย. ดิ่งลง 20.20 ดอลลาร์ หรือ 2.4% ปิดที่ 828.20 ดอลลาร์/ออนซ์ นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากสัญญาทองคำพุ่งขึ้นติดต่อกัน 3 วันทำการ นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังสร้างแรงกดดันต่อตลาดทองคำ เนื่องจากเมื่อดอลลาร์แข็งค่านั้น จะส่งผลให้สัญญาทองคำมีราคาแพงขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่นๆ นอกจากนี้ นักลงทุนยังระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่ 3 เหตุการณ์สำคัญจะเกิดขึ้นในวันนี้ ซึ่งได้แก่ การเลือกตั้งทั่วไปในอังกฤษ, การประชุมกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และการที่นายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) จะเข้าให้การต่อวุฒิสภาในประเด็นรัสเซีย ทั้งนี้ นายโคมีย์จะให้การต่อวูฒิสภาสหรัฐว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้กดดันเขาให้ยุติการสืบสวนต่อข้อกล่าวหาที่ว่ารัสเซียได้เข้าแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2016 หรือไม่ และปธน.ทรัมป์ได้เรียกร้องให้เขายุติการสอบสวนประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างนายไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ กับรัฐบาลรัสเซีย หรือไม่ สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษนั้น กระแสคาดการณ์บ่งชี้ว่า พรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จะสามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้ง แม้ผลสำรวจของหลายสำนักบ่งชี้ว่าคะแนนนิยมของทางพรรคที่มีเหนือคู่แข่งได้ลดลงอย่างมากในช่วงก่อนวันเลือกตั้ง และจะส่งผลให้พรรคอนุรักษ์นิยมไม่สามารถครองเสียงข้างมากในรัฐสภาอังกฤษ อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/iq31/2661149 สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน 2560
รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาสแรกปีนี้ ขยายตัว 1% เทียบเป็นรายปี ซึ่งลดลงจากการประมาณการเบื้องต้นเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ระบุว่า GDP ไตรมาสแรกขยายตัว 2.2% หากเทียบเป็นรายไตรมาส พบว่า GDP ไตรมาสแรกขยายตัว 0.3% ลดลงจากการประมาณการเบื้องต้นที่ระดับ 0.5% สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน 2560

นางสาวอรนุช ไวนุสิทธิ์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 ในช่วง 8 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 ถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2560 ว่าผลการเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวมเบิกได้จำนวน 1,817,995 ล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 2,733,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 66.52% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 1.47% (เป้าหมาย 65.05%)
โดยเป็นการเบิกจ่ายรายจ่ายประจำ จำนวน 1,574,935 ล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 2,184,128 ล้านบาท หรือคิดเป็น 72.11% สูงกว่าเป้าหมาย 4.42% (เป้าหมาย 67.69%) ขณะที่เบิกจ่ายรายจ่ายลงทุน (กรณีไม่รวมงบกลาง) ได้จำนวน 242,449 ล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 464,226 ล้านบาท หรือคิดเป็น 52.23% และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.10% (ปีก่อนเบิกจ่ายได้ 49.13%) ซึ่งรายจ่ายลงทุนมีการก่อหนี้ได้แล้วจำนวน 371,270 ล้านบาท หรือคิดเป็น 79.98%

เงินงบประมาณที่กันไว้เบิกเหลื่อมปี มีการก่อหนี้แล้วจำนวนทั้งสิ้น 235,317 ล้านบาท หรือคิดเป็น 85.21% และเบิกจ่ายได้จำนวน 167,710 ล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 276,174 ล้านบาท หรือคิดเป็น 60.73% ในส่วนของงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2560 เบิกจ่ายได้จำนวน 46,914 ล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 190,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 24.69%

ขณะที่มาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กทั่วประเทศ เบิกจ่ายแล้วจำนวน 45,445 ล้านบาท ของวงเงิน 52,993 ล้านบาท หรือคิดเป็น 85.76% โดยแบ่งเป็น มาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กทั่วประเทศจากงบกลางปี 2559 วงเงิน 23,000 ล้านบาท เบิกจ่ายแล้วจำนวน 19,592 ล้านบาท ของวงเงินที่ได้รับจัดสรร 21,711 ล้านบาท หรือคิดเป็น 90.24% ซึ่งก่อหนี้แล้วจำนวนทั้งสิ้น 20,680 ล้านบาท หรือคิดเป็น 95.25% และผลการเบิกจ่ายโครงการลงทุนที่มีวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท ของงบประมาณประจำปี 2560 เบิกได้จำนวน 25,853 ล้านบาท ของวงเงินที่ได้รับจัดสรร 31,282 ล้านบาท หรือคิดเป็น 82.64% ซึ่งมีการก่อหนี้แล้ว จำนวน 28,630 ล้านบาท หรือคิดเป็น 91.52%

ทั้งนี้ การเบิกจ่ายเงินงบประมาณในปีนี้ ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา เบิกจ่ายได้เกินเป้าหมาย ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบ ทั้งยังผลักดันให้เศรษฐกิจภายในประเทศขยายตัวเพิ่มมากขึ้น

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน 2560

รายงานราคาทอง (ทองคำ 96.5%) ประจำวันที่ 8 มิถุนายน 2560 ตามประกาศ ของสมาคมค้าทองคำ ซื้อ (บาท) ขาย (บาท) ทองคำแท่ง 20,650.00 20,750.00 ทองรูปพรรณ 20,284.08 21,250.00 สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน 2560

รัฐบาลญี่ปุ่นรายงานในวันนี้ว่า ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนเม.ย.แตะที่ระดับ 1.95 ล้านล้านเยน (1.8 หมื่นล้านดอลลาร์) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 แม้ว่ายอดเกินดุลการค้าลดลงปรับตัวลงก็ตาม
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดติดต่อกันเป็นเดือนที่ 34 โดยมียอดเกินดุลในธุรกิจการเดินทางซึ่งทำสถิติใหม่ที่ระดับ 1.779 แสนล้านเยนในเดือนเม.ย. โดยในเดือนดังกล่าวมีจำนวนผู้เดินทางเข้าประเทศมีทั้งสิ้น 2.58 ล้านคน
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า มูลค่าการส่งออกสินค้าญี่ปุ่นไปประเทศเอเชียสูงขึ้น จึงส่งผลให้ญีปุ่นมียอดเกินดุลการค้าในเดือนเม.ย. แม้ว่าการเกินดุลการค้าในครั้งนี้จะถูกกดด้วยมูลค่าการนำเข้าพลังงานที่พุ่งขึ้น
สำหรับยอดนำเข้าน้ำมันดิบในเดือนเม.ย.ทะยานขึ้น 61.0% เมื่อเทียบรายปี
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีทรัพยากรจำกัด จึงต้องพึ่งพาน้ำมันดิบและทรัพยากรอื่นๆที่นำเข้าจากต่างประเทศ ในขณะที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ส่วนใหญ่ยังคงหยุดการดำเนินงาน นับตั้งแต่เกิดวิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิในปี 2554

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 8 มิถุนายน 2560)