ข่าวสารด้านยางพารา

“มกอช.”การันตีพืชผัก-ผลไม้ปลอดภัย มกอช.เตือนผู้บริโภคอย่ากังวลเกินเหตุ กรณีไทยแพน ตรวจพบสารตกค้างปนเปื้อนพืชผลไม้ “Q” และสินค้าออแกนิก เพราะได้ร่วมมือกับกรมวิชาการเกษตรเร่งแก้ปัญหา ชี้ควรสุ่มเก็บตัวอย่างแต่ละชนิด 60 ตัวอย่าง ยันกระบวนการรับรอง GAP เกษตรอินทรีย์ของไทยได้มาตรฐานสากล ย้ำคุณภาพปลอดภัยกว่าสินค้าทั่วไป นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่เครือข่ายเตือนภัยสารเคมี กำจัดศัตรูพืช หรือไทยแพน (Thai-PAN) ได้สุ่มเก็บตัวอย่างพืชผักและผลไม้ที่วางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าและตลาดทั่วไปมาตรวจวิเคราะห์หาสารตกค้างและเผยแพร่ผลตรวจวิเคราะห์สู่สาธารณะ เป็นข้อมูลการศึกษาที่นำมาใช้ประโยชน์กับผู้เกี่ยวข้องได้ ขอยืนยันว่า ผู้บริโภคทั่วประเทศไม่ควรตื่นตระหนกกับการนำเสนอข่าวดังกล่าว เนื่องจากในขณะนี้กรมวิชาการเกษตรอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบผลการศึกษาของไทยแพน โดยเฉพาะรายงานที่ว่า มีสินค้าที่มีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร (Q) จำนวน 8 ตัวอย่าง และสินค้า ออแกนิก 3 ตัวอย่าง พบสารตกค้างเกินค่ามาตรฐาน โดยกรมได้เร่งติดตามผู้ผลิตและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง โดยจะมีการตรวจสอบสินค้าที่มีปัญหาว่าได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย Q อย่างถูกต้อง หากพบว่า ผู้ประกอบการลักลอบใช้เครื่องหมาย Q ปลอม มกอช.จะร่วมกับกรมดำเนินการตามกฎหมายทันที นางสาวดุจเดือนกล่าวว่า เนื่องจากการสุ่มเก็บตัวอย่างของไทยแพนมีจำนวนน้อยมาก และใช้เป็นตัวแทนของตัวอย่างทั้งประเทศไม่ได้ เพราะการสุ่มเก็บตัวอย่างมาตรวจสอบควรเก็บอย่างน้อย 60 ตัวอย่างต่อชนิดพืช ไม่ใช่เก็บเพียงชนิดพืชละ 1 ตัวอย่างต่อห้าอย่างเท่านั้น แล้วนำมาสรุปเป็นภาพรวมของประเทศ ขณะเดียวกัน การเก็บตัวอย่างสินค้าจำนวนน้อยมาก แล้วตรวจพบปัญหาในสินค้า Q จำนวน 7 ตัวอย่าง และสินค้าออแกนิก 8 ตัวอย่าง แล้วสรุปว่าสินค้าพืชที่ภาครัฐรับรองไม่ผ่านมาตรฐาน 57.1% และ 25% ตามลำดับ เป็นการจงใจให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และไม่ควรคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ เพราะทำให้ประชาชนเกิดความตระหนก เช่น สุ่มตรวจ 2 ตัวอย่าง และในจำนวนดังกล่าวตรวจพบปัญหาแค่ 1 ตัวอย่าง กลับสรุปว่าตรวจพบ 50% ถือเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ผู้บริโภคและประชาชนเข้าใจผิด ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรที่ผลิตสินค้าได้มาตรฐานจีเอพี (GAP) 200,000 ราย โดยเป็นผู้ผลิตผักและผลไม้ประมาณ 70,000 ราย นางสาวดุจเดือนกล่าวว่า ขอยืนยันว่า กระบวนการรับรองมาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์หรือออแกนิกที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เป็นไปตามหลักสากล มีการตรวจสอบและประเมิน ตามข้อกำหนดในแปลงเกษตรกรอย่างน้อย 2-3 ครั้ง ตั้งแต่ปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยเฉพาะการตรวจสอบการใช้สารเคมีของเกษตรกรและการบันทึกข้อมูลต่างๆก่อนออกใบรับรองมาตรฐาน GAP ให้ และอนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย Q ติดบนตัวสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์สินค้าวางจำหน่ายได้ สำหรับพืชผักและพืชล้มลุก จะมีอายุใบรับรอง 2 ปี ส่วนไม้ผลและไม้ยืนต้น มีอายุใบรับรอง 3 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่จะติดตามตรวจประเมินแปลง GAP ทุกๆปี ขณะที่เกษตรกรต้องยื่นขอรับการตรวจต่ออายุใบรับรองใหม่เมื่อใบรับรองเดิมใกล้หมดอายุ นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตรยังได้สุ่มเก็บตัวอย่างสินค้าพืชมาตรวจวิเคราะห์สารตกค้าง ทั้งสินค้า Q และสินค้าทั่วไป (Non Q) ในปีนี้ โดยตรวจวิเคราะห์ไปแล้ว 3,500 ตัวอย่าง เป็นสินค้า Q ประมาณ 1,500 ตัวอย่าง ในจำนวนนี้พบว่ามีเพียง 7 ตัวอย่าง คิดเป็นน้อยกว่า 1% ที่มีสารตกค้างเกินค่ามาตรฐาน จึงเชื่อมั่นในกระบวนการรับรองของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ และมั่นใจได้ว่า สินค้า Q มีคุณภาพและมีความปลอดภัยสูงกว่าสินค้าปกติทั่วไปอย่างแน่นอน. ที่มา ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 พ.ค. 2559 07:30
วันที่ 9 พฤษภาคม นายสาย อิ่นคำ คณะกรรมการ (บอร์ด) การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทาง กยท.กำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบสต๊อกยางในโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ซึ่งยางโครงการฯ ดังกล่าวมีการเก็บรักษาไว้ในโกดังทั่วประเทศจำนวนกว่า 300,000 ตัน จนถึงขณะนี้ยางพาราได้เก็บรักษาไว้เป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว โดยเก็บกระจายตามภาคต่างๆ ทั้งนี้รัฐบาลต้องเช่าโกดังของเอกชนเพื่อจัดเก็บรักษายางให้คงสภาพ แต่เนื่องจากอากาศที่ร้อนถึงร้อนจัดในขณะนี้ ในการเดินทางตรวจสอบที่ภาคตะวันออกที่ผ่านมา พบว่าอากาศร้อนจัดทำให้ยางพาราเริ่มมีเนื้อยางอ่อนและเยิ้ม เนื่องจากหลังคาโกดังใช้กระเบื้องใสทำให้แสงแดดส่องโดยตรงทุกวัน ซึ่งลักษณะเช่นนี้จะทำให้ยางเสื่อมคุณภาพได้ นายสายกล่าวต่อว่า โกดังที่เก็บรักษายางพาราในจังหวัดทางภาคใต้จะเป็นคิวถัดไปในการตรวจสอบ ซึ่งจะมีบอร์ด กยท.และข้าราชการไปร่วมกันตรวจสอบ ปกติจะมีข้าราชการในสังกัด กยท.ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวดทุกโกดัง จากการตรวจสอบที่ภาคตะวันออกไม่พบปัญหาแต่อย่างใด แต่หากโกดังใดที่ประสบปัญหา บอร์ด กยท.จะลงไปดูแลทันที นอกจากนี้สต๊อกยางที่เก็บรักษาครั้งนี้รัฐบาลจะต้องเช่าโกดังของเอกชนทั่วประเทศในการเก็บรักษา ซึ่งค่าเช่าโกดังรัฐบาลต้องแบกรับภาระจ่ายทุกเดือน เดือนละ 26 ล้านบาท ปีละ 312 ล้านบาท"เนื่องจากรัฐบาลต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายสูญเปล่าติดต่อกันมานานกว่า 4 ปีแล้ว ไม่น้อยกว่า 1,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ต้องเสียเปล่าโดยไม่ได้คืนทุนแม้แต่น้อยเลย ประกอบกับหากทิ้งไว้นานยางจะเสื่อมคุณภาพ ยิ่งนานไปทำให้รัฐเสียผลประโยชน์อย่างมหาศาล ดังนั้นหลังจากที่ กยท.ตรวจสต๊อกยางเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะเสนอในที่ประชุมบอร์ดเพื่อเสนอต่อให้รัฐบาลเร่งดำเนินการระบายสต๊อกยาง 2 มาตรการ คือ 1.นำยางในสต๊อกทั้งหมดมาใช้ภายในประเทศหรือแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และ 2.ระบายขายยางพาราในช่วงที่ราคายางกำลังมีราคาขยับขึ้น เช่น หาก ราคา กก.ละ 57 บาท ยางจำนวน 300,000 ตัน จะทำให้รัฐบาลได้เงินคืน อย่างน้อยจำนวน 17,100 ล้านบาท" นายสายกล่าว ที่มา : มติชนออนไลน์ (09/05/59)
ผู้สื่อข่าวรายงานค่าเงินบาท วันที่ 9 พ.ค.59 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 35.09 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับราคาเปิด และราคาปิดท้ายสัปดาห์ก่อนที่ 35.14 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยนักวิเคราะห์ค่าเงินบาท ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การแข็งค่าของค่าเงินบาท มาจากการที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อสินทรัพย์เสี่ยงในภูมิภาคเอเชียมากขึ้น หลังตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาน่าผิดหวัง โดยออกมาเพียง 1.6 แสนตำแหน่ง จากที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ 2 แสนตำแหน่ง ส่งผลให้นักลงทุนลดความเป็นไปได้เพียง 8% จาก 12% ในก่อนหน้านี้ และคาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยได้อีกครั้งเดือน ธ.ค.ปีนี้ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตาม คือการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจ ทั้งยอดค้าปลีกสหรัฐเดือน เม.ย. รวมถึงติดตามการลงประชามติของอังกฤษ ว่าจะถูกโหวตออกจากสหภาพยุโรปหรือไม่ ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ (09/05/59)
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (9 พ.ค.) เพราะได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังจากที่นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในด้านบวกเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์-COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย.ร่วงลง 27.40 ดอลลาร์ หรือ 2.12% ปิดที่ระดับ 1,266.60 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาทองคำร่วงลงอย่างหนัก เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ได้กดดันให้นักลงทุนเทขายสัญญาทองคำ โดยเมื่อดอลลาร์แข็งค่าจะส่งผลให้สัญญาทองคำซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาสูงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่นๆ สำหรับปัจจัยที่ทำให้ดอลลาร์แข็งค่านั้น มาจากการที่นายอีแวนส์ ประธานเฟดสาขาชิคาโก ได้แสดงมุมมองในด้านบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ โดยกล่าวว่า ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของสหรัฐยังคงแข็งแกร่งและมีแนวโน้มที่จะขยายตัวราว 2.5% ในปีนี้ พร้อมกับคาดว่า อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐจะปรับตัวลดลงสู่ระดับ 4.75% นักลงทุนจับตาดูข้อมูลแรงงานและข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยในวันพฤหัสบดี ทางการสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ส่วนวันศุกร์ จะมีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนเม.ย. และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนเม.ย. ที่มา MGR Online (10/05/59) ภาพ http://www.biztempnews.com/media/k2/items/cache/35e1b9a942241ecd267ca5ff745f6512_XL.jpg
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (9 พ.ค.) จากข่าวที่ว่า รัฐบาลซาอุดิอาระเบียได้ปลดนายอาลี อัล-ไนมี รัฐมนตรีกระทรวงน้ำมัน หลังจากที่ซาอุดิอาระเบียได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาวะราคาน้ำมันตกต่ำ นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากรายงานที่ว่า วิกฤตไฟป่าที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันจากชั้นทราย (oil sand) ในแคนาดา เริ่มบรรเทาลงแล้ว สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย.ร่วงลง 1.22 ดอลลาร์ หรือ 2.7% ปิดที่ 43.44 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค.ลดลง 1.74 ดอลลาร์ หรือ 3.8% ปิดที่ 43.63 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบร่วงลงหลังจากมีรายงานว่า รัฐบาลซาอุดิอาระเบียประกาศปลดนายอาลี อัล-ไนมี รัฐมนตรีกระทรวงน้ำมันซึ่งดำรงตำแหน่งมายาวนาน หลังจากที่ซาอุดิอาระเบียได้รับผลกระทบจากภาวะราคาน้ำมันตกต่ำ โดยได้แต่งตั้งนายกาลิด อัล-ฟาลีห์ ประธานบริษัทน้ำมันของรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย หรือที่รู้จักกันในนาม ซาอุดิ อารามโก เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงน้ำมันคนใหม่ นายอัล-ไนมี ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงน้ำมันของซาอุดิอาระเบียมาตั้งแต่ปี 2538 และเป็นผู้ที่คัดค้านการลดปริมาณการผลิตน้ำมันในประเทศ ขณะที่ราคาน้ำมันร่วงลงอย่างหนัก ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายการผลิตน้ำมันแบบเดิม นอกจากนี้ นายอัล-ไนมี ยังเป็นผู้ปรับเปลี่ยนนโยบายของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในปี 2557 โดยการตัดสินใจดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลงอย่างหนัก นอกเหนือจากข่าวการปลดรัฐมนตรีน้ำมันของซาอุดิอาระเบียแล้ว สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากข่าวที่ว่า สถานการณ์ไฟป่าในแคนาดาเริ่มบรรเทาลงแล้ว หลังจากที่กระแสลมได้เบี่ยงเบนทิศทางออกจากแหล่งผลิตน้ำมันจากชั้นทรายใน เมืองฟอร์ท แมคเมอร์เรย์ ทางตะวันตกของแคนาดา ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แหล่งผลิตน้ำมันจากชั้นทรายในเมืองฟอร์ท แมคเมอร์เรย์ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากไฟป่า โดยสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้บริษัทพลังงรายใหญ่ รวมถึงซันคอร์ เอนเนอร์จี, เชลล์ และฮัสกี ได้พากันปิดโรงงานผลิตและลดกำลังการผลิต นักลงทุนจับตาดูรายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในวันพุธนี้ เวลา 21.30 น.ตามเวลาไทยที่มา : http://www.ryt9.com 10 พฤษภาคม 2559
กระทรวงอุตสาหกรรมนำร่อง โครงการพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย สู่การผลิตตามรูปแบบของตนเอง หวังต่อยอดยานยนต์อนาคต นาง อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้เริ่มโครงการพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยไปสู่การ ผลิตตามรูปแบบของตนเอง หรือ Original Design Manufacturer (ODM) ซึ่งเป็นโครงการนำร่องระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) และบริษัท มาสด้า มอเตอร์ คอร์เปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัมนาผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยจากการรับจ้างผลิตชิ้นส่วนตามแบบที่ผู้ผลิตรถ ยนต์กำหนด มาเป็นการผลิตตามรูปแบบของตนเอง โดยส่งวิศวกรจำนวน 4 ราย จากบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยในด้านการออกแบบ วิจัยและพัฒนา จากบริษัท ซัมมิท โอโตซีท อินดัสตรี จำกัด, บริษัท ซัมมิท โอโต บอดี้ อินดัสตรี จำกัด และบริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด ไปเรียนรู้และเข้าไปมีส่วนร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์ ในลักษณะการทำงานตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัยและพัฒนาการออกแบบรถยนต์รุ่นใหม่ กับบริษัทแม่ของมาสด้ามอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น เป็นระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้จนถึงสิงหาคม ซึ่งจะเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ไทย สู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ยานยนต์ในอนาคต เช่น รถยนต์ไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ใน อนาค และเชื่อว่าจะสามารถขยายความร่วมมือลักษณะนี้ออกไปยังบริษัทอื่นได้อีกใน ระยะต่อไป อย่าง ไรก็ตาม นางอรรชกา กล่าวว่า สถานการณ์ยอดขายอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศปี 2559 นี้ อาจทรงตัวใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 7 - 8 แสนคัน เนื่องจากยังมีปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจ ปัญหาภัยแล้งที่กระทบต่อราคาสินค้าเกษตร และกำลังซื้อของประชาชน และเมื่อรวมยอดส่งออกแล้ว การผลิตรถยนต์ทั้งปีนี้จะใกล้เคียงกับปีก่อนที่ประมาณ 2 ล้านคัน ที่มา : สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสถานการณ์ค่าเงินบาท จากธนาคารกสิกรไทย ประจำวันพุธที่ 4 พ.ค. 2559 ระบุว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 35.01บาท /ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อยจากการปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (3 พ.ค.) ที่ระดับ 34.90 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลงได้แก่ ตลาดมีความผันผวนอย่างรวดเร็ว จากเมื่อวานนี้มีตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของจีนที่ออกมาไม่ดีนักโดย 350 ในรอบปี 4 เดือนที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันยังรวมถึงตัวเลข PMI ของอังกฤษที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อภาพรวมของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้มีความเห็นของจากธนาคารกลางของสหรัฐ (เฟด) 2 สาขา ว่ายังไม่ปิดโอกาสในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือน มิ.ย.ส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ของสหรัฐในรูปของเงินดอลลาร์และส่ง ผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับทุกสกุลเงินในโลกธนาคารกสิกรไทยระบุว่ากรอบการเคลื่อนไหวค่าเงินบาทวันนี้อยู่ที่ 35.00-35.20บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ภายในสัปดาห์นี้มีตัวเลขสำคัญของสหรัฐได้แก่ตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐจากเอดีพี คำสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ และอื่น ซึ่งตลาดคาดว่าจะออกมาในภาพที่ดี ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ (04/05/2559)
ไอเอ็มเอฟเตือนว่า เศรษฐกิจจีนและญี่ปุ่นจะชะลอตัวอย่างหนักใน 2 ปีนี้ แต่เอเชียจะยังคงเติบโตแข็งแกร่งเพราะการบริโภคในประเทศชดเชยการค้าโลกซบเซา กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟคาดการณ์ในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจประจำภูมิภาคในเอเชียและแปซิฟิกว่า เศรษฐกิจเอเชียจะขยายตัว 5.3% ในปีนี้และปีหน้า ลดลงจาก 5.4% ที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน เฉพาะจีนคาดว่าจะขยายตัว 6.5% และ 6.2% ในปีนี้และปีหน้า ต่ำกว่าปีที่แล้วทั้งปีที่ขยายตัว 6.9% ต่ำที่สุดในรอบ 25 ปี ขณะที่ญี่ปุ่นน่าจะขยายตัว 0.5% ในปีนี้ และหดตัวลง 0.1% ในปีหน้า จากการขึ้นภาษีบริโภค เงินเยนแข็งค่า การค้ากับจีนชะลอตัว และปัญหาเรื้อรังเรื่องประชากรสูงวัยและหนี้สาธารณะมหาศาล ไอเอ็มเอฟระบุว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลง และอัตราการเงินว่างงานต่ำจะช่วยผลักดันการขยายตัวของภูมิภาคนี้ เอเชียยังคงมีพลวัตรมากที่สุดในโลกแต่เสี่ยงได้รับผลกระทบหนักจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการค้าโลกที่ซบเซา ตลาดเงินโลกผันผวนมากขึ้น และผลกระทบระยะสั้นจากการปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจจีน ดังนั้นผู้กำหนดนโยบายจะต้องเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างพื้นที่การคลัง และส่งเสริมความต้องการบริโภคในประเทศ ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ (04/05/2559)
4 พ.ค.2559 สมาคมค้าทองคำประกาศราคาซื้อขายทองคำในประเทศวันนี้ ดังนี้(ตามตาราง) โดยราคาทองปรับลดลงจากวานนี้บาทละ50บาท ขณะที่ราคาทองตลาดโลกที่นิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมาปรับลดลง4ดอลลาร์/ออนซ์ ช่วงเวลา ทองแท่ง ทองรูปพรรณ เวลาครั้งที่รับซื้อ (บาท)ขายออก (บาท)รับซื้อ (บาท)ขายออก (บาท)Gold SpotBaht / US$ขึ้น / ลง 04/05/2559 09:33 1 21,200.00 21,300.00 20,814.68 21,800.00 1,280.50 35.12 -50 ที่มา : มติชนออนไลน์ (04/05/2559)
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของธนาคารกสิกรไทย ประจำวันพุธที่ 4 พฤษภาคม 2559 เมื่อเวลา 07.58 น. มีดังนี้ ดอลลาร์ สหรัฐ รับซื้อที่ 33.80 บาท ขายออก 35.32 บาท ยูโรอยู่ที่ระดับ 40.88 บาทต่อยูโร ปอนด์อยู่ที่ 51.73 บาทต่อปอนด์เงินหยวนของจีนอยู่ที่ 5.60 บาทต่อหยวน และเงินเยนของญี่ปุ่นอยู่ที่ 0.34080 บาทต่อเยน ที่มา : INN News (04/05/2559)