Super User

Super User

ผู้ดูแลระบบ

กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรอบแรกอย่างเป็นทางการ โดยพรรค "ออง มาร์ชี" ของประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครอง และพรรคโมเดม (Democratic Movement) ซึ่งเป็นพรรคแนวร่วมรัฐบาล ได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับหนึ่งที่ 32.32%

การเลือกตั้งซึ่งจัดขึ้นทั่วประเทศฝรั่งเศสเมื่อวานนี้ เป็นการเลือกส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 539 ที่นั่งที่แบ่งตามเขตเลือกตั้ง โดยตามระบบการเลือกตั้งส.ส.ฝรั่งเศสซึ่งแบ่งเป็น 2 รอบนั้น ผู้สมัครคนใดที่ได้รับคะแนนเสียง 12.5% ขึ้นไปจึงจะมีคุณสมบัติผ่านเข้าสู่การเลือกตั้งรอบ 2 แต่หากมีผู้สมัครได้คะแนนเสียงเกิน 50% ตั้งแต่รอบแรกก็จะได้เป็นส.ส.ทันทีโดยที่ไม่ต้องไปตัดสินในรอบชี้ขาด

โพลล์สำรวจหลายสำนักต่างบ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า พรรคออง มาร์ชีของนายมาครองจะสามารถกวาดที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรได้สูงถึง 400 ที่นั่งจากทั้งหมด 577 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งรอบ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 18 มิ.ย.

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 12 มิถุนายน 2560

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (8 มิ.ย.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดทำนิวไฮ เนื่องจากนักลงทุนมองว่า คำให้การของนายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์ และจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในวันข้างหน้า อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการซื้อขายเป็นไปอย่างระมัดระวัง ก่อนที่นักลงทุนจะทราบผลการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,182.53 จุด เพิ่มขึ้น 8.84 จุด หรือ +0.04% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,321.76 จุด เพิ่มขึ้น 24.38 จุด หรือ +0.39% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,433.79 จุด เพิ่มขึ้น 0.65 จุด หรือ +0.03%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้น หลังจากนายโคมีย์เสร็จสิ้นการเข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐเมื่อวานนี้ โดยนายโคมีย์กล่าวว่า เขาไม่มีข้อสงสัยกรณีที่รัฐบาลรัสเซียได้เข้าแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีที่แล้ว หรือกรณีที่ว่ารัสเซียได้ลักลอบเจาะระบบคอมพิวเตอร์ของคณะกรรมการแห่งชาติของพรรคเดโมแครต

นายโคมีย์ยังกล่าวด้วยว่า ปธน.ทรัมป์ไม่ได้สั่งให้เขายุติการสอบสวนประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างนายไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ กับรัฐบาลรัสเซีย โดยคำพูดของปธน.ทรัมป์เป็นในลักษณะ "ร้องขอ" เท่านั้น ซึ่งทำให้เขาเข้าใจว่า คำร้องขอดังกล่าว เป็นคำสั่ง

ก่อนหน้านี้ นักลงทุนกังวลว่า หากคำให้การของนายโคมีย์บ่งชี้ว่าปธน.ทรัมป์ได้ขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ก็จะส่งผลให้มีการดำเนินการถอดถอนปธน.ทรัมป์ออกจากตำแหน่ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ

ขณะเดียวกันตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวขึ้นหลังจากที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ส่งสัญญาณว่าอาจจะมีการขยายเวลาในการใช้มาตรการ QE เกินกว่าเดือนธ.ค.ปีนี้ หากมีความจำเป็น โดย ECB จะใช้มาตรการ QE ไปจนกระทั่งทิศทางของเงินเฟ้อจะมีความยั่งยืน

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 10,000 ราย ในสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับ 245,000 ราย โดยตัวเลขผู้ที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกยังคงอยู่ต่ำกว่า 300,000 ราย เป็นสัปดาห์ที่ 118 ติดต่อกัน

หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้น โดยหุ้นโกลด์แมน แซคส์ พุ่งขึ้น 1.4% หุ้นเจพีมอร์แกน เชส เพิ่มขึ้น 1.2% และหุ้นเรเจียนส์ ไฟแนนเชียล พุ่งขึ้น 3.2%

หุ้นยาฮู พุ่งขึ้น 10.2% หลังจากมีรายงานว่า บริษัทเวอไรซอน คอมมิวนิเคชั่นส์ อิงค์ จะปลดพนักงานราว 2,000 คน หลังเสร็จสิ้นการซื้อสินทรัพย์หลักของบริษัทยาฮู อิงค์ วงเงิน 4.48 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ คาดว่าการปลดพนักงานจะเกิดขึ้นในบริษัท AOL ของเวอไรซอน และยาฮู โดยมีสัดส่วนราว 15% ของพนักงานจากทั้งสองบริษัท ซึ่งพนักงานที่จะถูกปลดออกส่วนใหญ่อยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และจากนอกสหรัฐ

หุ้นอาลีบาบา กรุ๊ป ทะยานขึ้น 13% หลังจากบริษัทคาดการณ์ว่า รายได้ในปี 2561 จะพุ่งขึ้นราว 45%-49%

หุ้นนอร์ดสตรอม พุ่งขึ้น 10.3% ขานรับข่าวการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นอร์ดสตรอมได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากการที่ปธ.ทรัมป์ได้ออกมาวิจารณ์ห้างนอร์ดสตรอม ที่ได้ตัดสินใจยุติการจัดจำหน่ายแบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องประดับของอิวานกา ทรัมป์ บุตรสาวคนโต

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษ โดยมีการคาดการณ์ว่า พรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จะสามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้ง แม้ผลสำรวจของหลายสำนักบ่งชี้ว่าคะแนนนิยมของทางพรรคที่มีเหนือคู่แข่งได้ลดลงอย่างมากในช่วงก่อนวันเลือกตั้ง และจะส่งผลให้พรรคอนุรักษ์นิยมไม่สามารถครองเสียงข้างมากในรัฐสภาอังกฤษ

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 12 มิถุนายน 2560

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดแดนบวกเมื่อวันศุกร์ (9 มิ.ย.) จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มการเงินและพลังงาน อย่างไรก็ตาม ดาวโจนส์ลดช่วงบวกลงจากระดับสูงเป็นประวัติการณ์ในระหว่างวัน หลังจากที่นักลงทุนแห่เทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งฉุดให้ดัชนี Nasdaq ปิดร่วงลงไปถึงเกือบ 2%

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,271.97 จุด เพิ่มขึ้น 89.44 จุด หรือ +0.42% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,431.77 จุด ขยับลง 2.02 จุด หรือ -0.08% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,207.92 จุด ร่วงลง 113.85 จุด หรือ -1.80%

ตลอดสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 0.3% S&P 500 ลดลง 0.3% Nasdaq ลดลง 1.6%

สำหรับภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กในวันศุกร์นั้น ในช่วงแรก ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นถึงกว่า 100 จุด แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยนักลงทุนซึมซับปัจจัยผลการเลือกตั้งในสหราชอาณาจักร ซึ่งไม่มีพรรคการเมืองใดครองเสียงข้างมากในสภา รวมถึงคำให้การของนายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) เมื่อวานนี้ ที่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ และจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการผลักดันโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตามได้เกิดแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเข้ามาในช่วงบ่าย ไม่ว่าจะเป็นแอปเปิ้ล เฟซบุ๊ก ไมโครซอฟท์ อเมซอน และอัลฟาเบท บริษัทแม่ของกูเกิล ซึ่งฉุดดัชนี Nasdaq ดิ่งลง หลังจากที่เพิ่งทำนิวไฮเมื่อวันพฤหัสบดี

ตลาดเริ่มปรับตัวสู่ทิศทางขาลงหลังจากที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการลงทุนของโกลด์แมน แซคส์ เตือนว่า ความผันผวนที่อยู่ในระดับต่ำของเฟซบุ๊ก อเมซอน แอปเปิ้ล ไมโครซอฟท์ และอัลฟาเบท บริษัทแม่ของกูเกิล อาจลวงตานักลงทุนจากความเสี่ยงต่างๆ ขณะที่นักวิเคราะห์กล่าวว่า หุ้นเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นคึกคักและอยู่ในช่วงขาขึ้นมานานแล้ว นักลงทุนจึงเริ่มมองหาเหตุผลที่จะขายทำกำไร

การร่วงลงของดัชนี Nasdaq ในวันศุกร์เป็นการปรับตัวลดลงมากที่สุดในหนึ่งวันนับตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. และได้ถ่วงอีกสองดัชนีหลักในตลาดหุ้นนิวยอร์กให้ปรับตัวลดลงจากที่แตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์ในระหว่างวัน

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลง 2.7% ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานและการเงินปรับตัวขึ้น 2.5% และ 1.9% ตามลำดับ

หุ้นแอปเปิ้ล ร่วง 3.9% หนักสุดในรอบกว่า 1 ปี หุ้นเฟซบุ๊ก ร่วง 3.3% มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว หุ้นอัลฟาเบทร่วง 3.4% อเมซอนร่วง 3.2% และไมโครซอฟท์ลดลง 2.3%

หุ้นเจพี มอร์แกน เชส แอนด์ โค บวก 2.4% และโกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป อิงค์ บวก 1.7% ขณะที่เชฟรอน บวก 2.3% และเอ็กซอนโมบิล บวก 1.9%

สำหรับในสัปดาห์นี้ นักลงทุนจับตาการประชุมกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 13-14 มิ.ย. โดยคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ ขณะที่ธนาคารกลางอังกฤษและธนาคารกลางญี่ปุ่นก็มีกำหนดประชุมในสัปดาห์นี้เช่นกัน

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 12 มิถุนายน 2560

ตลาดหุ้นลอนดอนดีดตัวขึ้นปิดแดนบวกเมื่อคืนนี้ (9 มิ.ย.) หลังปรับตัวลดลงมา 4 วันติดต่อกัน โดยภาวะการซื้อขายได้ปัจจัยหนุนจากความคาดหวังของนักลงทุนที่มองว่า การที่พรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ไม่ได้เสียงข้างมากในสภาและต้องจัดตั้งรัฐบาลผสมนั้น อาจส่งผลให้การถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปจะเป็นไปในแนวทางที่ผ่อนปรนลงกว่าเดิม หรือซอฟต์ เบร็กซิต (Soft Brexit) นอกจากนี้ เงินปอนด์ที่อ่อนค่าลงก็เป็นปัจจัยหนุนตลาดเช่นกัน
ดัชนี FTSE 100 ปรับตัวขึ้น 77.35 จุด หรือ 1.04% ปิดที่ 7,527.33 จุด สำหรับทั้งสัปดาห์ ดัชนีร่วงลง 1.3%
ผลการนับคะแนนเลือกตั้งอังกฤษอย่างไม่เป็นทางการปรากฏว่า พรรคอนุรักษ์นิยมได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 319 ที่นั่ง ลดลง 11 ที่นั่ง จากเดิมที่ได้ 330 ที่นั่ง ส่วนพรรคแรงงานได้ 261 ที่นั่ง เพิ่มขึ้น 29 ที่นั่ง จากเดิมที่ได้ 232 ที่นั่ง ขณะที่พรรคชาตินิยมสกอตแลนด์ (SNP) ได้ 35 ที่นั่ง และพรรค Lib Dems ได้ 12 ที่นั่ง ส่วนพรรค Democratic Unionist Party (DUP) ได้ 10 ที่นั่ง
ผลการนับคะแนนดังกล่าวบ่งชี้ว่าอังกฤษจะเข้าสู่ภาวะที่ไม่มีพรรคใดครองเสียงข้างมากในสภา (Hung Parliament) โดยพรรคการเมืองจะต้องได้ที่นั่งอย่างน้อย 326 ที่นั่งจากทั้งหมด 650 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร จึงจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้
ล่าสุด นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ประกาศจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ โดยจะร่วมกับพรรค Democratic Unionist Party (DUP) ของไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งการที่พรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งได้ 319 ที่นั่ง จับมือกับพรรค DUP ซึ่งมี 10 ที่นั่ง จะทำให้เกิดรัฐบาลผสมที่มี 329 ที่นั่ง โดยมีจำนวนที่นั่งเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรอย่างฉิวเฉียด
ทั้งนี้ ผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ได้จุดกระแสคาดการณ์ในตลาดถึงแนวทางการถอนตัวจาก EU ของอังกฤษว่าอาจจะมีท่าทีที่ผ่อนปรนลงกว่าเดิม ไม่ใช่ในลักษณะที่แข็งกร้าว หรือฮาร์ด เบร็กซิต (Hard Brexit) อย่างที่กังวลในตอนแรก เพราะถึงแม้พรรคอนุรักษ์นิยมจะได้คะแนนสูงสุด แต่ก็เสียที่นั่งให้พรรคแรงงานไปหลายที่นั่ง ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลชุดใหม่จำเป็นต้องทบทวนท่าทีเจรจาโดยลดความแข็งกร้าวลง
นอกจากนี้ ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นลอนดอนวันศุกร์ยังได้ปัจจัยหนุนจากเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลง เนื่องจากเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลงจะเป็นผลดีต่อรายได้และผลกำไรในต่างประเทศของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นอังกฤษ อย่างไรก็ดี การร่วงลงของเงินปอนด์หลังการเลือกตั้งครั้งนี้ ยังไม่หนักเท่ากับเมื่อครั้งหลังรับทราบผลการลงประชามติสหราชอาณาจักรถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปในเดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งในตอนนั้น ปอนด์ดิ่งหนักกว่า 10%
หุ้นบวกนำโดย สเมอร์ฟิต คัปปา กรุ๊ป บริษัทบรรจุภัณฑ์ลูกฟูกชั้นนำของยุโรป ที่ทะยานขึ้น 5.03% หุ้นกลุ่มเหมืองแร่และสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้น โดยเฟรสนิลโลพุ่ง 3.60% อันโตฟากัสตาพุ่ง 3.51%
ส่วนหุ้นลบนำโดย เทย์เลอร์ วิมปีย์ บริษัทรับสร้างบ้าน ที่ร่วงลง 3.27% แบ๊บค็อก อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป ร่วง 2.92% รอยัล แบงก์ ออฟ สกอตแลนด์ ลดลง 2.45%

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 12 มิถุนายน 2560

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดลดลงในวันนี้ ตามทิศทางของดัชนี Nasdaq ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันศุกร์ นอกจากนี้ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานของภาคเอกชนญี่ปุ่นในเดือนเม.ย. ซึ่งหดตัวลง 3.1% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน สู่ระดับ 8.359 แสนล้านเยน (7.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดลดลง 92.49 จุด หรือ -0.46% แตะที่ 19,920.77 จุด
หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวลงประกอบด้วยหุ้นกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มสารสนเทศและการสื่อสาร และกลุ่มอุปกรณ์ชั่งตวงวัด

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 12 มิถุนายน 2560


ราคาทองฟิวเจอร์ ปิดตลาดวันพฤหัสบดี (8มิ.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น ดิ่งลงกว่า 1% หลังจากที่ยูโรอ่อนค่าลง จากการที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ส่งสัญญาณขยายเวลาใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี)

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูผลการเลือกตั้งในอังกฤษ รวมทั้งการที่นายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ได้เข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐในวันนี้

สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ส่งมอบเดือนส.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเลกทรอนิกส์ ร่วงลง 1.2% ปิดตลาดที่ราคา 1,277.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์

อีซีบี จัดการประชุมนโยบายการเงิน โดยที่ประชุมมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

ขณะเดียวกัน อีซีบี ประกาศคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ที่ระดับ 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน โดยจะคงวงเงินที่ระดับดังกล่าวไปจนถึงเดือนธ.ค.

อย่างไรก็ดี อีซีบี แถลงว่า อาจมีการขยายเวลาในการใช้มาตรการคิวอีเกินกว่าเดือนธ.ค.ปีนี้ หากมีความจำเป็น โดยอีซีบีจะใช้มาตรการคิวอีไปจนกระทั่งทิศทางของเงินเฟ้อมีความยั่งยืน

นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาการเลือกตั้งในอังกฤษ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า พรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จะสามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้ง แม้ผลสำรวจของหลายสำนักบ่งชี้ว่า คะแนนนิยมของทางพรรคที่มีเหนือคู่แข่งลดลงอย่างมากในช่วงก่อนวันเลือกตั้ง และจะส่งผลให้พรรคอนุรักษ์นิยมไม่สามารถครองเสียงข้างมากในรัฐสภาอังกฤษได้

กรุงเทพฯ ธุรกิจ -- ศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2560

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (8 มิ.ย.) หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเมื่อวานนี้ ขณะเดียวกัน ECB ยังได้ส่งสัญญาณว่าอาจจะมีการขยายเวลาในการใช้มาตรการ QE เกินกว่าเดือนธ.ค.ปีนี้ หากมีความจำเป็น นอกจากนี้ดอลลาร์ยังได้แรงหนุน หลังนักลงทุนเริ่มคลายความวิตกเกี่ยวกับคำให้การของนายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) ต่อวุฒิสภาเมื่อวานนี้

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1222 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1257 ดอลลาร์ ในขณะที่ปอนด์อ่อนค่าลงที่ระดับ 1.2937 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2951 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้น ที่ระดับ 0.7547 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7545 ดอลลาร์

ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเยน ที่ระดับ 109.91 เยน จากระดับ 109.82 เยน และแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9670 ฟรังก์สวิส 0.9652 ฟรังก์สวิส

ดอลลาร์ได้ปัจจัยหนุนให้แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูโร หลัง ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.4% นอกจากนี้ยังคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25%

ขณะเดียวกัน ECB ได้ประกาศคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE ที่ระดับ 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน โดยจะคงวงเงินที่ระดับดังกล่าวไปจนถึงเดือนธ.ค. อย่างไรก็ดี ECB ส่งสัญญาณว่า อาจมีการขยายเวลาในการใช้มาตรการ QE เกินกว่าเดือนธ.ค.ปีนี้ หากมีความจำเป็น โดย ECB จะใช้มาตรการ QE ไปจนกระทั่งทิศทางของเงินเฟ้อมีความยั่งยืน

นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรปกล่าวว่า ภาวะเงินเฟ้อในยูโรโซนยังไม่ได้แสดงสัญญาณการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ดังนั้นจึงปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนสู่ระดับ 1.5% ในปีนี้ จากเดิมที่ระดับ 1.7% ส่วนในปีหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 1.3% จากเดิมที่ระดับ 1.6%

นักลงทุนในตลาดเงินยังติดตามคำให้การของนายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการ FBI เมื่อวานนี้ โดยนายโคมีย์กล่าวต่อวุฒิสภาสหรัฐว่า เขาไม่มีข้อสงสัยกรณีที่รัฐบาลรัสเซียได้เข้าแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีที่แล้ว หรือกรณีที่ว่ารัสเซียได้ลักลอบเจาะระบบคอมพิวเตอร์ของคณะกรรมการแห่งชาติของพรรคเดโมแครต

นายโคมีย์ยังกล่าวด้วยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไม่ได้สั่งให้เขายุติการสอบสวนประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างนายไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ กับรัฐบาลรัสเซีย แต่คำพูดของปธน.ทรัมป์เป็นการ "ร้องขอ" เท่านั้น ซึ่งทำให้เขาเข้าใจว่า คำร้องขอดังกล่าว เป็นคำสั่ง

คำให้การดังกล่าวของนายโคมีย์ ทำให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลไปได้บางส่วน เนื่องจากนักลงทุนมองว่า คำให้การนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์ และจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในวันข้างหน้า

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อวานนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 10,000 ราย ในสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับ 245,000 ราย โดยตัวเลขผู้ที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกยังคงอยู่ต่ำกว่า 300,000 ราย เป็นสัปดาห์ที่ 118 ติดต่อกัน

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2560


นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า ECB ได้ประกาศปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของยูโรโซน โดยอยู่ที่ระดับ 1.9% ในปีนี้, 1.8% ในปีหน้า และ 1.7% ในปี 2019 เมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์ในเดือนมี.ค.

นอกจากนี้ ECB ยังระบุว่า ความเสี่ยงต่อแนวโน้มการขยายตัวในยูโรโซนอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสมดุล

ขณะเดียวกัน ECB ประกาศปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนสู่ระดับ 1.5% ในปีนี้ จากเดิมที่ระดับ 1.7% ส่วนในปีหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 1.3% จากเดิมที่ระดับ 1.6%

การปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อดังกล่าว จะช่วยสนับสนุนจุดยืนของ ECB ในการขยายเวลาในการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) รวมทั้งจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ ECB

การใช้มาตรการ QE ของ ECB มีเป้าหมายเพื่อผลักดันเงินเฟ้อในยูโรโซนให้เพิ่มขึ้นจากระดับ 1.4% ในปัจจุบัน ไปสู่เป้าหมายของ ECB ซึ่งกำหนดให้อยู่ต่ำกว่า 2% เพียงเล็กน้อย

ECB จัดการประชุมนโยบายการเงินในวันนี้ โดยที่ประชุมมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

ECB ยังได้คงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.4% ซึ่งหมายความว่าธนาคารพาณิชย์จะต้องจ่ายค่าฝากแก่ ECB หากมีการนำเงินส่วนเกินมาพักไว้ที่ ECB ซึ่งมาตรการดังกล่าวของ ECB มีขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์นำเงินไปปล่อยกู้แก่ภาคธุรกิจ แทนที่จะนำมาพักไว้ที่ ECB

นอกจากนี้ ECB ยังได้คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25%
ขณะเดียวกัน ECB ได้ประกาศคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE ที่ระดับ 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน โดยจะคงวงเงินที่ระดับดังกล่าวไปจนถึงเดือนธ.ค.

อย่างไรก็ดี ECB แถลงว่า อาจมีการขยายเวลาในการใช้มาตรการ QE เกินกว่าเดือนธ.ค.ปีนี้ หากมีความจำเป็น โดย ECB จะใช้มาตรการ QE ไปจนกระทั่งทิศทางของเงินเฟ้อมีความยั่งยืน

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2560

เงินปอนด์ร่วงลง 1.7% สู่ระดับ 1.2744 ดอลลาร์ ในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากเอ็กซิทโพลล์โดย BBC, ITV และ Sky บ่งชี้ว่า แม้พรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ มีแนวโน้มที่จะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ก็อาจจะไม่ได้ครองเสียงข้างมากในรัฐสภาอังกฤษ
เอ็กซิทโพลล์ระบุว่า  พรรคอนุรักษ์นิยมอาจจะได้ที่นั่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 314 ที่นั่ง พรรคแรงงาน 266 ที่นั่ง ขณะที่พรรคชาตินิยมสกอตแลนด์ (SNP) จะได้ 34 ที่นั่ง และพรรค Lib Dems 14 ที่นั่ง ส่วนพรรค UKIP คาดว่าจะไม่ได้ที่นั่งในรัฐสภา

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2560

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (8 มิ.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูโร หลังจากที่ประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยและส่งสัญญาณขยายเวลาใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมเมื่อวานนี้

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ร่วงลง 13.7 ดอลลาร์ หรือ 1.06% ปิดที่ระดับ 1,279.5 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 20.6 เซนต์ หรือ 1.17% ปิดที่ 17.414 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค. ร่วงลง 9.5 ดอลลาร์ หรือ 1.00% ปิดที่ 938.1 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย. พุ่งขึ้น 18.30 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 846.50 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาทองคำร่วงลงเนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ส่งผลให้สัญญาทองคำมีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่นๆ โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน พุ่งขึ้น 0.3% แตะที่ 96.98 เมื่อคืนนี้

ทั้งนี้ ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูโร หลังจากที่ประชุม ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมกับส่งสัญญาณว่าอาจจะขยายเวลาในการใช้มาตรการ QE เกินกว่าเดือนธ.ค.ปีนี้ หากมีความจำเป็น โดย ECB จะใช้มาตรการ QE ไปจนกระทั่งทิศทางของเงินเฟ้อมีความยั่งยืน

นอกจากนี้ นักลงทุนยังลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากคำให้การของนายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์ และจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในวันข้างหน้า

นายโคมีย์ได้เข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐเมื่อวานนี้ โดยกล่าวว่า เขาไม่มีข้อสงสัยกรณีที่รัฐบาลรัสเซียได้เข้าแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีที่แล้ว หรือกรณีที่ว่ารัสเซียได้ลักลอบเจาะระบบคอมพิวเตอร์ของคณะกรรมการแห่งชาติของพรรคเดโมแครต

ก่อนหน้านี้ นักลงทุนกังวลว่า หากคำให้การของนายโคมีย์บ่งชี้ว่าปธน.ทรัมป์ได้ขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ก็จะส่งผลให้มีการดำเนินการถอดถอนปธน.ทรัมป์ออกจากตำแหน่ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2560