ข่าวเด่น

ข่าวสารด้านยางพารา

ไอเอ็มเอฟเตือนว่า เศรษฐกิจจีนและญี่ปุ่นจะชะลอตัวอย่างหนักใน 2 ปีนี้ แต่เอเชียจะยังคงเติบโตแข็งแกร่งเพราะการบริโภคในประเทศชดเชยการค้าโลกซบเซา กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟคาดการณ์ในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจประจำภูมิภาคในเอเชียและแปซิฟิกว่า เศรษฐกิจเอเชียจะขยายตัว 5.3% ในปีนี้และปีหน้า ลดลงจาก 5.4% ที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน เฉพาะจีนคาดว่าจะขยายตัว 6.5% และ 6.2% ในปีนี้และปีหน้า ต่ำกว่าปีที่แล้วทั้งปีที่ขยายตัว 6.9% ต่ำที่สุดในรอบ 25 ปี ขณะที่ญี่ปุ่นน่าจะขยายตัว 0.5% ในปีนี้ และหดตัวลง 0.1% ในปีหน้า จากการขึ้นภาษีบริโภค เงินเยนแข็งค่า การค้ากับจีนชะลอตัว และปัญหาเรื้อรังเรื่องประชากรสูงวัยและหนี้สาธารณะมหาศาล ไอเอ็มเอฟระบุว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลง และอัตราการเงินว่างงานต่ำจะช่วยผลักดันการขยายตัวของภูมิภาคนี้ เอเชียยังคงมีพลวัตรมากที่สุดในโลกแต่เสี่ยงได้รับผลกระทบหนักจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการค้าโลกที่ซบเซา ตลาดเงินโลกผันผวนมากขึ้น และผลกระทบระยะสั้นจากการปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจจีน ดังนั้นผู้กำหนดนโยบายจะต้องเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างพื้นที่การคลัง และส่งเสริมความต้องการบริโภคในประเทศ ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ (04/05/2559)
4 พ.ค.2559 สมาคมค้าทองคำประกาศราคาซื้อขายทองคำในประเทศวันนี้ ดังนี้(ตามตาราง) โดยราคาทองปรับลดลงจากวานนี้บาทละ50บาท ขณะที่ราคาทองตลาดโลกที่นิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมาปรับลดลง4ดอลลาร์/ออนซ์ ช่วงเวลา ทองแท่ง ทองรูปพรรณ เวลาครั้งที่รับซื้อ (บาท)ขายออก (บาท)รับซื้อ (บาท)ขายออก (บาท)Gold SpotBaht / US$ขึ้น / ลง 04/05/2559 09:33 1 21,200.00 21,300.00 20,814.68 21,800.00 1,280.50 35.12 -50 ที่มา : มติชนออนไลน์ (04/05/2559)
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของธนาคารกสิกรไทย ประจำวันพุธที่ 4 พฤษภาคม 2559 เมื่อเวลา 07.58 น. มีดังนี้ ดอลลาร์ สหรัฐ รับซื้อที่ 33.80 บาท ขายออก 35.32 บาท ยูโรอยู่ที่ระดับ 40.88 บาทต่อยูโร ปอนด์อยู่ที่ 51.73 บาทต่อปอนด์เงินหยวนของจีนอยู่ที่ 5.60 บาทต่อหยวน และเงินเยนของญี่ปุ่นอยู่ที่ 0.34080 บาทต่อเยน ที่มา : INN News (04/05/2559)
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา (3 พ.ค.) ปรับลดลงกว่า140จุด หลังโดนปัจจัยลบจากราคาน้ำมันดิบ WTI ในการซื้อขายเมื่อคนที่ผ่านมาปรับลดลงกว่า 2% ซึ่งก็ได้ฉุดให้หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงด้วย นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันหลังมีรายงานว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนและอังกฤษอ่อนแรงลง ซึ่งข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของ เศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้หลังปิดตลาดดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิด ตลาดที่ระดับ 17,750.91 จุด ลบ 140.25 จุด หรือ -0.78% ดัชนี แนสแดค ปิดที่ระดับ 4,763.22 จุด ลบ 54.37 จุด หรือ -1.13% และดัชนี เอสแอนด์พี500 ปิดที่ระดับ 2,063.37 จุด ลบ 18.06 จุด หรือ -0.87% ขณะที่ราคาน้ำ มันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ที่ตลาดล่วหน้านิวยอร์กยังคงลดลง ล่าสุดราคาส่งมอบเดือนมิ.ย.ปรับลดลง 1.13 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดตลาดที่ระดับ 43.65 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังตลาดกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด โดยมีรายงานว่าประเทศตะวันออกกลาง รวมถึงอิหร่านและอิรัก ได้เพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันดิบ รวมถึงการคาดการณ์ที่ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอีก ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาดลอนดอน ส่งมอบเดือนมิ.ย.ลดลง 86 เซนต์ หรือ 1.9% ปิดตลาดที่ระดับ 44.97 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาทองคำที่ตลาดล่วง หน้านิวยอร์ก( COMEX)ส่งมอบเดือนมิ.ย.ปรับลดลง 4 ดอลลาร์ หรือ 0.31% ปิดตลาดที่ระดับ 1,291.80 ดอลลาร์/ออนซ์ ทั้งนี้นักลงทุนมีการเทขายทำกำไร หลังราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 6 วันทำการก่อนหน้านี้ ที่มา : มติชนออนไลน์ (04/05/2559)
คณะกรรมาธิการยุโรปคาดว่า เศรษฐกิจประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร (ยูโรโซน) ในปีนี้และปีหน้าจะชะลอตัวลง เนื่องจากยังคงมีความเสี่ยงจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกกลุ่ม คณะกรรมาธิการยุโรปคาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของ 19 ชาติยูโรโซนจะขยายตัวร้อยละ 1.6 ในปีนี้ ลดลงจากร้อยละ 1.7 เมื่อปีก่อน และลดลงร้อยละ 0.1 จากที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนจีดีพีปีหน้าคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 1.8 ลดลงร้อยละ 0.1 จากที่คาดการณ์ไว้เช่นกัน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.2 จากเดิมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 ส่วนปีหน้าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4 ยังไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ร้อยละ 2 คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า เศรษฐกิจยุโรปยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องแต่สภาพเศรษฐกิจโลกแย่ลงกว่าเดิม โดยเตือนว่ายุโรปเสี่ยงได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนและเศรษฐกิจเกิดใหม่ชะลอ ตัว ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เลวร้ายลง และราคาน้ำมันเคลื่อนไหวผันผวน การเติบโตในอนาคตจึงต้องพึ่งพาโอกาสที่สร้างขึ้นเองเป็นหลักด้วยการเดินหน้า ปฏิรูปโครงสร้าง นอกจากนี้ยุโรปยังเสี่ยงถูกกระทบจากสถานการณ์ภายในกลุ่ม รวมถึงการที่อังกฤษจะลงประชามติแยกตัวออกจากอียูในเดือนมิถุนายนนี้ ที่มา : สำนักข่าวไทย (04/05/2559)
รายงานวิกฤตราคายางพาราในประเทศที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ชาวสวนยางไม่สามารถรับมือหรือแก้ปัญหานี้ได้ด้วยตัวเอง เพราะกลไกราคาขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง "พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี จึงมีคำสั่งให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องเร่งออกมาตรการช่วยเหลือชาวสวนยางทันที จนกระทั่งวันนี้ราคายางขยับขึ้นมาแตะที่ 60 บาท/กก.แล้ว นั่นก็เพราะมาตรการช่วยเหลือระยะเร่งด่วนออกฤทธิ์ดี ขณะที่ "กระทรวงอุตสาหกรรม" ไม่นิ่งนอนใจ แม้จะไม่ใช่หน่วยงานหลักที่สามารถช่วยเหลือชาวสวนยางพาราระยะเร่งด่วนได้มากนัก จึงได้วางมาตรการระยะกลางและยาวรองรับไว้แล้ว 4 หน่วยงานผุดมาตรการช่วยเป้าหมายของ 4 หน่วยงาน คือ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เข้ามาช่วยเรื่องสินเชื่อยางพาราให้กับผู้ประกอบการ กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ช่วยเร่งออกใบอนุญาต รง.4 เพื่อให้มีโรงงานรับซื้อยางและแปรรูปยางมากขึ้น สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เร่งทำ 4 มาตรฐานยาง และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เตรียมพื้นที่ลงทุนในโครงการนิคมอุตสาหกรรมรับเบอร์ซิตี้ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาเริ่มที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้ใช้ 2 โครงการนำร่อง คือ 1.โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบการยางวงเงิน 10,000 ล้านบาท โดยธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วมโครงการเป็นผู้ปล่อยสินเชื่อระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี ผู้กู้ชำระดอกเบี้ยในอัตรา 5% รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยในอัตรา 3% ผ่านธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)เริ่มโครงการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2557-ตุลาคม 2558 อนุมัติวงเงินสินเชื่อ 5,833 ล้านบาท แก่ผู้ประกอบการ 48 โรงงาน ขอรับเงินสินเชื่อ 18 โรงงาน เป็นเงิน 1,633.3 ล้านบาท 2.โครงการเพิ่มมูลค่าและผลิตภัณฑ์ยาง/กิจกรรมพัฒนาอุตสาหกรรมยางปีงบประมาณ 2558 วงเงิน 18.2 ล้านบาท ปี 2559 วงเงิน 15.73 ล้านบาท ปี 2560 วงเงิน 26.54 ล้านบาท ผ่าน 4 กิจกรรม ซึ่งปีนี้พัฒนา 4 ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ, พัฒนาศักยภาพสถานประกอบการ 28 กิจการ, พัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนยางและผลิตภัณฑ์ยาง 28 กลุ่ม และพัฒนาบุคลากร 500 คนสมอ.เร่งทำมาตรฐานยางใน 223 มาตรฐานนั้น นายธวัช ผลความดี เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้เร่งทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์ยาง 64 มาตรฐาน (ไม่รวมล้อยาง และอุปกรณ์ทางการแพทย์), ส่วนของมาตรฐานสารเคมีในอุตสาหกรรมยาง 6 มาตรฐาน, มาตรฐานล้อยาง 11 มาตรฐาน, มาตรฐานอุปกรณ์ทางการแพทย์ 5 มาตรฐาน, วิธีทดสอบ 73 มาตรฐาน, มาตรฐานที่ปรับให้สอดรับกันภายในภูมิภาค 57 มาตรฐาน, มาตรฐานที่กำลังเสนอ คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) 7 มาตรฐาน (กำหนดใหม่ 5 แก้ไข 2 มาตรฐาน)และอีก 4 มาตรฐาน ที่เร่งดำเนินการตามนโยบายภาครัฐ ได้แก่ 1.แอสฟัลต์ซีเมนต์ปรับปรุงคุณภาพด้วยยางธรรมชาติ ยกร่างมาตรฐานตามมาตรฐานกรมทางหลวง ทล.-ม.409/2556 แล้วเสร็จเดือนมีนาคม 2.แผ่นพื้นสนามฟุตซอลทำจากยางพารา ยกร่างมาตรฐานเสร็จสมบูรณ์เมื่อเดือนมีนาคม 3.น้ำยางเคลือบผ้าสำหรับปูบ่อน้ำ ผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ที่ส่งให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จากนั้นเสนอให้ สมอ.นำไปร่างเป็นมาตรฐานเตรียมเสนอต่อคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) เดือนพฤษภาคม 4.หมอนและที่นอนยาง คาดแล้วเสร็จเดือนพฤษภาคมปัจจุบัน สมอ.กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่ทำจากยางพาราและประกาศใช้แล้ว 119 มาตรฐาน เป็นมาตรฐานบังคับ 3 มาตรฐาน ได้แก่ มอก.683-2530 ยางในรถจักรยานยนต์ มอก.969-2533 หัวนมยางสำหรับขวดนม และ มอก.1025-2539 หัวนมยางดูดเล่น มีผู้ประกอบการได้รับใบอนุญาตแล้วจำนวน 208 ราย80 โรงงานพร้อมเปิดปีนี้แน่นอนว่ามาตรการทุกอย่างที่ออกมาจะต้องเห็นผล ปีนี้จึงได้เห็นโรงงานยางพาราพร้อมเปิด 80 โรงงาน เงินลงทุน 5,187 ล้านบาท ใช้น้ำยางสด 47,367.30 ตัน ยางก้อนถ้วย 493,960 ตัน น้ำยางข้น 1,083.60 ตัน ยางแท่ง 42,525 ตัน ยางแผ่น 208,277 ตัน…
รัฐบาลอาจต้องตรวจสอบกระบวนการจัดการยางพาราในประเทศไทยให้มากกว่านี้ เพราะในห้วงเวลาตั้งแต่รัฐประหารเป็นต้นมา ปรากฏว่าราคายางไทยตกต่ำกว่าราคายางในมาเลเซียอย่างเด่นชัด ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ตั้งข้อสังเกตว่า ราคายาง (ในกรณีน้ำยางดิบ หรือ Bulk Latex) นั้น ราคาของไทยตกต่ำลงเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เป็นผลจากการเทียบสถิติราคายางของการยางแห่งประเทศไทย (Rubber Authority of Thailand) และ Malaysian Rubber Board ของรัฐบาลมาเลเซีย ผลการเปรียบเทียบพบว่าหากราคายาง ณ เดือนมกราคม 2557 เท่ากับ 100% เท่ากันในทั้ง 2 ประเทศ พอถึงเดือนกรกฎาคม 2557 ราคายางในไทยลดลง 4% เหลือ 96% ส่วนราคายางในมาเลเซีย ลดลง 6% เหลือ 94% ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เพิ่งผ่านรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 อย่างไรก็ตามเมื่อผ่านห้วงเวลามาถึงสิ้นปี คือ ณ เดือนมกราคม 2557 ราคาน้ำยางดิบของไทยลดเหลือ 68% หรือเหลือสองในสามของราคาเดือนมกราคม 2557 แต่ราคาน้ำยางดิบของมาเลเซียลดลงเพียง 22% คงเหลือที่ 78% ของราคาเดิม ยิ่งเมื่อเทียบกับราคายางเฉลี่ย ณ เดือนมกราคม 2559 ปรากฏว่า ราคายางในช่วงปัจจุบันนี้เหลือเพียง 47% หรือต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของราคายาง ณ เดือนมกราคม 2557 ในขณะที่ราคาน้ำยางดิบของมาเลเซียลดลงไปเพียง 33% หรือยังเหลือ 67% หรือเหลือสองในสามของราคาในเดือนมกราคม 2559 ดังนั้น ข้อนี้จึงชี้ให้เห็นว่า 1. ประเทศไทยอาจมีปัญหาในการจัดการยาง การตลาดและการขาย อาจยังขาดความชำนาญการในการดำเนินงาน จนทำให้ราคาในประเทศ "ดิ่งเหว" กว่าที่ควรจะเป็น ทำให้ราคาตกต่ำกว่าแต่ก่อนเป็นอย่างมาก หรือ 2. อาจเป็นเพราะรัฐประหารในประเทศไทย จึงทำให้ผู้ที่จะซื้อยางจากไทยมีจำกัดลงตามการกีดกันทางการค้า ราคายางในประเทศไทยจึงยิ่งต่ำกว่าราคาในมาเลเซียเสียอีก จะเห็นว่าแม้ยางมีปัญหาวิกฤติหนักมากในไทย แต่มูลค่าการส่งอกยางของมาเลเซียในช่วงเดือนมกราคม - กันยายน 2558 กลับเพิ่มขึ้น 4.3% คือราว 242,100 ล้านบาท (24.21 พันล้านริงกิต) จากปีก่อน 232,100 ล้านบาท (23.21 พันล้านริงกิต) (http://goo.gl/XIOzAk) ส่วนในกรณีประเทศไทยในปี 2557 ส่งออกยางรวม 3,770,649 เมตริกตัน แต่ใน 9 เดือนแรกของปี 2558 ส่งออก 2,719,330 เมตริกตัน หากประมาณการทั้งปี ก็คงเป็น 3,625,773 เมตริกตัน หรือลดลง 4% (http://goo.gl/90rXiC) ซึ่งถือว่าสวนทางกับมาเลเซีย แต่จะอย่างไรก็ตาม ไทยจึงควรมีการแก้ไขปัญหานี้ให้เร็วที่สุด จะกล่าวอ้างว่ากำลังแก้ไขปัญหาระยะยาว จึงไม่อาจแก้ไขปัญหาระยะสั้น อาจไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นการแก้ไขปัญหาระยะยาว ควรเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่มาจากความเห็นชอบของประชาชนตามนานาอารยประเทศ รัฐบาลจึงพึงทบทวนถึงแนวทางการแก้ไขปัญหายางให้ประสบความสำเร็จโดยเร็ว ที่มา : บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (ดร.โสภณ พรโชคชัย แถลง ฉบับที่ 10/2559: วันจันทร์ที่ 11 มกราคม 2559)
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ดอลลาร์สหรัฐ รับซื้อที่ 33.59 บาท ขายออก 35.11 บาท อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของธนาคารกสิกรไทย ประจำวันอังคารที่ 3 พฤษภาคม 2559 เมื่อเวลา 06.36 น. มีดังนี้ดอลลาร์สหรัฐ รับซื้อที่ 33.59 บาท ขายออก 35.11 บาท ยูโรอยู่ที่ระดับ 40.71 บาทต่อยูโร ปอนด์อยู่ที่ 51.81 บาทต่อปอนด์เงินหยวนของจีนอยู่ที่ 5.58 บาทต่อหยวน และเงินเยนของญี่ปุ่นอยู่ที่ 0.33917 บาทต่อเยน ที่มา : INN News (03/05/2559)
เงินเฟ้อเมษายน 59 เพิ่มขึ้น 0.07% เป็นครั้งแรกในรอบ 16 เดือน ผลจากราคาน้ำมัน สินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น พร้อมเดือนมิถุนายน 59 จะประเมินเงินเฟ้อทั้งปีใหม่ ขณะที่ปัจจุบันคาดการณ์อเงินเฟ้อทั้งปีขยายตัว 1%นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผย ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือนเมษายน 2559 เท่ากับ 106.42 สูงขึ้น 0.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือว่าเป็นการสูงขึ้นครั้งแรกในรอบ 16 เดือนนับตั้งแต่ธันวาคม 2557 โดยอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น เป็นผลมาจากหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 1.57% ทั้งเนื้อสุกร ปลาและสัตตว์น้ำ ไข่ไก่ ผลและผลไม้สด อย่างไรก็ดี คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อทั้งปี 2559 จะขยายตัว 1% โดยจะมีการประเมินอัตราเงินเฟ้อใหม่ในเดือนมิถุนายนอีกครั้ง และจะมีการทบทวนประมาณการณ์เงินเฟ้อในทุกไตรมาสด้วย"ราคาในหมวดอาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น ก็ยังเป็นผลมาจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และราคาน้ำมันในตลาดโลกก็มีสัญญาณและแนวโน้มราคาเพิ่มขึ้น แต่มองในระยะยาว ยังคงคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะไม่น่าปรับเพิ่มขึ้นไปมากกว่านี้ นอกจากนี้ ยังประกอบกับปัญหาภัยแล้งส่งผลต่อราคาสินค้าเกษตรมีราคาสูงขึ้น อีกทั้ง ยังมาจากปัจจัยของหมวดการตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล เช่น ค่าคนไข้ใน ค่าตัดผม สูงขึ้น กระทบเงินเฟ้อ 0.02% "สาเหตุที่เงินเฟ้อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้น 0.07% จากหมวดยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 13.13% โดยเฉพาะบุหรี่ 28.15% หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 1.57% ตามการสูงขึ้นของผักและผลไม้ และอาหารโทรสั่ง หมวดการบันเทิง การอ่านและการศาสนา สูงขึ้น 1.10% หมวดเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า สูงขึ้น 0.52% อย่างไรก็ตาม หมวดพาหนะ การขนส่งและการสื่อสาร ลดลง 2.85% โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีกในประเทศ ลดลง 11.20% และหมวดเคหะสถาน ลดลง 0.54% จากค่ากระแสไฟฟ้า ลดลง 4.11%ทั้งนี้ หากแยกเป็นกลุ่มสินค้าที่ทำการสำรวจทั้งหมด 450 รายการ พบว่าสินค้าที่ปรับราคาสูงขึ้น 200 รายการ เช่น เนื้อสุกร ผักสด เครื่องปรุงรส ค่าเช่าบ้าน บุหรี่ เป็นต้น ส่วนสินค้าที่ปรับราคาลดลงมีเพียง 84 รายการ เช่น ข้าวสาร ปลาทู หัวหอม ผลซักฟอก เป็นต้น ส่วนสินค้าที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงราคามีจำนวน 166 รายการนายสมเกียรติ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อปี 2559 ว่าจะขยายตัว 0.0-1.0% ตามสมมติฐานอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่อยู่ 3.0-4.0% ซึ่งเมื่อเดือนมีนาคม 2559 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยอยู่ที่ 2.8-3.8% ราคาน้ำมันดิบดูไบ เฉลี่ย 48-54 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ซึ่งราคาน้ำมันดิบดูไบเดือนมีนาคม 2559 อยู่ที่ 30-40 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยน ที่ระดับ 36-38 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม แนวโน้นหลังจากนี้เงินเฟ้อจะดีขึ้น จากปัจจัยราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นอีกด้วย ซึ่งก็ยังต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ (03/05/2559)
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา (2 พ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับเพิ่มขึ้นกว่า100จุด หลังตลาดขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่ดีขึ้นของสหรัฐหลังมีการเปิดเผยตัวเลขยอด การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างในเดือนมี.ค.ที่เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 ปี ทำให้หลังปิดตลาดดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ระดับ 17,891.16 จุดบวก 117.52 จุด หรือ +0.66% ดัชนีแนสแดค ปิดที่ระดับ 4,817.59 จุด บวก 42.23 จุด หรือ +0.88% และดัชนี เอสแอนด์พี500 ปิดที่ระดับ 2,081.43 จุด บวก 16.13 จุด หรือ +0.78% ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็ก ซัส (WTI) ที่ตลาดล่วงหน้านิวยอร์ก ส่งมอบเดือนมิ.ย.ลดลง 1.14 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดตลาดที่ระดับ 44.78 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากมีรายงานว่า การผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน รายใหญ่(โอเปก) ในเดือนเมษายนเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้นักลงนปรับขึ้นมาก่อนหน้านี้ทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานอีก ครั้ง หลังราคาน้ำมัน ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาดลอนดอน ส่งมอบเดือนมิ.ย.ลดลง 1.54 ดอลลาร์ หรือ 3.3% ปิดตลาดที่ระดับ 45.83 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาทองคำที่ตลาดล่วงหน้านิวยอร์ก( COMEX) ส่งมอบเดือนมิ.ย.ปรับเพิ่มขึ้น 5.30 ดอลลาร์ หรือ 0.41% ไปปิดตลาดที่ระดับ 1,295.80 ดอลลาร์/ออนซ์ ทั้งนี้ราคาทองคำทำสถิติปิดบวกติดต่อกัน 6 วันทำการแล้ว ที่มา : มติชนออนไลน์ (03/05/2559)