ข่าวเด่น

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 เมษายน 2559 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ

ปัจจัยพื้นฐาน

ราคา ทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 15.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดัชนีดอลลาร์ ที่ส่งผลให้ทองคำซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์ มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่นๆ นอกจากนี้ราคาทองคำเผชิญแรงขายจากการที่นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขาย เพื่อรอผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26-27 เม.ย.นี้ โดยคาดว่าเฟดจะไม่ดำเนินมาตรการใหม่ใดๆแต่อาจจะมีการส่งสัญญาณเกี่ยวกับการ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน  นอกจากนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะจัดการประชุมขึ้นในวันที่ 27-28 เม.ย. โดยมีการคาดการณ์ว่าบีโอเจ กำลังพิจารณาใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบให้ครอบคลุมถึงโครงการเงินกู้ที่บี โอเจปล่อยให้กับสถาบันการเงิน ซึ่งผลการประชุมของธนาคารกลางทั้งสองแห่งอาจจะส่งผลให้ราคาทองคำเคลื่อนไหว ผันผวนได้ จึงต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

 

 

 

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ (25/04/2559)

โตต่อเนื่อง 2 เดือนติด-นำเข้าสินค้าทุนฟื้น


“พาณิชย์” ประกาศตัวเลขส่งออกเดือน มี.ค.2559 วันนี้ (25 เม.ย.) ขยายตัว 1.3% ขณะที่รวม 3 เดือนแรกของปีนี้ส่งออกอยู่ในแดนบวกแล้ว 0.9% สินค้าเกษตรหดตัวจากราคาสินค้าที่ลดลง ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวต่อเนื่อง ด้านการนำเข้าสินค้าทุน และวัตถุดิบมีแนวโน้มดีขึ้น สะท้อนการลงทุนในประเทศเริ่มกลับมาฟื้นตัว เทียบกับประเทศอื่นทั่วโลกที่ยังติดลบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 25 เม.ย.นี้ กระทรวงพาณิชย์จะแถลงตัวเลขการส่งออกของไทยประจำเดือน มี.ค.59 อย่างเป็นทางการ โดยพบว่ามูลค่าการส่งออก ในรูปสกุลดอลลาร์ 19,125 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 1.3% จากเดือน มี.ค.ปีก่อน และเป็นการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ทั้งนี้ เมื่อรวมการส่งออก 3 เดือนแรกของปีนี้ คือ ม.ค.-มี.ค.59 มีมูลค่ารวม 53,829 ล้านเหรียญ ยังขยายตัวที่ 0.9% จากช่วงปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่าขณะที่การส่งออกของประเทศอื่นยังติดลบ แต่การส่งออกไทยขยับ มาอยู่ในแดนบวกแล้ว อีกทั้งเมื่อนำมูลค่าการส่งออก รวมในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หักสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันและทองคำ พบว่าการส่งออกเดือน มี.ค.ขยายตัว 1.4% เทียบกับปีก่อน ส่วนมูลค่าส่งออกรวม ม.ค.-มี.ค.59 หักสินค้าเกี่ยวเนื่องน้ำมันและทองคำ ติดลบ 0.4%

ด้านการนำเข้าเดือน มี.ค.59 มีมูลค่า 16,159 ล้านเหรียญ ขยายตัวติดลบ 6.94% ทำให้เดือนนี้มีดุลการค้า 2,966 ล้านเหรียญ และเมื่อคิดรวมการนำเข้า ม.ค.-มี.ค.59 มีมูลค่า 46,640 ล้านเหรียญ ขยายตัวติดลบ 11.99% จึงมีดุลการค้า 8,189 ล้านเหรียญ ทั้งหมดนี้ ทำให้ภาพรวมการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือน มี.ค.นี้ มีมูลค่าการค้า 35,283 ล้านเหรียญ ติดลบ 2.64% และมูลค่าการค้าเดือน ม.ค.-มี.ค.59 ที่ 99,470 ล้านเหรียญ ติดลบ 5.46%

ส่วนการส่งออกในรูปสกุลเงินบาทเดือน มี.ค. มีมูลค่า 676,529 ล้านบาท ขยายตัว 10.77% และการส่งออกรวมเดือน ม.ค.-มี.ค.59 มีมูลค่า 1,923,794 ล้านบาท ขยายตัว 11.07%

สำหรับสินค้าส่งออก 10 อันดับแรก พบว่ารถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบขยายตัวเป็นอันดับ 1 โดย มี.ค. ขยายตัว 2.9% และ ม.ค.-มี.ค.ขยายตัว 1.5% ที่น่าสนใจคือ การส่งออกรถยนต์กำลังค่อยๆฟื้น โดยการส่งออกรถกระบะขนาด 1 ตัน ซึ่งเดิมไทยส่งออกมากที่สุดในโลกเริ่มลดลง แต่การส่งออกรถเก๋ง มีมากขึ้น ซึ่งเป็นทิศทางที่ดีเพราะทำราคาได้สูงกว่า ด้านสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรเดือน มี.ค.59 กลับมาหดตัวที่ 1.5% จากปัจจัยราคาสินค้าลดลง ได้แก่ ยางพารา ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ทูน่ากระป๋องและเครื่องดื่ม อย่างไรก็ตาม มีสินค้าเกษตรที่ขยายตัว ได้แก่ ข้าว ผลไม้กระป๋องแปรรูป น้ำตาลทราย และไก่แปรรูป และเป็นที่น่าสังเกตว่ามูลค่าส่งออกหดตัวสวนทางกับปริมาณการส่งออกที่เพิ่ม ขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าเป็นการหดตัวจากปัจจัยด้านราคาเป็นสำคัญ ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม มี.ค.59 ขยายตัวต่อเนื่องที่ 3.4% ตามการส่งออกทองคำ รถยนต์และส่วนประกอบและเครื่องจักรกลที่ขยายตัวสูงขึ้น

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาการส่งออกเป็นรายกลุ่มตลาด พบว่าตลาดหลัก 3 ประเทศ ยังคงติดลบ 3.4% โดยญี่ปุ่นติดลบ 6.1% สหรัฐอเมริกาติดลบ 1.4% สหภาพยุโรปติดลบ 2.9% อย่างไรก็ตาม ในตลาดศักยภาพสูงขยายตัว 0.6% โดยตลาดอาเซียนเดิม ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไนและสิงคโปร์ ขยายตัว 12.4% แต่ตลาด CLMV ติดลบ 6.9% ทำให้ภาพรวมตลาดอาเซียนขยายตัว 4.5% สำหรับตลาดจีนติดลบ 5.4% และเอเชียใต้บวก 0.5% ด้านตลาดศักยภาพระดับรอง ขยายตัว 0.4% มาจากการขยายตัวของตลาดออสเตรเลีย 3.5% ที่มีการนำเข้ารถยนต์จากไทยเป็นส่วนใหญ่และตลาดตะวันออกกลาง ติดลบ 5.9%

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อวิเคราะห์โครงสร้างการนำเข้าเดือน มี.ค.59 พบว่า การนำเข้าสินค้าทุน เริ่มเป็นบวก 5.9% ส่วนการนำเข้าวัตถุดิบแม้ยังติดลบ 11.51% แต่เป็นการติดลบที่ลดลง เมื่อพิจารณาการนำเข้าวัตถุดิบทั้ง 3 เดือนคือ ม.ค.-มี.ค. ติดลบ 15.7% สะท้อนให้เห็นว่าอนาคตจะมีการลงทุนและผลิตสินค้าในไทยมากขึ้น โดยการนำเข้าส่วนประกอบยานยนต์ยังคงขยายตัวได้ดีสะท้อนการลงทุนในประเทศที่ เริ่มฟื้นตัวและมีการขยายการผลิตรถยนต์

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาสถานะการส่งออกของประเทศต่างๆ เดือน ม.ค.-ก.พ.59 พบว่า ประเทศคู่แข่งมีทิศทางหดตัว มีเพียงไทยประเทศเดียวที่เป็นประเทศผู้ส่งออกอันดับที่ 23 ของโลก ขยายตัว 0.7% ส่วนประเทศอื่นติดลบทั้งหมด โดยรัสเซียติดลบมากสุด 34.5% รองลงมาสิงคโปร์ติดลบ 20.7% ออสเตรเลียติดลบ 20.4% จีนติดลบ 17.9% เป็นต้น.

 

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์ (25/04/2559)

สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองคำ ประจำวันที่ 25 เมษายน 2559 โดยเปิดตลาดราคาทองคำ ขึ้น 50 บาท ดังนี้

ทองคำแท่ง

รับซื้อ 20,450.00 บาท ขายออก 20,550.00 บาท

ทองรูปพรรณ

รับซื้อ 20,147.64 บาท ขายออก 20,950.00 บาท

ดึงยางสต็อก2แสนตันประมูลขายรับราคาพุ่ง
ราคายางตลาดโตเกียวพุ่งสูงสุดรอบ 8 เดือน ขณะที่ผู้ส่งออกแห่ขายยางในสต็อกรับราคาพุ่ง กยท.สบช่องเสนอครม.ดึงยางสต็อก 2 แสนตัน ออกประมูล

          ราคายางในตลาดส่งมอบปัจจุบันของเอเชียปรับตัวขึ้น วานนี้ (21 เม.ย.) โดยยางแผ่นดิบชั้น 3 (USS3) ของไทยเพิ่มขึ้น 1.27 บาท สู่ระดับกิโลกรัม(กก.)ละ 56.63 บาท ทั้งนี้ สัญญายางล่วงหน้าที่ตลาดโตเกียวพุ่งขึ้นมาที่ระดับสูงสุดใหม่ในรอบ 8 เดือน โดยพุ่งขึ้นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันตามการ พุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน และความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจจีน โดยสัญญายาง TOCOM ส่งมอบเดือนก.ย.พุ่งขึ้น  5.3 เยน ที่ 199.1 เยนต่อกก.หลังจากที่พุ่งแตะระดับสูงสุดที่ 199.7 เยน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 2558 ขณะที่ สัญญายางตลาดล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้พุ่งขึ้น 4% ตามตลาดโตเกียว ชี้เหตุยางออกสู่ตลาดน้อย
          นายหลักชัย กิตติพล ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าราคายางที่ปรับสูงขึ้นแตะ กก.ละ 60 บาท เป็นผลมาจาก มาตรการต่างๆที่รัฐบาลไทยรวมทั้งบริษัท ร่วมทุนยางระหว่างประเทศ (IRCO) ดำเนินการ ต่อเนื่อง ประกอบกับปัจจุบันเป็นช่วงต้นยางผลัดใบเกษตรกรไม่สามารถกรีดยางได้ น้ำยาง จึงออกสู่ตลาดน้อย
          ขณะที่การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้กว้านซื้อยางเพื่อส่งมอบกับบริษัทชิโนเคม ของจีน รวมทั้งราคาน้ำมันที่เริ่มมีเสถียรภาพ ทำให้ราคายางสังเคราะห์เริ่มปรับเพิ่มขึ้น ใกล้เคียงกับราคายางพารา คาดจะส่งผลให้ราคายางในเดือน เม.ย.- พ.ค.นี้ ยังปรับเพิ่มขึ้น ต่อเนื่อง

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2559

อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของธนาคารกสิกรไทย ประจำวันจันทร์ที่ 25 เมษายน 2559 เมื่อเวลา 08.05 น. มีดังนี้

ดอลลาร์ สหรัฐ รับซื้อที่ 33.84 บาท ขายออก 35.36 บาท ยูโรอยู่ที่ระดับ 39.96 บาทต่อยูโร ปอนด์อยู่ที่ 51.39 บาทต่อปอนด์ เงินหยวนของจีนอยู่ที่ 5.60 บาทต่อหยวน และเงินเยนของญี่ปุ่นอยู่ที่ 0.32705 บาทต่อเยน

 

 

ที่มา : INN News (25/04/2559)

แนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนค่าในสัปดาห์นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้แนวโน้มดอลลาร์อ่อนตัวต่อเนื่องตลอดสัปดาห์หน้า อยู่ในกรอบ 34.90-35.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ พร้อมจับตานโยบายเฟดกระทบค่าเงิน

รายงานข่าวจากบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ (วันที่ 25-29 เม.ย.) มีแนวโน้มจะอ่อนค่าลงจากสัปดาห์ก่อนที่ช่วงต้นสัปดาห์แข็งค่าสุดในรอบ 1 เดือนไปถึง 34.83 บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยประเมินว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 34.90-35.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งอ่อนตัวต่อเนื่องจากท้ายสัปดาห์ ทั้งนี้ต่อจากนี้ต้องจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และญี่ปุ่น ทั้งตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ตลอดจนยอดขายบ้านใหม่และยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย ขณะในประเทศให้ติดตามข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ และตัวเลขเศรษฐกิจไทยในเดือนมี.ค. ควบคู่กัน

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ (วันที่ 24 เมษายน 2559)

ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาดูการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 26-27 เม.ย. รวมถึงการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันที่ 28 เม.ย.นี้

ดัชนี MSCI Asia Pacific ลดลง 0.3% สู่ระดับ 132.73 จุด เมื่อเวลาประมาณ 9.05 น.ตามเวลาโตเกียว

ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 17,613.56 จุด เพิ่มขึ้น 41.07 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 2,949.97 จุด ลดลง 9.27 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 21,408.56 จุด ลดลง 58.48 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ที่ 8,541.14 จุด เพิ่มขึ้น 5.39 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ที่ 2,016.05 จุด เพิ่มขึ้น 0.56 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ที่ 2,930.61 จุด ลดลง 9.82 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ที่ 1,714.38 จุด ลดลง 3.58 จุด

 

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) (25/04/2559)

 

สภาผู้ส่งออก มั่นใจ ส่งออกมีนาคมไทยเป็นบวก ทองคำ อุตสาหกรรมรถยนต์หนุน เล็งหารือสมาชิกปรับประมาณการ
นาย นพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย หรือ สภาผู้ส่งออก เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า สถานการณ์ส่งออกเดือนมีนาคม 2559 คาดว่า จะยังเป็นบวก โดยมาจากการส่งออกทองคำ อุตสาหกรรมเกี่ยวกับรถยนต์ และสินค้าประมง ได้แก่ กุ้ง นอกจากนี้ ยังได้รับแรงสนับสนุนจากทางภาครัฐที่เร่งผลักดันเต็มที่ ในการต่อสู้กับปัญหาเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ ส่วนตัวจับตาตัวเลขส่งออกในประเทศ CLMV ที่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ติดลบ โดยหวังว่าในเดือนมีนาคมจะกลับมาพลิกบวกได้ 

ขณะที่การแถลงสถานการณ์ ส่งออกของสภาผู้ส่งออกเอง จะมีขึ้นในวันที่ 3 พฤษภาคมนี้ที่ โรงแรมแมนดาริน เวลา 10.30 น. โดยหลังจากที่วันนี้กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขของเดือนมีนาคมแล้ว ทางสภาผู้ส่งออกจะหารือกันเรื่องการปรับประมาณการอีกครั้ง ว่าจะคงเป้าทั้ง ปีที่อยู่ที่ 0 - 2% หรือ จะปรับลดลงเป็นติดลบ

 

ที่มา : INN News (25/04/2559)

นายสมพงศ์ ราชสุวรรณ กรรมการเครือข่ายชาวสวนยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า แม้ว่าช่วงนี้อยู่ในช่วงปิดหน้ายางประกอบกับภัยแล้งยาวทำให้น้ำยางสดขาดแคลน ส่งผลทำให้ราคาน้ำยางสดพุ่งสูงกว่ายางแผ่นดิบ โดยราคารับซื้ออยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 62 บาท จากเดิม 56 บาท และมีแนวโน้มสูงขึ้นไปตลอดทั้งปี เนื่องจากโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปอุตสาหกรรมยาง เช่น ถุงมือยาง ถุงมือแพทย์ ถุงยางอนามัย ต่างออกมาแข่งขันกันซื้อน้ำยางสดสต๊อกไว้ เนื่องจากในสต๊อกยังมีน้ำยางสดไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
"ฝนทิ้งช่วงมายาวนานหลายเดือนทำให้ปริมาณน้ำยางสดลดลง ขณะสวนยางพาราโซนอันดามันที่สามารถเปิดหน้ากรีดได้แล้วแต่ก็ยังมีน้ำยางสดน้อย ส่วนสวนยางประเทศคู่แข่ง จีน ลาว และกัมพูชา ก็มีปริมาณน้ำยางสดน้อยเช่นกัน ทำให้คาดว่าตลอดปีนี้ราคาน้ำยางสดพุ่งขึ้นในทิศทางที่ดีอย่างแน่นอน นายสมพงศ์ กล่าว
ด้าน นายเงินวสวัตตดิ์ ลิ่มทวีสกุล ผู้ก่อตั้งกลุ่มสภาปฎิรูปวงการยางไทยจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคายางขยับขึ้น คือ ราคาน้ำมัน ซึ่งขณะนี้ราคาเคลื่อนไหวที่ 44 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทำให้ราคายาง กก.ละ 62 ราคายางจะผูกติดอยู่กับราคาน้ำมัน ถ้าราคาน้ำมันมาเคลื่อนไหวอยู่ที่ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ราคายางก็จะเคลื่อนไหวที่ กก. 70 บาท และราคาน้ำมันเคลื่อนไหวอยู่ที่ 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ราคายางก็จะพุ่ง กก.ละ 80 บาท

 

ที่มา หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ประจำวันที่ 25 เมษายน 2559

„แนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนค่าในสัปดาห์หน้า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้แนวโน้มดอลลาร์อ่อนตัวต่อเนื่องตลอดสัปดาห์หน้า อยู่ในกรอบ 34.90-35.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ พร้อมจับตานโยบายเฟดกระทบค่าเงิน

รายงานข่าวจากบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้า (วันที่ 25-29 เม.ย.) มีแนวโน้มจะอ่อนค่าลงจากสัปดาห์ก่อนที่ช่วงต้นสัปดาห์แข็งค่าสุดในรอบ 1 เดือนไปถึง 34.83 บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยประเมินว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 34.90-35.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งอ่อนตัวต่อเนื่องจากท้ายสัปดาห์ ทั้งนี้ต่อจากนี้ต้องจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และญี่ปุ่น ทั้งตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ตลอดจนยอดขายบ้านใหม่และยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย ขณะในประเทศให้ติดตามข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ และตัวเลขเศรษฐกิจไทยในเดือนมี.ค. ควบคู่กัน “

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ (วันที่ 23 เมษายน 2559)