ข่าวเด่น

ข่าวสารด้านยางพารา

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า ค่าเงินบาทแข็งค่าทะลุระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ มาที่ 32.83 บาทต่อดอลลาร์ฯ ซึ่งนับเป็นสถิติแข็งค่าที่สุดในรอบ 30 เดือน "สถานการณ์การแข็งค่าของเงินบาทยังคงเป็นภาพที่สอดคล้องกับกระแสการแข็งค่าของสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย เพราะมี สาเหตุหลักร่วมกัน จากทิศทางการอ่อนค่าของ เงินดอลลาร์ฯ ซึ่งในช่วงนี้ขาดปัจจัยหนุนใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติม หลังจากตลาดทยอยรับรู้โอกาสของการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ในเดือนธันวาคม 2560 ที่จะถึงนี้มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ในทางกลับกัน ปัจจัยกดดันเงินดอลลาร์ฯ กลับมีเข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะแผนปฏิรูปภาษีสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ระหว่างการหาข้อสรุปร่วมกันในสภาคองเกรส"   นอกจากเงินดอลลาร์ฯ จะขาดปัจจัย บวกแล้ว หากกลับมามองปัจจัยในฝั่งของเงินบาท ก็คงต้องยอมรับว่า ดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุล อย่างต่อเนื่องของไทย นับเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้าง สำคัญที่หนุนให้เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ ที่แข็งค่า สำหรับปัจจัยที่กำหนดทิศทางของเงินบาท ในปีหน้านั้น มองว่า ปัจจัยพื้นฐานจาก ดุลบัญชีเดินสะพัดที่ยังมีโอกาสเกินดุลต่อเนื่อง (ที่ประมาณ 38.6 พันล้านดอลลาร์ฯ ตามตัวเลขคาดการณ์ของธปท.)อาจจะยังคงเป็นปัจจัยหนุนทิศทางเงินบาท เพราะแม้เงินดอลลาร์ฯ จะยังมีโอกาสกลับมาแข็งค่าได้ในช่วงปีข้างหน้า ตามสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินของเฟด ซึ่งยังมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายและทยอยลดงบดุล และอาจมีแรงหนุนเพิ่มเติมหากแผนปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯ สามารถหาข้อสรุปที่ลงตัวได้ แต่คงต้องยอมรับว่า ปัจจัยหนุนค่าเงินดอลลาร์ฯ (ซึ่งอาจจะมีผลให้เงินบาทขยับอ่อนค่า) ทั้ง 2 เรื่องนั้น ยังมีความไม่แน่นอนอยู่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในเรื่อง "จังหวะเวลา" ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในระหว่างปี และช่วงเวลาที่จะเริ่มเห็นความชัดเจนของการเดินหน้าได้จริงแผนปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯ "ความผันผวนของสถานการณ์ค่าเงินดอลลาร์ฯ จึงยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ภาคธุรกิจ จะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะคงต้องยอมรับว่า กระแสรายรับของผู้ประกอบการ ภาคการส่งออกของไทยส่วนใหญ่กว่า 77% ของการส่งออกรวม จะเป็นรายรับในรูปของสกุลเงินดอลลาร์ฯ ซึ่งอาจจะมีความเสี่ยงและความ ผันผวนเมื่อแปลงกลับมาเป็นรายได้ในรูปเงินบาท ตามจังหวะเงินดอลลาร์ฯ ที่อ่อนค่า (ขณะที่ รายรับที่อยู่ในรูปเงินบาท ซึ่งปลอดภัยจากความผันผวนของ นอกจากนี้ การเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และเลือกใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อาทิ สัญญาฟอร์เวิร์ด และออปชั่น คงเป็นทางเลือกหนึ่ง ที่จะช่วยทำให้ผู้ประกอบการไทยได้ ที่มา หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- เสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2560  
นักบริหารเงินธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 32.79 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจาก   เย็นวันศุกร์ที่ปิดตลาดที่ 32.85 บาท/ดอลลาร์ "ดอลลาร์ในตลาดโลกดูเหมือนจะดีขึ้น แต่เงินบาทยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง โดยเมื่อวันศุกร์มีเงินทุนไหลเข้ามาในตลาดตรา สารหนี้กว่าหมื่นล้าน ซึ่งดูแล้วก็น่าเป็นห่วงเพราะผู้เล่นมองไปในทิศทางเดียวกัน" นักบริหารเงิน กล่าว นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทไว้ที่ 32.75-32.90 บาท/ดอลลาร์ โดยปัจจัยที่ต้องติดตามคือ การประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 3/60 และแนวโน้มปี 60-61 ในช่วงเช้านี้ บันทึกรายงานการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 31 ต.ค.-1 พ.ย.   * ปัจจัยสำคัญ   - เงินเยนอยู่ที่ 112 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ (17 พ.ย.) ที่อยู่ที่ระดับ 112.53 เยน/ดอลลาร์ - ส่วนเงินยูโรอยู่ที่ 1.1743 ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ (17 พ.ย.) ที่อยู่ที่ระดับ 1.1796 ดอลลาร์/ยูโร - อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 32.8570 บาท/ ดอลลาร์ - สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์จะเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวล รวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 3/60 และ แนวโน้มปี 60-61 เช้านี้ - ธนาคารกสิกรไทย ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทสัปดาห์นี้ (20-24 พ.ย.) ที่ 32.70-33.00 บาทต่อ ดอลลาร์ฯ โดยคงต้องติดตามตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาส 3/2560 ของไทย รวมถึงบันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 31 ต.ค.-1 พ. ย. ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนต.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและภาคบริการเดือนพ.ย. - ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุจากเงินบาทแข็งค่าทะลุระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ มาที่ 32.83 บาทต่อดอลลาร์ สหรัฐ ซึ่งนับเป็นสถิติแข็งค่าที่สุดในรอบ 30 เดือน ทั้งนี้ สถานการณ์การแข็งค่าของเงินบาทยังคงเป็นภาพที่สอดคล้องกับกระแสการ แข็งค่าของสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย เพราะมีสาเหตุหลักร่วมกันจากทิศทางการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ฯ ซึ่งในช่วงนี้ขาดปัจจัยหนุน ใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติม - "สมคิด" ย้ำเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่องพร้อมผลักดันโครงการรัฐเดินหน้าเต็มสูบด้าน "หอการค้าไทย" คาด เศรษฐกิจปี 61 โต 4.2% ลงทุนรัฐ-เอกชน-อีอีซี-ส่งออก-การเมืองนิ่ง-ท่องเที่ยวพุ่งหนุน จับตานโยบายสหรัฐฯ - กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านพุ่งขึ้น 13.7% ในเดือนต.ค. สู่ระดับ 1.29 ล้าน ยูนิต เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเริ่มสร้างบ้านในเขตมิดเวสท์และรัฐทางใต้ที่เริ่มจะฟื้นตัวจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากพา ยุเฮอร์ริเคน ในขณะที่ความเชื่อมั่นในกลุ่มผู้สร้างบ้านยังคงแข็งแกร่งมาโดยตลอด ด้วยแรงหนุนจากตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง และ อัตราดอกเบี้ยการจำนองที่อยู่ในระดับต่ำ - สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักบางสกุล ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (17 พ. ย.) ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าในการผลักดันมาตรการปฏิรูปภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อย่างใกล้ชิด หลังจากที่ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยร่างกฎหมายดังกล่าวถูกส่งให้กับวุฒิสภาสหรัฐ เพื่อทำ การพิจารณาเป็นลำดับต่อไป - สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเมื่อวันศุกร์ (17 พ.ย.) ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบกว่า 1 เดือน โดยได้รับ แรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง อันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการผลักดันร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของพรรครีพับลิกัน รวมถึงความวิตกกังวลเกี่ยวกับข่าวการสืบสวนทีมหาเสียงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในกรณีที่รัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2559 - ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส คาดการณ์ว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของ ธนาคารกลางสหรัฐ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. เนื่องจากอัตราว่างงานของสหรัฐปรับตัวลดลง - รัฐมนตรีคลังสหรัฐ คาดการณ์ว่า ร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของพรรครีพับลิกันจะสามารถผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา และเชื่อว่าจะถูกส่งให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายได้ก่อนช่วงเทศกาลคริสต์มาส - รัฐมนตรีกระทรวงการคลังอังกฤษ เปิดเผยว่า รัฐบาลอังกฤษเตรียมยื่นข้อเสนอเรื่องการแยกตัวออกจากสหภาพ ยุโรป (Brexit) ก่อนคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เปิดการประชุมรอบหน้าวันที่…
กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลการค้า 2.854 แสนล้านเยนในเดือนต.ค. ขณะที่ยอดส่งออกในเดือนต.ค. ปรับตัวขึ้น 14% เมื่อเทียบเป็นรายปี และยอดนำเข้าพุ่งขึ้น 18.9%   ที่มา--อินโฟเควสท์ (20/11/2560)  
เหมง เหว่ย โฆษกของคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (NDRC) กล่าวว่า NDRC ได้อนุมัติโครงการลงทุนในสินทรัพย์คงที่ 16 โครงการ วงเงินลงทุนทั้งสิ้น 6.6 หมื่นล้านหยวน หรือประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนต.ค. ซึ่งโครงการส่วนใหญ่จะเป็นโครงการในอุตสาหกรรมพลังงาน คมนาคม และไฮเทค นอกจากนี้ ยังรวมถึงโครงการอุปกรณ์ทดสอบเครื่องจักรก๊าซแบบคาร์บอนต่ำแต่ประสิทธิภาพสูง สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า โครงการเหล่านี้จะมีบทบาทที่สำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาด้านการบิน ไฟฟ้า และชิปปิ้ง อย่างเป็นอิสระ การลงทุนในสินทรัพย์คงที่เป็นเครื่องจักรที่สำคัญสำหรับการขยายตัวของเศรษฐกิจจีน แม้ว่า จีนจะพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่การบริโภคมากขึ้นก็ตาม ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเผยการลงทุนในสินทรัพย์คงที่ของจีน ขยายตัว 7.3% ต่อปีในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งลดลงจากระดับ 7.5% ในเดือนม.ค.-ก.ย.   ที่มา--อินโฟเควสท์ (18/11/2560)  
นายธีรวัฒน์ เดชทองคำ รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (ด้านธุรกิจและปฏิบัติการ) มอบนโยบายปรับเปลี่ยนแนวคิดผลิตน้ำยางสดแทนยางก้อนถ้วย พร้อมมอบถัง 200 ลิตรแก่เกษตรกรชาวสวนยางพาราเพื่อเริ่มต้นรวบรวมเก็บน้ำยางสดใส่ถัง และนำส่งจุดรวบรวม กยท.จ.พิษณุโลก ก่อนนำส่งเข้าโรงงานแปรรูปน้ำยางข้น ที่ จ.ระยอง รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า กยท. จ.พิษณุโลก มีแนวคิด และผลักดันให้เกษตรกรหันมาทำน้ำยางสดซึ่งมีราคาสูงกว่า โดยบูรณาการร่วมระหว่าง กยท. เกษตรกรชาวสวนยาง และ ผู้ประกอบกิจการ ทาง กยท. จ.พิษณุโลก จะทำหน้าที่รวมรวบผลผลิตน้ำยางสดคุณภาพดี ในแหล่งปลูกยางทั่วจังหวัดพิษณุโลก พร้อมทั้งรถกระบะและรถ 6 ล้อ รับน้ำยางสดจากพื้นที่สวนยางมารวบรวมที่สำนักงาน เพื่อเตรียมส่งขายสู่โรงงานเอกชน ขณะนี้มีบริษัทไทยรับเบอร์ลาเท็กซ์ฯ เป็นผู้ร่วมหลักในการรับซื้อน้ำยางสด เพื่อนำไปส่งโรงงานแปรรูปที่จังหวัดระยอง นับว่าเป็นอีกวิธีหนึ่งในการแก้ปัญหาราคายางพาราผันผวน อย่างไรก็ตาม เกษตรกรชาวสวนยางที่สนใจนำผลผลิตน้ำยางมาส่งขายในตลาดน้ำยางสดของ กยท. จะต้องมีกระบวนการและผลผลิตยางที่มีคุณภาพ เช่น มี DRC ไม่ต่ำกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น ซึ่งการซื้อขายยางที่มีคุณภาพมาตรฐานในตลาดแห่งนี้จะส่งผลดีต่อทั้งเกษตรกรผู้ขายและผู้ซื้อ จะได้รับราคาและสินค้าที่ยุติธรรม   “ที่ผ่านมา กยท. ดำเนินการเปิดตลาดกลางน้ำยางสดแห่งแรกที่จังหวัดสงขลา ตลาดนี้มีการซื้อขายน้ำยางในราคาสูงกว่าราคาท้องถิ่น ชาวสวนยางทุกคนสามารถนำน้ำยางขายผ่านตลาดนี้ได้ วันนี้จะต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ภาคเหนือและอีสานที่ขายผลผลิตในรูปยางก้อนถ้วย ให้เป็นการขายน้ำยางสดแทน เพื่อช่วยดูดซับปริมาณยางก้อนถ้วยออกจากระบบ ทางจังหวัดพิษณุโลกถือเป็นจังหวัดนำร่อง จากนั้นจะต้องนำแนวคิดนี้ไปเผยแพร่ยังจังหวัดในภาคเหนือและอีสานต่อไป" นายธีรวัฒน์ กล่าว ที่มา--อินโฟเควสท์ (19/11/2560)  
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (17 พ.ย.) หลังจากที่ทางการซาอุดิอาระเบียออกมาส่งสัญญาณว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) รวมถึงรัสเซีย ต่างสนับสนุนให้มีการขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไป สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.41 ดอลลาร์ หรือ 2.6% ปิดที่ 56.55 ดอลลาร์/บาร์เรล   สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 1.36  ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 62.72 ดอลลาร์/บาร์เรล ตลอดทั้งสัปดาห์ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลงราว 0.3% และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลงราว 1.3% สัญญาน้ำมันดิบ WTI ดีดตัวขึ้น หลังจากที่นายคาลิด อัล-ฟาลีห์ รัฐมนตรีพลังงานของซาอุดิอาระเบีย เปิดเผยว่า กลุ่มโอเปกอาจขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน ในการประชุมโอเปกซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 30 พ.ย.นี้ ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย นายคาลิดกล่าวแสดงความเห็นในการประชุมว่า แม้กลุ่มโอเปกมีแนวโน้มที่จะไม่ปรับลดกำลังการผลิตลงอีกเมื่อข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตมีกำหนดสิ้นสุดลงในไตรมาสแรกของปีหน้า แต่ก็คาดว่ากลุ่มโอเปกจะขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตออกไป นักลงทุนจับตาการประชุมโอเปกในวันที่ 30 พ.ย.นี้ที่กรุงเวียนนา ขณะที่นักวิเคราะห์ระบุว่า หากสมาชิกโอเปกเห็นพ้องกันเกี่ยวกับการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปอีก 9 เดือนจนถึงสิ้นปีหน้า จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในไตรมาสแรกของปีหน้า ก็จะส่งผลให้ตลาดเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันราว 830,000 บาร์เรล/วันในปีหน้า เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะขาดแคลน 310,000 บาร์เรล/วัน นอกจากนี้ การที่สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงยังช่วยหนุนให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.28% สู่ระดับ 93.671 ในช่วงท้ายของการซื้อขาย ทางด้านเบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันของเบเกอร์ฮิวจ์ยังคงอยู่ที่ระดับ 738 แท่นเหมือนเช่นสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่มา--อินโฟเควสท์ (19/18/2560)  
นายสุขทัศน์ ต่างวิริยะกุล คณะทำงานโครงการจัดตั้งตลาดกลางน้ำยางสด การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เผยตัวแทนบริษัท Einhorn จำกัด ผู้ผลิตถุงยางอนามัยจากประเทศเยอรมนี ได้มาหารือกับ กยท.เขตภาคใต้ตอนล่าง ในการนำผลผลิตน้ำยางสดของเกษตรกรส่งตรงถึงผู้ใช้ในยุโรป พร้อมหาแนวทางการพัฒนาตลาดน้ำยางสดร่วมกัน ณ ตลาดกลางยางพารา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา   ทั้งนี้ กยท.ได้ส่งเสริมและขับเคลื่อนให้สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางที่ดำเนินธุรกิจรวบรวมผลผลิตน้ำยางสดร่วมกันขายผลผลิต ณ ศูนย์รวบรวมน้ำยางสด ตลาดกลางน้ำยางสด โดยมี กยท.เป็นองค์กรหลักในการดูแลและบริหารจัดการปริมาณ คุณภาพ และการเจรจาต่อรองราคาให้เกิดความเป็นธรรม สำหรับตลาดถุงยางอนามัยในประเทศมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยประมาณ 10% ต่อปี คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจปีละหลายร้อยล้านบาท ขณะที่ไทยส่งออกถุงยางอนามัยไปเกือบ 70 ประเทศทั่วโลก โดยตลาดถุงยางอนามัยในประเทศแถบยุโรปมีความสนใจเกี่ยวกับการผลิตถุงยางอนามัยที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ 100% เพื่อรณรงค์การรักษาสิ่งแวดล้อม ตลาดถุงยางอนามัยในแถบยุโรปจึงมองหาประเทศที่ส่งออกวัตถุดิบประเภทน้ำยางพาราอินทรีย์เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภค นายศตวรรษ จันทร์ทอง ตัวแทนสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางในโครงการตลาดกลางน้ำยางสด กล่าวว่า หลังจาก กยท.เข้ามาช่วยเกษตรกรทำให้ราคายางแผ่นกับน้ำยางสดต่างกันไม่ถึง 2 บาท จากก่อนหน้านี้ที่ต่างกันมากกว่า 10 บาท ส่งผลดีต่อเกษตรกรเป็นอย่างมาก ส่วนการพบกับบริษัทผู้ใช้ยางตัวจริงที่ได้หารือกันในเบื้องต้นเป็นไปในทิศทางที่ดี ซึ่งมีการยื่นข้อเสนอในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน โดยทางสถาบันเกษตรกรคาดว่าจะได้ส่วนต่างเพิ่มจากราคาปกติ 5 บาท และบริษัทได้กำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการกำหนดมาตรฐาน ซึ่งจะมีการนัดสรุปผลกันอีกครั้งหนึ่งในเร็วๆ นี้ ด้าน Ms.Katleen Schneider ตัวแทนบริษัท Einhorn เปิดเผยว่า Einhorn เป็นบริษัทผลิตถุงยางอนามัยจากประเทศเยอรมนี มีฐานการผลิตอยู่ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งจากกระแสการตื่นตัวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในสหภาพยุโรป ทำให้บริษัทมองหาแหล่งวัตถุดิบที่เป็นยางพาราอินทรีย์ และเห็นว่าไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกยางอันดับต้นของโลก จึงได้ประสาน กยท.ในการหารือร่วมกับสถาบันเกษตรกรผู้ผลิตยางโดยตรง เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่ตรงต่อความต้องการ รวมถึงเป็นการจับมือกันในฐานะประเทศผู้ส่งออกถุงยางอนามัยเช่นเดียวกัน เพื่อพัฒนาตลาด และเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคอย่างทั่วถึง ที่มา--อินโฟเควสท์ (19/11/2560)  
สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป (ACEA) เปิดเผยว่า ยอดขายรถใหม่ในสหภาพยุโรป (EU) เดือนต.ค.ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยยอดจดทะเบียนรถใหม่เพิ่มขึ้น 5.9% สะท้อนว่าตลาดรถอยู่ในสภาพที่คึกคัก โดยเฉพาะในสเปน ฝรั่งเศส และอิตาลีทั้งนี้ ยอดขายรถในสเปนเพิ่มขึ้น 14% ฝรั่งเศส 14% และอิตาลีเพิ่มขึ้น 7.1% ขณะที่ยอดขายรถในเยอรมนีเพิ่มขึ้น 3.9%ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560)
สำนักงานสถิติฝรั่งเศส (Insee) เปิดเผยว่า อัตราว่างงานของฝรั่งเศสในไตรมาสสามของปีนี้ อยู่ที่ 9.7% ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 9.5% ในไตรมาสสองอย่างไรก็ดี เมื่อเทียบกับไตรมาสสามของปีที่แล้ว อัตราว่างงานของฝรั่งเศสปรับตัวลง 0.3%ทั้งนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสภายใต้การนำของนายเอ็มมานูเอล มาครอง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เริ่มเดินหน้าแผนการปฏิรูปกฎหมายแรงงาน ภายหลังจากที่อัตราว่างงานของฝรั่งเศสอยู่ที่ระดับสูงถึง 9.5% ซึ่งเป็นสถิติที่สูงกว่าประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของยุโรปถึง 2 เท่านายมาครองเคยให้คำมั่นสัญญาไว้ว่า จะปรับลดอัตราว่างงานลงให้เหลือ 7% ภายในปี 2565 และจะทำให้ตลาดแรงงานนั้นมีพลวัตสำหรับสถิติสูงสุดและต่ำสุดนั้น อัตราว่างงานของฝรั่งเศสเคยทำสถิติสูงสุดที่ 11.2% ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2540 และเคยทำสถิติต่ำสุดไว้ที่ 7.5% ในไตรมาสแรกของปี 2551ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560)
นายลอยด์ แบลงค์ไฟน์ ประธานบริหารของโกลด์แมน แซคส์ ได้เสนอแนะให้มีการจัดลงประชามติในประเด็นที่อังกฤษถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (Brexit) อีกครั้ง ด้วยการทวีตผ่านทางทวิตเตอร์ของตนเองว่า ที่สหราชอาณาจักรนั้น ยังมีแรงบีบเรื่อง Brexit จากเหล่าซีอีโอทั้งหลาย แล้วทำไมจะไม่ทำให้มั่นใจกันละว่า มติในเรื่องนี้ยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่ที่ผ่านมา ธนาคารต่างๆเป็นห่วงว่า อังกฤษจะไม่สามารถตกลงกันได้กับสหภาพยุโรปในประเด็นข้อตกลงด้านการค้า โดยภาคการธนาคารวิตกกังวลว่า หากอังกฤษถอนตัวจากสหภาพยุโรปเมื่อใด ธุรกิจของธนาคารเหล่านี้จะสูญเสียสิทธิเรื่องการให้บริการด้านการเงินข้ามพรมแดนนายแบลค์ไฟน์ ยังทวีตด้วยว่า หนทางข้างหน้ายังเสี่ยงและลำบาก แม้ว่าจะมีการลังเลที่จะพูด แต่หลายฝ่ายก็หวังว่า จะมีการลงคะแนนเสียงเพื่อที่จะยืนยันถึงการตัดสินใจว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560)