ข่าวสารด้านยางพารา

อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ดอลลาร์สหรัฐ รับซื้อที่ 33.59 บาท ขายออก 35.11 บาท อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของธนาคารกสิกรไทย ประจำวันอังคารที่ 3 พฤษภาคม 2559 เมื่อเวลา 06.36 น. มีดังนี้ดอลลาร์สหรัฐ รับซื้อที่ 33.59 บาท ขายออก 35.11 บาท ยูโรอยู่ที่ระดับ 40.71 บาทต่อยูโร ปอนด์อยู่ที่ 51.81 บาทต่อปอนด์เงินหยวนของจีนอยู่ที่ 5.58 บาทต่อหยวน และเงินเยนของญี่ปุ่นอยู่ที่ 0.33917 บาทต่อเยน ที่มา : INN News (03/05/2559)
เงินเฟ้อเมษายน 59 เพิ่มขึ้น 0.07% เป็นครั้งแรกในรอบ 16 เดือน ผลจากราคาน้ำมัน สินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น พร้อมเดือนมิถุนายน 59 จะประเมินเงินเฟ้อทั้งปีใหม่ ขณะที่ปัจจุบันคาดการณ์อเงินเฟ้อทั้งปีขยายตัว 1%นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผย ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือนเมษายน 2559 เท่ากับ 106.42 สูงขึ้น 0.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือว่าเป็นการสูงขึ้นครั้งแรกในรอบ 16 เดือนนับตั้งแต่ธันวาคม 2557 โดยอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น เป็นผลมาจากหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 1.57% ทั้งเนื้อสุกร ปลาและสัตตว์น้ำ ไข่ไก่ ผลและผลไม้สด อย่างไรก็ดี คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อทั้งปี 2559 จะขยายตัว 1% โดยจะมีการประเมินอัตราเงินเฟ้อใหม่ในเดือนมิถุนายนอีกครั้ง และจะมีการทบทวนประมาณการณ์เงินเฟ้อในทุกไตรมาสด้วย"ราคาในหมวดอาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น ก็ยังเป็นผลมาจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และราคาน้ำมันในตลาดโลกก็มีสัญญาณและแนวโน้มราคาเพิ่มขึ้น แต่มองในระยะยาว ยังคงคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะไม่น่าปรับเพิ่มขึ้นไปมากกว่านี้ นอกจากนี้ ยังประกอบกับปัญหาภัยแล้งส่งผลต่อราคาสินค้าเกษตรมีราคาสูงขึ้น อีกทั้ง ยังมาจากปัจจัยของหมวดการตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล เช่น ค่าคนไข้ใน ค่าตัดผม สูงขึ้น กระทบเงินเฟ้อ 0.02% "สาเหตุที่เงินเฟ้อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้น 0.07% จากหมวดยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 13.13% โดยเฉพาะบุหรี่ 28.15% หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 1.57% ตามการสูงขึ้นของผักและผลไม้ และอาหารโทรสั่ง หมวดการบันเทิง การอ่านและการศาสนา สูงขึ้น 1.10% หมวดเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า สูงขึ้น 0.52% อย่างไรก็ตาม หมวดพาหนะ การขนส่งและการสื่อสาร ลดลง 2.85% โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีกในประเทศ ลดลง 11.20% และหมวดเคหะสถาน ลดลง 0.54% จากค่ากระแสไฟฟ้า ลดลง 4.11%ทั้งนี้ หากแยกเป็นกลุ่มสินค้าที่ทำการสำรวจทั้งหมด 450 รายการ พบว่าสินค้าที่ปรับราคาสูงขึ้น 200 รายการ เช่น เนื้อสุกร ผักสด เครื่องปรุงรส ค่าเช่าบ้าน บุหรี่ เป็นต้น ส่วนสินค้าที่ปรับราคาลดลงมีเพียง 84 รายการ เช่น ข้าวสาร ปลาทู หัวหอม ผลซักฟอก เป็นต้น ส่วนสินค้าที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงราคามีจำนวน 166 รายการนายสมเกียรติ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อปี 2559 ว่าจะขยายตัว 0.0-1.0% ตามสมมติฐานอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่อยู่ 3.0-4.0% ซึ่งเมื่อเดือนมีนาคม 2559 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยอยู่ที่ 2.8-3.8% ราคาน้ำมันดิบดูไบ เฉลี่ย 48-54 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ซึ่งราคาน้ำมันดิบดูไบเดือนมีนาคม 2559 อยู่ที่ 30-40 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยน ที่ระดับ 36-38 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม แนวโน้นหลังจากนี้เงินเฟ้อจะดีขึ้น จากปัจจัยราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นอีกด้วย ซึ่งก็ยังต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ (03/05/2559)
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา (2 พ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับเพิ่มขึ้นกว่า100จุด หลังตลาดขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่ดีขึ้นของสหรัฐหลังมีการเปิดเผยตัวเลขยอด การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างในเดือนมี.ค.ที่เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 ปี ทำให้หลังปิดตลาดดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ระดับ 17,891.16 จุดบวก 117.52 จุด หรือ +0.66% ดัชนีแนสแดค ปิดที่ระดับ 4,817.59 จุด บวก 42.23 จุด หรือ +0.88% และดัชนี เอสแอนด์พี500 ปิดที่ระดับ 2,081.43 จุด บวก 16.13 จุด หรือ +0.78% ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็ก ซัส (WTI) ที่ตลาดล่วงหน้านิวยอร์ก ส่งมอบเดือนมิ.ย.ลดลง 1.14 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดตลาดที่ระดับ 44.78 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากมีรายงานว่า การผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน รายใหญ่(โอเปก) ในเดือนเมษายนเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้นักลงนปรับขึ้นมาก่อนหน้านี้ทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานอีก ครั้ง หลังราคาน้ำมัน ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาดลอนดอน ส่งมอบเดือนมิ.ย.ลดลง 1.54 ดอลลาร์ หรือ 3.3% ปิดตลาดที่ระดับ 45.83 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาทองคำที่ตลาดล่วงหน้านิวยอร์ก( COMEX) ส่งมอบเดือนมิ.ย.ปรับเพิ่มขึ้น 5.30 ดอลลาร์ หรือ 0.41% ไปปิดตลาดที่ระดับ 1,295.80 ดอลลาร์/ออนซ์ ทั้งนี้ราคาทองคำทำสถิติปิดบวกติดต่อกัน 6 วันทำการแล้ว ที่มา : มติชนออนไลน์ (03/05/2559)
เมือง Sungai Petani – ประเทศผู้ปลูกยาง 13 ประเทศที่ได้ลงนามข้อตกลงกับคณะกรรมการวิจัยและพัฒนายางระดับนานาชาติ (IRRDB) และมีส่วนร่วมในการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง และจะแบ่งปันพันธุ์ยาง จำนวน 49 สายพันธุ์เพื่อเพิ่มผลผลิตยาง ภายหลังจากการร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “Agronomy and Technology Transfer” ที่จัดโดยคณะกรรมการยางของมาเลเซียและ IRRDB ดร. Abdul Aziz S S Kadir เลขาธิการของ IRRDB ได้ให้สัมภาษณ์ว่าการแบ่งปันหรือแลกเปลี่ยนสายพันธุ์ยางจะสามารถช่วยร่นระยะเวลาในการวิจัยและได้สายพันธุ์ยางที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งการพัฒนาสายพันธุ์ยางนั้นจะใช้เวลาราว 15-20 ปี “ทางคณะกรรมการบริหารของ IRRDB ได้ตัดสินใจแลกเปลี่ยนสายพันธุ์ยางจำนวน 49 สายพันธุ์ ตัวอย่างเช่น สายพันธุ์จากอินโดนีเซียจะถูกนำไปปลูกที่รัฐ Kedah ซึ่งอาจให้ผลผลิตที่ดีกว่าปลูกในประเทศต้นกำเนิดก็เป็นได้” ดร. Abdul Aziz S S Kadir กล่าว โดยทั่วไปแล้วสายพันธุ์ยางถือเป็นสิ่งที่ต้องหวงแหนและรักษาเป็นความลับ แต่หากปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ทำไว้แล้ว แต่ละประเทศที่ได้ลงนามก็จะได้รับยางสายพันธุ์เหล่านี้ไปทดลองเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่าสายพันธุ์ใดเป็นสายพันธุ์ที่ดีและสามารถนำไปปลูกได้ ขณะนี้มีหลายประเทศที่ได้เริ่มส่งสายพันธุ์ยางมาแล้ว และทางมาเลเซียเองก็จะส่งสายพันธุ์ยางจำนวน 5 สายพันธุ์ไปแลกเปลี่ยนด้วย ที่มา http://globalrubbermarkets.com, 27/04/2016 ภาพ : http://www.oknation.net/blog/home/user_data/file_data/201603/30/562560ab8.jpg
บล.โกลเบล็ก มองดัชนีหุ้นไทยไร้ปัจจัยบวกใหม่ๆ จับตานักลงทุนต่างชาติโยกเงินลงทุนไทยมากขึ้น จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รอจังหวะชอปหลังแจ้งงบไตรมาส 1/59 ภายในกลางเดือนพ.ค.นี้ คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,400 – 1,430 จุด แนะเก็งกำไรSTA -TRUBB รับอานิสงส์ราคายางฟื้นตัวถึง 47% เทียบจากปีก่อน ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 195 เยน/กิโลกรัม บวกกับการที่ครม.อนุมัติวงเงิน 5,479 ล้านบาทพยุงราคายาง ด้านราคาทองมีแนวโน้มขึ้น ให้กรอบแนวรับที่ 1,220-1,215 เหรียญต่อทรอยออนซ์ และแนวต้าน 1,275-1,280 เหรียญต่อทรอยออนซ์ น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่าแนวโน้มภาวะตลาดหุ้นไทยได้รับปัจจัยหนุนจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.5% ตามคาด และส่งสัญญาณว่ายังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อีกทั้ง มองว่าเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ ไหลกลับเข้าไทยอีกครั้ง เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติเริ่มมีความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีความเสี่ยงต่ำ ลง บวกกับเศรษฐกิจมีเสถียรภาพมากขึ้น เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านด้วยกัน นอกจากนี้ ธนาคารโลกปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในปี 2559 ขึ้นสู่ระดับ 41 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล จากเดิมที่คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบไว้ที่ระดับ 37 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรลในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นไทยยังคงต้องจับตาประเด็นเศรษฐกิจที่มีความสำคัญ อาทิ การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันที่ 27-28 เม.ย.นี้ โดยนักวิเคราะห์คาดว่า BOJ จะดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มด้วยการใช้นโยบาย QE มากกว่าการใช้ดอกเบี้ยติดลบเพื่อแก้ปัญหาส่งออก ส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนตัว รวมทั้งทางสหรัฐเองจะมีการรายงานตัวเลข GDP ในช่วงไตรมาส 1/2559 ในวันที่ 28 นี้ และธปท.ของไทยจะมีการรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยประจำเดือนวันที่ 29 เม.ย.นี้ และยูโรโซนเปิดเผยตัวเลขGDP ในช่วงไตรมาส 1/2559 ด้านนายชัยยศ จิวางกูรผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.โกลเบล็ก จำกัด ประเมินกลยุทธ์การลงทุนใน SET ว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยจะแกว่งตัวในกรอบ 1,400 – 1,430 จุด เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่กระตุ้นการลงทุน ประกอบกระแส Fund Flow ต่างชาติชะลอการเข้าซื้อหลังจาก P/E ของ SET ไทยพุ่งขึ้นมาที่ระดับ 21 เท่า ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงในระยะสั้นด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามมองว่าการย่อตัวเป็นจังหวะเข้าซื้อต่อเนื่องจากมีประเด็นการ ประกาศงบไตรมาส 1/2559 ที่จะทยอยประกาศถึง 16 พ.ค. นี้ ดังนั้นแนะนำกลยุทธ์การลงทุนในการซื้อสะสมแบบ Selective Buy ในหุ้นกลุ่มพลังงานจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นยืนเหนือ 44 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล และหุ้นที่คาดว่ากำไรไตรมาส 1/2559 เติบโต เช่น AOT, BA, AAV, EPG, CPF, WORK, SMT, LPN,PTG, BJCHI, COM7, BANPU, TWPC, TVD และ XO นอกจากนี้แนะนำเก็งกำไรหุ้น STA TRUBB รับปัจจัยบวกจากราคายางพาราปรับตัวเพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยล่าสุดอยู่ที่ระดับ 195 เยน/กิโลกรัม และการที่ครม.อนุมัติวงเงิน 5,479 ล้านบาทสำหรับใช้ในโครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง สำหรับแนวทางการลงทุนในทองคำ นายสุทธิพงษ์ ศรีพรประเสริฐ นักวิเคราะห์การลงทุน บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นช่วงสั้นๆตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์จากแรงหนุนค่าเงิน ดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงหลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานยอดขายบ้านใหม่ลดลง ผิดคาดในเดือนมี.ค.และการรายงานยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐที่เพิ่มขึ้น น้อยกว่าคาดในเดือนมี.ค. รวมถึงดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองของสหรัฐเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในเดือนก.พ. ขณะที่ราคาน้ำมันที่ปรับลงหลังธนาคารบาร์เคลย์ระบุว่ายังไม่เชื่อมั่น ว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวขึ้นหรือคงอยู่ที่ระดับเดิมได้ มอร์แกน สแตนลีย์ เผยว่าราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นเกิดจากคำสั่งซื้อของเฮดจ์ฟันด์โดยไม่ได้เกิด จากปัจจัยพื้นฐาน ทำให้นักลงทุนบางส่วนออกจากตลาดน้ำมันและมาลงทุนในตลาดทองคำแทน ขณะที่มีการคาดการณ์กันว่าเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประ ชุมเฟดในวันที่ 26-27 เม.ย.นี้และคาดว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นในช่วงปลาย ปีนี้ ส่วนการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)ในวันที่ 28 เม.ย.นี้ คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะขยายนโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ และออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ซึ่งจะสร้างแรงหนุนให้ค่าเงินดอลลาร์ สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ ดังนั้นประเมินว่าแนวโน้มราคาทองโลกด้านเทคนิคมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้ต่อ โดยล่าสุดราคาทองเริ่มสร้างแท่งเทียนที่เรียงตัวเป็นขาขึ้นระยะสั้นและ สามารถไต่ขึ้นมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 5 และ 10 วันที่แกว่งตัวใกล้กัน ทำให้ราคาทองกลับมาอยู่ในแนวขึ้นไหล่ขวาอีกครั้ง และค่าสัญญาณทางเทคนิคที่ปรับขึ้น ทำให้ราคาแนวโน้มปรับขึ้นต่อ จึงให้กรอบแนวรับที่…
29 เมษายน 2559 สมาคมค้าทองคำประกาศราคาซื้อขายทองคำในประเทศวันนี้ ดังนี้(ตามตาราง) โดยราคาทองปรับเพิ่มขึ้นจากวานนี้บาทละ250บาท หลังราคาทองตลาดโลกที่นิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมาปรับเพิ่ม ขึ้น16ดอลลาร์/ออนซ์ ช่วงเวลา ทองแท่ง ทองรูปพรรณ เวลาครั้งที่รับซื้อ (บาท)ขายออก (บาท)รับซื้อ (บาท)ขายออก (บาท)Gold SpotBaht / US$ขึ้น / ลง 29/04/2559 09:20 1 20,950.00 21,050.00 20,647.92 21,450.00 1,274.00 34.94 250 ที่มา : มติชนออนไลน์ (29/04/2559)
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา(28 เม.ย.) ปรับลดลงแรงกว่า200จุด หลังตลาดผิดหวังต่อผลการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือบีโอเจ หลังมีมติคงนโยบายการเงินในการประชุมเมื่อวานนี้ ซึ่งสวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าบีโอเจประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายการเงิน เพิ่มเติม นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นแอปเปิล อิงค์ด้วย หลังปิดตลาดดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ระดับ 17,830.76 จุด ลบ 210.79 จุด หรือ -1.17% ดัชนี แนสแดค ปิดที่ระดับ 4,805.29 จุด ลบ 57.85 จุด หรือ -1.19% และดัชนีเอสแอนด์พี500 ปิดที่ระดับ 2,075.81 จุด ลบ 19.34 จุด หรือ -0.92% ด้านราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็ก ซัส (WTI) ที่ตลาดล่วงหน้านิวยอร์ก ส่งมอบเดือนมิ.ย.ปรับเพิ่มขึ้น 70 เซนต์ หรือ 1.5% ปิดตลาดที่ระดับ 46.03 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ออกมาเปิดเผยว่า การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาดลอนดอน ส่งมอบเดือนมิ.ย.ปรับเพิ่มขึ้น 96 เซนต์ หรือ 2% ปิดตลาดที่ระดับ 48.14 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาทองคำที่ตลาด ล่วงหน้านิวยอร์ก(COMEX)ส่งมอบเดือนมิ.ย. ปรับเพิ่มขึ้น 16 ดอลลาร์ หรือ 1.28% ปิดตลาดที่ระดับ 1,266.40 ดอลลาร์/ออนซ์ ทั้งนี้การร่วงลงแรงของตลาดหุ้นนิวยอร์กส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำ ในฐานะสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด ที่มา : มติชนออนไลน์ (29/04/2559)
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของธนาคารกสิกรไทย ประจำวันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2559 เมื่อเวลา 07.55 น. มีดังนี้ ดอลลาร์สหรัฐฯ รับซื้อที่ 33.68 บาท ขายออก 35.20 บาท ยูโรอยู่ที่ระดับ 40.25 บาทต่อยูโร ปอนด์อยู่ที่ 51.83 บาทต่อปอนด์ เงินหยวนของจีนอยู่ที่ 5.60 บาทต่อหยวน และเงินเยนของญี่ปุ่นอยู่ที่ 0.33580 บาทต่อเยน ที่มา : INN News (29/04/2559)
น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ที่ปรึกษาด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในนี้ คาดว่าจะสามารถขยายตัวได้ 3.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) โดยมีช่วงคาดการณ์ 3.0-3.6% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่ดีกว่าปี 2558 ที่ขยายตัว 2.8% แต่เป็นการปรับประมาณลดลงจากก่อนหน้านี้ เมื่อปลายปี 2558 ที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโต 3.7% เนื่องจากสถานการณ์ของเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ปรับลดการเติบโตของเศรษฐกิจลงเหลือ 3.49% จากเดิม 3.56% “สถานการณ์เศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ธนาคารกลางของสหรัฐฯ หรือเฟด จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงนี้ จนถึงเดือน ธ.ค. ทำให้เงินทุนยังไม่ไหลกลับและส่งผลให้เงินยูโรและเยนแข็งค่า เช่นเดียวกับค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่า โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 35.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และยังส่งผลการส่งออกของไทยในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐฯปีนี้ ติดลบ 0.7% และการนำเข้าติดลบ 4.5%” น.ส.กุลยากล่าวว่า ภาวะการส่งออกในปีนี้ ติดลบน้อยกว่าปีที่แล้ว แต่เนื่องจากโครงสร้างของจีดีพีไทยมีน้ำหนักการส่งออกคิดเป็น 70% จึงส่งผลให้ต้องปรับลดอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยลงตามไปด้วย แต่ยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้ เติบโตไม่น้อยกว่า 3% ของจีดีพีอย่างแน่นอน เนื่องจากภาครัฐมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือน มี.ค. รายจ่ายลงทุนขยายตัวสูงถึง 18.5% การลงทุนทางด้านโครงการบริหารจัดการน้ำ ขณะที่การลงทุนและการบริโภคภาคเอกชนก็มีแนวโน้มฟื้นตัวมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวในปีนี้ คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย 38 ล้านคน จากเดิมประเมินว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าไทย 33 ล้านคน ส่วนสถานการณ์ภัยแล้ง ขณะนี้มีแนวโน้มดีเมื่อเข้าสู่เดือน พ.ค.-มิ.ย. ซึ่งเป็นฤดูฝนทำให้ความกังวลว่า ปัญหาภัยแล้งจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรงลดลงไปอย่างมาก โดยประเมินว่า ภัยแล้งจะมีผลกระทบต่อจีดีพีเพียง 0.1-0.15% ส่งผลให้จีดีพีไตรมาสแรกขยายตัว 3% และโตเพิ่มมากกว่า 3% ในไตรมาสถัดไป. ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์ (29/04/2559)
+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบปี หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเชิงนโยบายของสหรัฐฯ ตามที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า หลังได้ประกาศขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปีเมื่อเดือน ธ.ค. 2558 ที่ผ่านมา ทั้งนี้เฟดยังคงกังวลต่อสภาพการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวและอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ต่ำกว่าเป้าหมาย ถึงแม้ว่าสภาวะของตลาดแรงงานในสหรัฐฯ จะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม ส่งผลทำให้ค่าเงินดอลลาร์ของสหรัฐฯ ปรับตัวอ่อนค่าลงและทำให้นักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่นสามารถซื้อน้ำมันดิบได้ในราคาที่ต่ำลง+ นอกจากนี้ นักวิเคราะห์มองว่า เฟดยังคงสงวนท่าทีในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงนโยบายในการประชุมครั้งถัดไปช่วงวันที่ 14-15 มิถุนายนที่จะถึงนี้ และได้คาดการณ์ว่าการขึ้นดอกเบี้ยเชิงนโยบายของสหรัฐฯ 2 ครั้งในปีนี้จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกันยายนและธันวาคม ตามลำดับ- อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากตัวเลขระดับน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ ที่ประกาศโดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 2 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ระดับปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของหสรัฐฯ ได้ปรับตัวสูงขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 540.6 ล้านบาร์เรลซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ - ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ยังมองว่า การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบน่าจะสิ้นสุดแล้ว เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นจะดึงดูดให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบทั้งจากกลุ่มโอเปกและนอกกลุ่มโอเปกเร่งระดับการผลิตน้ำมันดิบให้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นการซ้ำเติมสภาวะอุปทานน้ำมันดิบที่ล้นตลาดให้เลวร้ายลงไปอีก ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้แรงหนุนจากอุปสงค์เพิ่มเติมจากประเทศศรีลังกา อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันเบนซินยังได้รับแรงกดดันจากอุปทานที่มากขึ้นจากประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่นราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนี่องจากอุปทานภายในภูมิภาคยังคงตึงตัวจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นภายในภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเอเชียเหนือปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ปรับลดลงสู่ระดับ 8.98 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากผู้ผลิตน้ำมันดิบได้ชะลอการลงทุนและผลิตน้ำมันดิบลง จากราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับต่ำ ภาวะอุปทานล้นตลาดยังไม่มีท่าทีว่าจะคลี่คลาย หลังจากการประชุมระหว่างผู้ผลิตน้ำมันดิบทั้งในและนอกกลุ่มโอเปก ได้เสร็จสิ้นลง โดยที่ผู้ผลิตน้ำมันดิบไม่สามารถตกลงกันได้ ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ (28/04/2559)