Nongyao

Nongyao

แหล่งข่าวระบุ ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีแนวโน้มที่จะประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็นประธานธนาคาร กลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ก่อนที่เขาจะเดินทางเยือนภูมิภาคเอเชียในเดือนหน้า

ขณะนี้มีตัวเก็ง 5 รายที่อาจได้รับการพิจารณาเป็นประธานเฟดคนต่อไป ซึ่งได้แก่ นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดคนปัจจุบัน ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในเดือนก.พ.ปีหน้า, นายแกรี โคห์น หัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจของปธน.ทรัมป์, นายเควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟด, นายเจอโรม พาวเวล หนึ่งในคณะผู้ว่าการเฟดสมัยปัจจุบัน และนายจอห์น เทย์เลอร์ นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

ปธน.ทรัมป์มีกำหนดสัมภาษณ์นางเยลเลนอีกครั้งในวันพฤหัสบดีนี้ หลังจากที่ได้เคยสัมภาษณ์นางเยลเลน รวมทั้งผู้ที่มีแนวโน้มเป็นประธานเฟดหลายคนก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ดี ผู้ที่ได้รับเลือกจากปธน.ทรัมป์ให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ จะต้องผ่านการพิจารณารับรองจากวุฒิสภาสหรัฐ ก่อนที่จะสามารถดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

ทำเนียบขาวเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ปธน.ทรัมป์จะเดินทางเยือนภูมิภาคเอเชียในเดือนพ.ย.เป็นครั้งแรกที่เขาเข้า รับตำแหน่ง โดยเขาจะเยือนญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน เวียดนาม และฟิลิปปินส์ในระหว่างวันที่ 3-14 พ.ย.

คาดว่าปธน.ทรัมป์จะใช้การเดินทางเยือนเอเชียดังกล่าวเน้นย้ำให้นานา ประเทศร่วมมือกันลดภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ และทำให้คาบสมุทรเกาหลีเป็นเขตปลอดนิวเคลียร์

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์จะเดินทางเข้าร่วมการประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย -แปซิฟิก (เอเปก) ที่เวียดนาม และร่วมการประชุมสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่ฟิลิปปินส์

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 18 ตุลาคม 2560)

ดอลลาร์ปรับ ตัวอยู่ในกรอบล่างของ 112 เยนในวันนี้ หลังจากดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ จากกระแสข่าวที่ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีแนวโน้มที่จะเลือกนายจอห์น เทย์เลอร์ ซึ่งเป็นนักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนต่อไป

ณ เวลา 22.15 น.ตามเวลาไทย ดอลลาร์ขยับขึ้น 0.17% สู่ระดับ 112.37 เยน ขณะที่ยูโรปรับตัวลง 0.23% สู่ระดับ 132.01 เยน และร่วงลง 0.40% สู่ระดับ 1.1748 ดอลลาร์ ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.36% สู่ระดับ 93.65

ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น โดยได้แรงหนุนจากรายงานข่าวที่ระบุว่า ปธน.ทรัมป์มีความประทับใจต่อนายเทย์เลอร์ ในขณะที่ทำการสัมภาษณ์เขาที่ทำเนียบขาวสำหรับการดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่

ทั้งนี้ นายเทย์เลอร์ถือเป็นนักวิชาการสายเหยี่ยวที่สนับสนุนการคุมเข้มนโยบายการ เงินมากกว่านางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดคนปัจจุบัน ซึ่งจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในเดือนก.พ.ปีหน้า

รายงานข่าวที่ระบุว่า ปธน.ทรัมป์มีความประทับใจต่อนายเทย์เลอร์ เป็นปัจจัยหนุนให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐดีดตัวขึ้น และส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เนื่องจากคาดว่า หากนายเทย์เลอร์ได้รับเลือกเป็นประธานเฟดคนใหม่ เขาจะผลักดันการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยให้รวดเร็วกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับนาง เยลเลน

อย่างไรก็ดี นักลงทุนไม่ต้องการเข้าซื้อดอลลาร์มากนัก เนื่องจากปธน.ทรัมป์เตรียมนัดพูดคุยกับนางเยลเลนในวันพฤหัสบดีนี้ เกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งประธานเฟดอีกสมัยหนึ่ง หลังจากที่ได้เคยสัมภาษณ์นางเยลเลน และผู้ที่มีแนวโน้มขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานเฟดหลายคนก่อนหน้านี้

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 17 ตุลาคม 2560)

นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนได้กล่าวในพิธีเปิดการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 19 ในวันนี้ มูลค่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนนั้น เพิ่มขึ้นจากระดับ 54 ล้านล้านหยวน สู่ระดับ 80 ล้านล้านหยวน (12.1 ล้านล้านดอลลาร์) ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

นายสียังกล่าวด้วยว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานั้น ประชาชนชาวจีนกว่า 60 ล้านคนสามารถหลุดพ้นจากความยากจน

ทั้งนี้ การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนซึ่งจัดขึ้นเพียง 1 ครั้งในทุกๆ 5 ปี ถือเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญที่สุดของจีน เนื่องจากจะมีการแต่งตั้งผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์สำหรับช่วงเวลา 5 ปีข้างหน้า โดยการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 19 มีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 24 ต.ค.

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 18 ตุลาคม 2560)

สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ (ONS) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พุ่งขึ้น 3% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2555 และสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ก่อนหน้านี้ ดัชนี CPI ปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนส.ค.

นักวิเคราะห์ระบุว่า การพุ่งขึ้นของดัชนี CPI จะเป็นปัจจัยหนุนให้ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า ขณะที่ BoE ระบุในเดือนที่แล้วว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงหลายเดือนข้างหน้า หากเศรษฐกิจและเงินเฟ้อยังคงมีการขยายตัว

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่รวมหมวดอาหาร, พลังงาน, แอลกอฮอล์ และบุหรี่ ทรงตัวที่ระดับ 2.7% ในเดือนก.ย. และสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ONS ระบุว่า ดัชนี CPI ได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวของราคาอาหาร และค่าใช้จ่ายด้านการขนส่ง

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 17 ตุลาคม 2560)

นายโทมัส จอร์แดน ประธานธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (SNB) เปิดเผยว่า ทางแบงก์ชาติยังคงยึดมั่นต่อนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย แม้เศรษฐกิจโลกส่งสัญญาณดีขึ้น และเงินฟรังก์สวิสได้รับปัจจัยกดดันลดลง

นายจอร์แดน ระบุว่า แบงก์ชาติสวิสมีหลักดำเนินการ 2 ประการด้วยกัน ประการแรกคืออัตราดอกเบี้ยติดลบ และอีกประการหนึ่งคือมาตรการแทรกแซงตลาดเงินตามสมควร โดยเขามองว่า ขณะนี้สถานการณ์ในตลาดเงินยังนิ่งนอนใจไม่ได้ จึงจำเป็นต้องอาศัยนโยบายแบบผ่อนคลายต่อไป

นอกจากนี้ ประธานธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ยังกล่าวถึงการที่แบงก์ชาติของประเทศต่างๆ เริ่มลดขนาดการผ่อนคลายลงว่า การกระทำเช่นนี้ควรดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วนสถานการณ์ในสวิตเซอร์แลนด์นั้นแตกต่างไปจากประเทศอื่นๆ ซึ่งเป็นสาเหตุให้สวิตเซอร์แลนด์ยังคงยึดมั่นนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 17 ตุลาคม 2560)

ธนาคารกลาง ออสเตรเลียได้เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนต.ค.ในวันนี้ โดยระบุว่า การที่ธนาคารกลางของหลายประเทศเริ่มเคลื่อนไหวในเรื่องการปรับขึ้นอัตรา ดอกเบี้ยนั้น ถือเป็นความคืบหน้าในเชิงบวก แต่ไม่ได้มีนัยสำคัญต่อการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางออสเตรเลีย

รายงานการประชุมระบุว่า ช่วงเวลาในการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยของออสเตรเลียจะขึ้นอยู่กับภาวะ เศรษฐกิจภายในประเทศ นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางออสเตรเลียยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า นโยบายการเงินของประเทศอื่นๆ ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ยังคงอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายมากกว่าในออสเตรเลีย นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลก

สำหรับการประชุมซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางออสเตรเลียมีมติคงอัตราดอกเบี้ย นโยบายที่ระดับ 1.5% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยธนาคารกลางได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับหนี้สินภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับ สูง และอัตราค่าจ้างที่ขยายตัวช้าลง แม้ตลาดแรงงานส่งสัญญาณแข็งแกร่งขึ้นก็ตาม

ขณะที่นายฟิลิป โลว์ ผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลียได้แถลงภายหลังการประชุมว่า ธนาคารกลางยังคงจับตาความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย หลังจากที่ค่าเงินพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี พร้อมกับเตือนว่า การแข็งค่าของดอลลาร์ออสเตรเลียอาจจะฉุดรั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ พร้อมกับคาดว่า อัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในระยะกลาง

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 17 ตุลาคม 2560)

นายโฆเซ อันโตนิโอ มีอาเด รัฐมนตรีคลังเม็กซิโก กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวของสกุลเงินเปโซที่เกิดขึ้นในระยะนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาแก้ไขข้อตกลงการค้าเสรี อเมริกาเหนือ (NAFTA)

นายมีอาเดกล่าวในระหว่างการประชุมธุรกิจงานหนึ่งว่า "ตลาดได้พิจารณาถึงกรณีที่หากไม่มีสนธิสัญญาดังกล่าว ก็จะต้องมีการปรับอัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเราตามมา"

ทั้งนี้ เมื่อจันทร์ที่ผ่านมา ค่าเงินเปโซเปิดตลาดที่ระดับสูงสุด 19.09 เปโซ/ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน

ขณะที่อีกปัจจัยหนึ่งที่ยังคงสร้างความวิตกกังวลให้กับนักลงทุนในเม็กซิโกคือ การคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับท่าทีนโยบายการเงินของสหรัฐ

รมว.คลังเม็กซิโกกล่าวว่า "ในการเผชิญกับสองปัจจัยจากภายนอกนี้ สิ่งที่เราสามารถทำได้คือพยายามควบคุมปัจจัยภายในประเทศ จากเราสิ่งที่เรามีอยู่ ซึ่งก็คือความสามารถในการรักษาเสถียรภาพนโยบายการคลังของเรา"

เขากล่าวว่า เป้าหมายหลักของรัฐบาลก็คือทำให้การเจรจา NAFTA เป็นไปได้ด้วยดี โดยระบุว่าความแตกต่างหรือเห็นต่างระหว่างสหรัฐ แคนาดา และเม็กซิโก นั้นเป็นเรื่องปกติ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การเจรจาแก้ไขข้อตกลง NAFTA ครั้งที่ 4 ซึ่งกำลังจะมีขึ้นที่สหรัฐอเมริกานั้น เริ่มมองเห็นความแตกต่างอย่างเด่นชัดมากขึ้น โดยนายอิลเดฟอนโซ กัวฆาร์โด รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจเม็กซิโก ได้ออกมายอมรับเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า การเจรจากำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่ยากลำบาก

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 17 ตุลาคม 2560)

สกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (17 ต.ค.) ด้วยแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อวาน นี้

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1772 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1809 ดอลลาร์ ในขณะที่ปอนด์อ่อนค่าลงแตะ 1.3290 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3260 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลง ที่ระดับ 0.7847 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7859 ดอลลาร์

ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเยน ที่ระดับ 112.15 เยน จากระดับ 111.89 เยน และแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9784 ฟรังก์สวิส จากระดับ 0.9749 ฟรังก์สวิส

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.19% สู่ระดับ 93.489 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐได้แรงหนุนให้แข็งค่าขึ้นภายหลังจากสหรัฐได้เปิดเผยข้อมูล เศรษฐกิจที่ดีในหลายรายการ โดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.ย. ด้วยปัจจัยหนุนจากการผลิตรถยนต์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งบ่งชี้ถึงการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคสหรัฐ

ขณะที่สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านดีดตัวขึ้น 4 จุด สู่ระดับ 68 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.

ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ดัชนีราคานำเข้าเดือนก.ย.ดีดตัวขึ้น 0.7% เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2016 หลังจากเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนส.ค.

นอกจากนี้สกุลเงินดอลลาร์ยังคงได้แรงหนุนจากถ้อยแถลงล่าสุดของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ซึ่งระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐมีทิศทางการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ขณะที่ตลาดแรงงานก็อยู่ในภาวะที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้เกิดกระแสคาดการณ์เป็นวงกว้างว่า เฟดจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.นี้

นักลงทุนรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนก.ย., รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีการผลิตเบื้องต้นเดือนต.ค.โดยเฟดฟิลาเดลเฟีย, ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนก.ย.โดย Conference Board และยอดขายบ้านมือสองเดือนก.ย.

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 18 ตุลาคม 2560)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 33.06 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าเล็กน้อยจากปิดตลาดเย็นวานนี้ที่ระดับ 33.07 บาท/ดอลลาร์ เคลื่อนไหวตามปริมาณซื้อขายที่ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่า

"บาทแข็งค่าเล็กน้อยตามแรงซื้อขายที่ทำให้ดอลลาร์อ่อนค่า" นักบริหารเงิน ระบุ

ปัจจัยที่ตลาดจับตามองคือ สถานการณ์ความขัดแย้งบนคาบสมุทรเกาหลีที่ยังไม่คลี่คลาย

นักบริหารเงิน คาดวันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.05-33.20 บาท/ดอลลาร์

* ปัจจัยสำคัญ

- เช้านี้เงินเยนอยู่ที่ 112.12 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 111.82 เยน/ดอลลาร์

- ส่วนเงินยูโรอยู่ที่ 1.1777 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1794 ดอลลาร์/ยูโร

- อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 33.0770 บาท/ดอลลาร์

- นักบริหารเงินจากธนาคารพาณิชย์ ระบุวานนี้ค่าเงินบาทปิดตลาดที่ 33.07 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบจากเปิดตลาดที่ 33.05 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการแข็งค่าสุดในรอบ 1 เดือน เกิดจากมีแรงซื้อขายทำกำไรระหว่างวันโดยเงินบาทอ่อนค่าสุดที่ระดับ 33.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ นักลงทุนยังคงติดตามความคืบหน้าการสรรหาประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่

- กระทรวงการคลัง ลุ้นเดินเครื่องรีดภาษีอี-คอมเมิร์ซได้ภายในปีงบประมาณ 2561 หวังเพิ่มรายได้ เฟซบุ๊ก กูเกิล ยูทูบ ไลน์ เข้าข่ายเสียภาษี พร้อมสั่ง "ศุลกากร" เร่งอุดช่องโหว่ภาษี สคร.อวดปี 60 ส่งรายได้แผ่นดินสูงที่สุดในรอบ 15 ปี

- กระทรวงการคลัง ศึกษาถึงความเป็นไปได้ว่ามีความจำเป็นหรือไม่กับการออกมาตรการช็อปช่วยชาติมาในช่วงเศรษฐกิจขณะนี้ เพราะปัจจุบันภาพรวมเศรษฐกิจขยายตัวฟื้นตัวค่อนข้างดี และหน่วยงานเศรษฐกิจหลายสำนักได้ปรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้เพิ่มขึ้นทั้งนั้น โดยมาตรการช็อปช่วยชาติ เป็นเรื่องของนโยบาย หากรัฐบาลมีนโยบายคลังก็พร้อมดำเนินการ

- รมว.คลังอังกฤษ กล่าวว่า อังกฤษไม่มีแนวโน้มมากขึ้นที่จะออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่สามารถบรรลุข้อตกลง และการเจรจา Brexit กับทางสหภาพยุโรป (EU) ก็ไม่ได้เผชิญภาวะชะงักงันแต่อย่างใด

- ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก รายงานว่า ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) พุ่งขึ้นในเดือนต.ค. โดยปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 30.2 จากระดับ 24.2 ในเดือนก.ย.

- สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (16 ต.ค.) ด้วยแรงหนุนจากข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐมีทิศทางการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ขณะที่ตลาดแรงงานก็อยู่ในภาวะที่แข็งแกร่ง

- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (16 ต.ค.) โดยได้รับปัจจัยกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์นอกจากนี้ การดีดตัวขึ้นทำนิวไฮของตลาดหุ้นสหรัฐยังส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

- นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในวันนี้ ซึ่งได้แก่ ราคานำเข้าและส่งออกเดือนก.ย., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย. และดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเบื้องต้นเดือนต.ค.จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB)

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 17 ตุลาคม 2560)

นายโจว เสี่ยวฉวน ผู้ว่าการธนาคารกลางจีนออก โรงเตือนว่า บริษัทเอกชนของจีนมีหนี้สินที่สูงเกินไป  การแสดงความเห็นดังกล่าวของนายโจวมีขึ้นในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในการ ประชุมสัมนาด้านการธนาคารระหว่างประเทศของกลุ่ม G30 ที่กรุงวอชิงตัน เมื่อวานนี้ตามเวลาสหรัฐ โดยการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นพร้อมกับการประชุมประจำปีของกองทุนการเงิน ระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก

"ปัญหาใหญ่ก็คือว่า หนี้สินของบริษัทเอกชนอยู่ในระดับที่สูงเกินไป ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้ ทำให้เราต้องเดินหน้าความพยายามในการกำหนดนโยบายที่แข็งแกร่ง เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพด้านการเงิน" นายโจวกล่าว

นอกจากนี้ นายโจวกล่าวว่า หนี้สินของบริษัทเอกชนจีนนั้น ครอบคลุมถึงเงินกู้จากโครงการจัดสรรเงินกู้ของรัฐบาลท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม นายโจวกล่าวว่า เมื่อมีการทบทวนตัวเลขหนี้สินใหม่แล้ว การประมาณการตัวเลขหนี้สินของภาคเอกชนจะอยู่ที่ 120-130% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งลดลงจากตัวเลขประมาณการก่อนหน้านี้ที่ 160% ของ GDP

ทั้งนี้ หนี้สินภาคเอกชนของจีนที่พุ่งสูงขึ้นถือเป็นหนึ่งในประเด็นที่สร้างความวิตก กังวลแก่นักลงทุนและเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายทั่วโลก โดยเมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา IMF ได้ปรับเพิ่มคาดากรณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนในปีนี้สู่ระดับ 6.8% อย่างไรก็ตาม IMF เตือนว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับปัญหาหนี้สินที่เพิ่ม ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะสร้างความเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจจีน

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 16 ตุลาคม 2560)