ข่าวเด่น

Jenjira

Jenjira

TOKYO (Nov 9):   futures fell further on Thursday, weighed down by a decline in Shanghai futures and worries over sluggish global demand for , brokers said.

TOCOM has also been hit by profit-taking, after touching a near one-month high of 207 yen on Tuesday.

The Tokyo Commodity Exchange rubber contract for April delivery finished 1.6 yen lower at 203.1 yen (US$1.79) per kg.

 inventories at Japanese ports stood at 5,784 tonnes as of Oct 20, up 9.1% from the last inventory date, data from the Rubber Trade Association of Japan showed on Thursday.

Malaysia’s industrial production in September expanded at a pace well below expectations, as growth slowed across all sub-sectors like petroleum, chemical, rubber and products.

The most active rubber contract on the Shanghai Futures Exchange for January delivery fell 110 yuan to finish at 13,805 yuan (US$2,082) per tonne. The contract also touched a five-week high of 14,235 yuan on Monday.

The front-month rubber contract on Singapore’s  exchange for December delivery last traded at 142.80 U.S. cents per kg, down 1 cent.

In market news,  has launched an antidumping probe into imports of a synthetic rubber called nitrile rubber from South Korea and Japan, the Ministry of Commerce said in a statement on Thursday. 

(US$1 = 113.5800 yen)
(US$1 = 6.6309 Chinese yuan)

Source : https://globalrubbermarkets.com

รายงานการประชุมประจำเดือนต.ค.ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งมีการเปิดเผยในวันนี้ ระบุว่า คณะกรรมการบริหารของ BOJ ได้หารือกันเกี่ยวกับการขยายมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน Ffpกรรมการหลายคนได้เน้นย้ำว่า มาตรการที่ BOJ ใช้อยู่ในปัจจุบันนั้น พอเพียงต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่น

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า นายโกชิ คาตาโอกะ ซึ่งเข้าร่วมทีมคณะกรรมการบริหารของ BOJ เมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมานั้น ได้เสนอให้ BOJ เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลประเภทระยะยาว เพื่อให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรประเภทอายุ 15 ปียังคงอยู่ต่ำกว่า 0.2% แทนที่จะรักษาอัตราผลตอบแทนพันธบัตรประเภทอายุ 10 ปี ให้อยู่ที่ราว 0%

อย่างไรก็ตาม กรรมการคนอื่นๆไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว โดยกรรมการคนหนึ่งกล่าวว่า "สิ่งที่สำคัญในขณะนี้คือการเฝ้าจับตารอดูสถานการณ์จนกว่าผลของการบังคับใช้มาตรการในปัจจุบันจะออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม"

ขณะเดียวกัน กรรมการบริหารอีกคนหนึ่งของ BOJ กล่าวว่า มาตรการก่อนคลายทางการเงินที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน "เป็นมาตรการที่เหมาะสมมากที่สุด เพราะสามารถสร้างภาวะแวดล้อมที่เกื้อหนุนให้บริษัทต่างๆสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง พร้อมระบุว่า มาตรการผ่อนคลายทางการเงินในปัจจุบันนั้น มีความไม่แน่นอนน้อยที่สุดในแง่ของผลกระทบด้านนโยบาย

สำหรับการประชุมซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น คณะกรรมการ BOJ มีมติด้วยคะแนนเสียง 8 ต่อ 1 ให้คงนโยบายผ่อนคลายทางการเชิงรุก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นสู่เป้าหมายที่ระดับ 2%

นอกจากนี้ ที่ประชุม BOJ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจในปีงบประมาณ 2560 ขึ้นสู่ระดับ 1.9% จากที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนก.ค.ที่ระดับ 1.8% พร้อมกับคงการประเมินภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของญี่ปุ่น โดยระบุว่า เศรษฐกิจภายในประเทศ "ขยายตัวปานกลาง"

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม BOJ ได้ปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อสำหรับปีงบประมาณ 2560 ลงสู่ระดับ 0.8% จากตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 1.1% เนื่องจากการขยายตัวของค่าจ้างและการอุปโภคบริโภคในภาคเอกชนยังคงซบเซา แม้เศรษฐกิจขยายตัวแข็งแกร่งขึ้นก็ตาม

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560)

สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยว่า การส่งออกและนำเข้าต่างก็ปรับตัวลงในเดือนก.ย.

ทั้งนี้ การส่งออกลดลง 0.4% ในเดือนก.ย. ขณะที่การนำเข้าลดลง 1.0%
นอกจากนี้ สำนักงานสถิติยังได้ปรับลดตัวเลขการส่งออกและนำเข้าในเดือนส.ค. โดยการส่งออกเพิ่มขึ้น 2% จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 3.1% ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 0.8% จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 1.2%

การส่งออกที่ชะลอตัวลง ส่งผลให้รัฐบาลเยอรมนีต้องพึ่งพาการบริโภค การใช้จ่ายของรัฐ และการก่อสร้างเป็นปัจจัยผลักดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560)

นางลอเร็ตตา เมสเตอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาคลีฟแลนด์ กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ถือเป็นแนวทางที่ดีที่สุดในการรับมือกับปัญหาเงินเฟ้อ และพยุงเศรษฐกิจสหรัฐ

"ดิฉันคาดว่าการปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปเป็นกลยุทธที่ดีที่สุดที่เรามีเพื่อทำให้การขยายตัวยืดยาวออกไป" นางเมสเตอร์กล่าว

ในการประชุมนโยบายการเงินในเดือนต.ค. เฟดระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า ซึ่งจะเป็นครั้งที่ 3 ในปีนี้

นอกจากนี้ นางเมสเตอร์ไม่ได้แสดงความกังวลต่อราคาน้ำมันที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีในสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจจะผลักดันให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้น และทำให้เฟดต้องคุมเข้มนโยบายการเงินมากขึ้น

"นี่เป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่งที่เราจะพิจารณา เรื่องสำคัญอยู่ที่ว่า สิ่งนี้จะกระทบต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อหรือไม่ และเงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นตามราคาน้ำมันหรือไม่" นางเมสเตอร์กล่าว

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560)

ธนาคารกลางฝรั่งเศสคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะมีการขยายตัว 0.5% ในไตรมาส 4 โดยจะได้แรงหนุนจากการผลิตในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในกลุ่มโลหะ เคมีภัณฑ์ และยานยนต์

ธนาคารกลางระบุว่า คำสั่งซื้อได้พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 80.6%

นอกจากนี้ ธนาคารกลางคาดว่าภาคบริการจะปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในเดือนพ.ย.
รัฐบาลฝรั่งเศสหวังที่จะผลักดันการขยายตัวสู่ระดับ 1.8% ในปีนี้ จากตัวเลขเป้าหมายเบื้องต้นที่ระดับ 1.7% โดยได้รับแรงหนุนจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศ และในยูโรโซน

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560)

นายสุนันท์ นวลพรหมสกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้านบริหาร ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวถึงการประชุมบอร์ด กยท.วาระด่วนวานนี้ (8 พ.ย.) เพื่อแก้ไขสถานการณ์ยางพารา โดยได้มีมติให้ทบทวนวิธีการเข้าตลาดของกองทุนรักษาเสถียรภาพราคายาง ให้สะท้อนความเป็นจริง ไม่สูงกว่าราคากลางมากเกินไป และให้ปฏิบัติตามระเบียบตลาดกลาง กยท. อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการรับมอบยางภายใน 2 วัน หากเกินกำหนดจะต้องจ่ายค่าปรับเป็นรายวัน รวมถึงให้หน่วยธุรกิจพิจารณาการเข้าซื้อยางก้อนถ้วยในพื้นที่จากเกษตรกรโดยตรงเพิ่มเติมผ่านทางตลาดของ กยท. ในภาคอีสาน และขยายเปิดจุดในแต่ละตลาดให้เพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ ให้ กยท. ทบทวนระเบียบการขอสนับสนุนสินเชื่อแก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนแปรรูปหรือการตลาด ให้มีความผ่อนปรนขึ้น หรือหาแนวทางเพื่อให้เกษตรกรหันมาแปรรูปมากขึ้นตามข้อเสนอแนะของเครือข่ายเกษตรกรภาคตะวันออกและผู้แทนเกษตรกรชาวสวนยาง และพิจารณาปรับปรุงสวัสดิการให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับความเดือดร้อนให้ได้รับสิทธิมากขึ้น

นายสุนันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมมีนโยบายให้เร่งผลักดันโครงการสินเชื่อเพื่อดูดซับปริมาณผลผลิตยางพาราของกลุ่มต่างๆ เช่น สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ผู้ประกอบการขั้นกลางและผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากยางพารา เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรในด้านการรับซื้อผลผลิตตามโครงการต่างๆ ตามที่รัฐบาลให้การสนับสนุน

“ผลจากการประชุมประเด็นวาระเร่งด่วนเหล่านี้ กยท.จะเร่งดำเนินการพิจารณาและขับเคลื่อนให้เร็วที่สุด ซึ่งจะเกิดประโยชน์และสามารถช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางได้อย่างยั่งยืน ส่วนประเด็นเรียกร้องที่ไม่ส่งผลต่อการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง และสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ไม่ได้มีมติพิจารณา” นายสุนันท์ กล่าวย้ำ

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560)

ข้อมูลจากรัฐบาลญี่ปุ่นที่ได้มีการเปิดเผยในวันนี้ ระบุว่า ความเชื่อมั่นทางธุรกิจของชาวญี่ปุ่นที่ประกอบอาชีพที่มีความอ่อนไหวต่อสภาพเศรษฐกิจ ปรับตัวขึ้นในเดือนต.ค. เป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน โดยสกุลเงินเยนที่อ่อนค่าและภาวะตลาดหุ้นที่แข็งแกร่งส่งผลดีต่อผู้ส่งออกและผู้ค้าปลีก

ดัชนีความเชื่อมั่น diffusion index ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นในกลุ่มอาชีพที่อ่อนไหวต่อสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน เช่น พนักงานขับรถแท็กซี่ และพนักงานร้านอาหาร อยู่ที่ระดับ 52.2 ในเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 0.9 จุดจากเดือนก.ย. ซึ่งอยู่ในระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2557

ดัชนีที่สูงกว่า 50 หมายความว่า จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มองว่าสภาพเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นมากกว่าที่จะแย่ลง ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ผลการสำรวจบ่งชี้ว่า ยอดขายของห้างสรรพสินค้าได้รับแรงหนุนจากการอุปโภคบริโภคที่แข็งแกร่ง หลังจากที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้น

นอกจากนี้ ผลการสำรวจระบุว่า ยอดขายเสื้อผ้าช่วงฤดูหนาวเป็นไปอย่างคึกคัก ขณะที่ยอดสั่งซื้อในอุตสาหกรรมการก่อสร้างสดใส

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560)

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (9 พ.ย.) เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อสัญญาน้ำมันเพื่อเก็งกำไร โดยรายงานระบุว่า ซาอุดิอาระเบียกล่าวหาเลบานอนว่าต้องการประกาศสงครามต่อซาอุดิอาระเบีย หลังเกิดเหตุการณ์รุกรานของกลุ่มฮิสบอลลาห์ในเลบานอน ซึ่งได้รับการหนุนหลังจากอิหร่าน

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้น 36 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 57.17 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 44 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 63.93 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดน้ำมันนิวยอร์กได้ปัจจัยหนุนจากความขัดแย้งระหว่างซาอุดิอาระเบีย และอิหร่าน รวมทั้งการที่กษัตริย์ซัลมาน บิน อับดุลาซิส อัล ซาอุด แห่งซาอุดิอาระเบีย ได้ประกาศกวาดล้างการทุจริตครั้งใหญ่ ซึ่งนำไปสู่การจับกุมตัวมกุฎราชกุมารอัลวาลีด บิน ทาลาล และเจ้าชายคนอื่นๆ รวมทั้งรัฐมนตรี มหาเศรษฐี และอดีตเจ้าหน้าที่อีกหลายคน

ทั้งนี้ ทางการซาอุดิอาระเบียออกประกาศเตือนประชาชนมิให้เดินทางเข้าสู่เลบานอน พร้อมกับสั่งชาวซาอุดิอาระเบียที่อยู่ในเลบานอนให้รีบเดินทางออกจากประเทศโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซาอุดิอาระเบียกล่าวหาเลบานอนว่าได้ทำการประกาศสงครามต่อซาอุดิอาระเบีย หลังการรุกรานของกลุ่มฮิสบอลลาห์ในเลบานอน ซึ่งได้รับการหนุนหลังจากอิหร่าน

เลบานอนได้ถูกดึงเข้าสู่ปมปัญหาความขัดแย้งระหว่างซาอุดิอาระเบียและอิหร่าน นับตั้งแต่ที่นายซาอัด อัล-ฮารีรี ซึ่งเป็นพันธมิตรกับซาอุดิอาระเบีย ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเลบานอนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่ได้กล่าวหาอิหร่าน และกลุ่มฮิสบอลลาห์ในแถลงการณ์ลาออกจากตำแหน่งของเขา

นักลงทุนจับตาการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ที่กรุงเวียนนาในวันที่ 30 พ.ย. ซึ่งจะมีการหารือกันเกี่ยวกับการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควทส์ (วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560)

คณะกรรมาธิการพิจารณาวิธีการจัดหารายได้ของสภาผู้แทนราษฎร (House Ways and Means Committee) มีมติด้วยคะแนนเสียง 24 ต่อ 16 ผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของพรรครีพับลิกันเมื่อวานนี้ตามเวลาสหรัฐ โดยหลังจากนี้จะมีการส่งร่างกฎหมายดังกล่าวให้กับสภาผู้แทนราษฎรเต็มคณะเพื่อทำการพิจารณาในสัปดาห์หน้า และจากนั้นจะถูกส่งให้กับวุฒิสภาสหรัฐ เพื่อทำการพิจารณาเป็นลำดับต่อไป

ร่างกฎหมายดังกล่าว หรือที่เรียกว่า "Tax Cuts and Jobs Act" ซึ่งสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้เปิดเผยรายละเอียดเมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น ครอบคลุมถึงการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงสู่ระดับ 20% จากปัจจุบันที่ระดับ 35% และการลดจำนวนขั้นบันไดของการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จาก 7 ขั้น เหลือเพียง 4 ขั้น คือ 12%, 25%, 35% และ 39.6%

ด้านทำเนียบขาวได้ออกแถลงการณ์ว่า "การผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีฉบับ Tax Cuts and Jobs Act โดยคณะกรรมาธิการพิจารณาวิธีการจัดหารายได้ของสภาผู้แทนราษฎรนั้น ถือเป็นย่างก้าวที่สำคัญของการบรรเทาภาระภาษีให้กับชาวอเมริกัน อย่างไรก็ตาม เรายังมีอีกหลายขั้นตอนที่จะต้องดำเนินการ"

ทั้งนี้ สมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้วางแผนว่าจะผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีฉบับนี้ก่อนช่วงเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า ในวันที่ 23 พ.ย.นี้ และจากนั้นจะส่งต่อให้กับวุฒิสภา เพื่อทำการพิจารณาเป็นลำดับต่อไป

อย่างไรก็ตาม สมาชิกพรรครีพับลิกันในวุฒิสภาได้เปิดเผยร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีฉบับของวุฒิสภาเองเมื่อวานนี้ตามเวลาสหรัฐ ซึ่งเนื้อหาหลักในร่างกฎหมายมีความแตกต่างจากฉบับของสภาผู้แทนราษฎร จึงส่งผลให้เกิดความไม่แน่แนอนว่า วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ จะสามารถประสานความแตกต่างในเนื้อหาเหล่านี้ ให้ลงตัวได้หรือไม่

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560)

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งประจำเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 0.3% สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ หลังจากปรับตัวขึ้น 0.8% ในเดือนส.ค.

นอกจากนี้ หากไม่นับรวมหมวดรถยนต์ สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งพื้นฐาน ซึ่งใช้ในการคำนวณตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.42% ในเดือนก.ย.

ขณะเดียวกัน ยอดขายในภาคค้าส่งเพิ่มขึ้น 1.3% ในเดือนก.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.9% หลังจากเพิ่มขึ้น 1.9% ในเดือนส.ค.

ยอดขายดังกล่าวบ่งชี้ว่า ผู้ค้าส่งจะต้องใช้เวลา 1.27 เดือนในการจำหน่ายสินค้าทั้งหมดในสต็อก โดยลดลงจากระดับ 1.28 เดือนในเดือนส.ค.

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560)