Apassorn

Apassorn

นายธีรวัฒน์ เดชทองคำ รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (ด้านธุรกิจและปฏิบัติการ) มอบนโยบายปรับเปลี่ยนแนวคิดผลิตน้ำยางสดแทนยางก้อนถ้วย พร้อมมอบถัง 200 ลิตรแก่เกษตรกรชาวสวนยางพาราเพื่อเริ่มต้นรวบรวมเก็บน้ำยางสดใส่ถัง และนำส่งจุดรวบรวม กยท.จ.พิษณุโลก ก่อนนำส่งเข้าโรงงานแปรรูปน้ำยางข้น ที่ จ.ระยอง

รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า กยท. จ.พิษณุโลก มีแนวคิด และผลักดันให้เกษตรกรหันมาทำน้ำยางสดซึ่งมีราคาสูงกว่า โดยบูรณาการร่วมระหว่าง กยท. เกษตรกรชาวสวนยาง และ ผู้ประกอบกิจการ ทาง กยท. จ.พิษณุโลก จะทำหน้าที่รวมรวบผลผลิตน้ำยางสดคุณภาพดี ในแหล่งปลูกยางทั่วจังหวัดพิษณุโลก พร้อมทั้งรถกระบะและรถ 6 ล้อ รับน้ำยางสดจากพื้นที่สวนยางมารวบรวมที่สำนักงาน เพื่อเตรียมส่งขายสู่โรงงานเอกชน ขณะนี้มีบริษัทไทยรับเบอร์ลาเท็กซ์ฯ เป็นผู้ร่วมหลักในการรับซื้อน้ำยางสด เพื่อนำไปส่งโรงงานแปรรูปที่จังหวัดระยอง นับว่าเป็นอีกวิธีหนึ่งในการแก้ปัญหาราคายางพาราผันผวน อย่างไรก็ตาม เกษตรกรชาวสวนยางที่สนใจนำผลผลิตน้ำยางมาส่งขายในตลาดน้ำยางสดของ กยท. จะต้องมีกระบวนการและผลผลิตยางที่มีคุณภาพ เช่น มี DRC ไม่ต่ำกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น ซึ่งการซื้อขายยางที่มีคุณภาพมาตรฐานในตลาดแห่งนี้จะส่งผลดีต่อทั้งเกษตรกรผู้ขายและผู้ซื้อ จะได้รับราคาและสินค้าที่ยุติธรรม

 

“ที่ผ่านมา กยท. ดำเนินการเปิดตลาดกลางน้ำยางสดแห่งแรกที่จังหวัดสงขลา ตลาดนี้มีการซื้อขายน้ำยางในราคาสูงกว่าราคาท้องถิ่น ชาวสวนยางทุกคนสามารถนำน้ำยางขายผ่านตลาดนี้ได้ วันนี้จะต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ภาคเหนือและอีสานที่ขายผลผลิตในรูปยางก้อนถ้วย ให้เป็นการขายน้ำยางสดแทน เพื่อช่วยดูดซับปริมาณยางก้อนถ้วยออกจากระบบ ทางจังหวัดพิษณุโลกถือเป็นจังหวัดนำร่อง จากนั้นจะต้องนำแนวคิดนี้ไปเผยแพร่ยังจังหวัดในภาคเหนือและอีสานต่อไป" นายธีรวัฒน์ กล่าว

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (17 พ.ย.) หลังจากที่ทางการซาอุดิอาระเบียออกมาส่งสัญญาณว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) รวมถึงรัสเซีย ต่างสนับสนุนให้มีการขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไป

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.41 ดอลลาร์ หรือ 2.6% ปิดที่ 56.55 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 1.36  ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 62.72 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลอดทั้งสัปดาห์ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลงราว 0.3% และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลงราว 1.3%

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ดีดตัวขึ้น หลังจากที่นายคาลิด อัล-ฟาลีห์ รัฐมนตรีพลังงานของซาอุดิอาระเบีย เปิดเผยว่า กลุ่มโอเปกอาจขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน ในการประชุมโอเปกซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 30 พ.ย.นี้ ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

นายคาลิดกล่าวแสดงความเห็นในการประชุมว่า แม้กลุ่มโอเปกมีแนวโน้มที่จะไม่ปรับลดกำลังการผลิตลงอีกเมื่อข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตมีกำหนดสิ้นสุดลงในไตรมาสแรกของปีหน้า แต่ก็คาดว่ากลุ่มโอเปกจะขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตออกไป

นักลงทุนจับตาการประชุมโอเปกในวันที่ 30 พ.ย.นี้ที่กรุงเวียนนา ขณะที่นักวิเคราะห์ระบุว่า หากสมาชิกโอเปกเห็นพ้องกันเกี่ยวกับการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปอีก 9 เดือนจนถึงสิ้นปีหน้า จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในไตรมาสแรกของปีหน้า ก็จะส่งผลให้ตลาดเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันราว 830,000 บาร์เรล/วันในปีหน้า เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะขาดแคลน 310,000 บาร์เรล/วัน

นอกจากนี้ การที่สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงยังช่วยหนุนให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.28% สู่ระดับ 93.671 ในช่วงท้ายของการซื้อขาย

ทางด้านเบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันของเบเกอร์ฮิวจ์ยังคงอยู่ที่ระดับ 738 แท่นเหมือนเช่นสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

นายสุขทัศน์ ต่างวิริยะกุล คณะทำงานโครงการจัดตั้งตลาดกลางน้ำยางสด การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เผยตัวแทนบริษัท Einhorn จำกัด ผู้ผลิตถุงยางอนามัยจากประเทศเยอรมนี ได้มาหารือกับ กยท.เขตภาคใต้ตอนล่าง ในการนำผลผลิตน้ำยางสดของเกษตรกรส่งตรงถึงผู้ใช้ในยุโรป พร้อมหาแนวทางการพัฒนาตลาดน้ำยางสดร่วมกัน ณ ตลาดกลางยางพารา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

 

ทั้งนี้ กยท.ได้ส่งเสริมและขับเคลื่อนให้สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางที่ดำเนินธุรกิจรวบรวมผลผลิตน้ำยางสดร่วมกันขายผลผลิต ณ ศูนย์รวบรวมน้ำยางสด ตลาดกลางน้ำยางสด โดยมี กยท.เป็นองค์กรหลักในการดูแลและบริหารจัดการปริมาณ คุณภาพ และการเจรจาต่อรองราคาให้เกิดความเป็นธรรม

สำหรับตลาดถุงยางอนามัยในประเทศมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยประมาณ 10% ต่อปี คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจปีละหลายร้อยล้านบาท ขณะที่ไทยส่งออกถุงยางอนามัยไปเกือบ 70 ประเทศทั่วโลก โดยตลาดถุงยางอนามัยในประเทศแถบยุโรปมีความสนใจเกี่ยวกับการผลิตถุงยางอนามัยที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ 100% เพื่อรณรงค์การรักษาสิ่งแวดล้อม ตลาดถุงยางอนามัยในแถบยุโรปจึงมองหาประเทศที่ส่งออกวัตถุดิบประเภทน้ำยางพาราอินทรีย์เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภค

นายศตวรรษ จันทร์ทอง ตัวแทนสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางในโครงการตลาดกลางน้ำยางสด กล่าวว่า หลังจาก กยท.เข้ามาช่วยเกษตรกรทำให้ราคายางแผ่นกับน้ำยางสดต่างกันไม่ถึง 2 บาท จากก่อนหน้านี้ที่ต่างกันมากกว่า 10 บาท ส่งผลดีต่อเกษตรกรเป็นอย่างมาก ส่วนการพบกับบริษัทผู้ใช้ยางตัวจริงที่ได้หารือกันในเบื้องต้นเป็นไปในทิศทางที่ดี ซึ่งมีการยื่นข้อเสนอในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน โดยทางสถาบันเกษตรกรคาดว่าจะได้ส่วนต่างเพิ่มจากราคาปกติ 5 บาท และบริษัทได้กำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการกำหนดมาตรฐาน ซึ่งจะมีการนัดสรุปผลกันอีกครั้งหนึ่งในเร็วๆ นี้

ด้าน Ms.Katleen Schneider ตัวแทนบริษัท Einhorn เปิดเผยว่า Einhorn เป็นบริษัทผลิตถุงยางอนามัยจากประเทศเยอรมนี มีฐานการผลิตอยู่ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งจากกระแสการตื่นตัวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในสหภาพยุโรป ทำให้บริษัทมองหาแหล่งวัตถุดิบที่เป็นยางพาราอินทรีย์ และเห็นว่าไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกยางอันดับต้นของโลก จึงได้ประสาน กยท.ในการหารือร่วมกับสถาบันเกษตรกรผู้ผลิตยางโดยตรง เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่ตรงต่อความต้องการ รวมถึงเป็นการจับมือกันในฐานะประเทศผู้ส่งออกถุงยางอนามัยเช่นเดียวกัน เพื่อพัฒนาตลาด และเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคอย่างทั่วถึง

 
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเปิดเผยว่า ยอดการลงทุนในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขยายตัว 7.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี ในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งลดลงจากระดับ 8.1% ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีนี้
 

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 68.3% ของการลงทุนทั้งหมดในภาคดังกล่าวนั้น เพิ่มขึ้น 9.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี

ขณะที่ยอดขายอสังหาฯในพื้นที่ราบ เพิ่มขึ้น 8.2% แต่ลดลง 2.1% จากระดับเดือนม.ค.-ก.ย.

ในช่วงสิ้นเดือนต.ค.นั้น โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่สามารถจำหน่ายได้ อยู่ที่ 602.58 ล้านตารางเมตร ซึ่งลดลง 8.82 ล้านตารางเมตร จากระดับเดือนก่อนหน้านี้

ทางการจีนได้ดำเนินมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อควบคุมการเก็งกำไรในอสังหาริมทรัพย์ปีนี้ ภายหลังจากที่ราคาที่อยู่อาศัยดีดตัวขึ้นจนทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะฟองสบู่สินทรัพย์ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ

ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นของรัฐบาลได้ขยายมาตรการควบคุมการซื้อบ้าน และยังเพิ่มเงินดาวน์ขั้นต่ำสำหรับการจำนอง

นอกจากนี้ ตลาดอสังหาฯยังชะลอตัวลงจากปัจจัยของสภาพคล่องที่ค่อนข้างจะตึงตัว ในขณะที่รัฐบาลได้ควบคุมการค้ำประกันและความเสี่ยงในระบบการเงิน

 

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) ของอังกฤษในปี 2560 ลงสู่ระดับ 1.7% จากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า GDP จะขยายตัว 2%

ตัวเลขคาดการณ์ GDP ของอังกฤษนั้น สวนทางกับที่ IMF ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ของกลุ่มประเทศยุโรปโดยรวม สู่ระดับ 2.4% ในปี 2560 จากตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 1.9%

 

นายจอร์จ เดเครสซิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายยุโรปของ IMF เปิดเผยกับสำนักข่าวซินหัวว่า ปัจจัยสำคัญที่ฉุดเศรษฐกิจของอังกฤษคือ ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลสรุปของกระบวนการ Brexit ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่เดือนมี.ค.ที่ผ่านมา โดยมีนายกรัฐมนตรี เทเรซา เมย์เป็นผู้นำ

อย่างไรก็ดี นายเดเครสซินมองว่า ภาพรวมเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหภาพยุโรปและยูโรโซนถือเป็นข่าวดีสำหรับเศรษฐกิจของอังกฤษ โดยสหภาพยุโรปเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของอังกฤษ เนื่องจากสินค้าส่งออก 43% จะถูกส่งไปที่สหภาพยุโรป ดังนั้น เศรษฐกิจที่ดีขึ้นของสหภาพยุโรปและยูโรโซนนั้น จะส่งผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของอังกฤษเช่นกัน

 

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในเดือนต.ค. ปรับตัวขึ้น 5% เทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 6.012 หมื่นล้านหยวน

ส่วน FDI ในช่วงเดือนม.ค.-ต.ค. เพิ่มขึ้น 1.9% เทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 6.787 แสนล้านหยวน

 
 

สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3 ขยายตัวที่ระดับ 0.8% จากไตรมาส 2 ที่มีการขยายตัว 0.6% และดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 0.6% โดยปัจจัยที่ทำให้ GDP ไตรมาส 3 ขยายตัวได้ดีขึ้นนั้น มาจากความแข็งแกร่งของยอดส่งออกและการลงทุน

หากเทียบเป็นรายปี GDP ไตรมาส 3 ของเยอรมนี ขยายตัว 2.3% ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์

 
 

นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า การที่เฟดทำการชี้นำทิศทางนโยบายในอนาคตนั้น เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ แต่ก็ควรดำเนินการอย่างมีเงื่อนไข โดยขึ้นอยู่กับการปรับตัวของเศรษฐกิจในขณะนั้น

"การชี้นำนโยบายของเฟดควรทำอย่างมีเงื่อนไข และเกี่ยวข้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจ" นางเยลเลนกล่าว

ทั้งนี้ นางเยลเลนขึ้นกล่าวในเวทีเสวนาในวันนี้ ซึ่งจัดโดยธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี ภายใต้หัวข้อ "Communication challenges for policy effectiveness, accountability and reputation" ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมการเสวนา ได้แก่ นางเยลเลนในฐานะประธานเฟด นายมาริโอ ดรากี ประธาน ECB นายมาร์ค คาร์นีย์ ประธานธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)

 
 

นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวยอมรับว่า ปัจจัยหนึ่งที่ท้าทายเฟดก็คือ การที่เฟดมีสมาชิกคณะกรรมการจำนวนมาก ซึ่งอาจสร้างความสับสนต่อสาธารณชน ขณะที่ทำการสื่อสารด้านนโยบาย

"เรามีสมาชิกคณะกรรมการเฟดมากถึง 19 คน และเราก็ใช้ระบบประชาธิปไตยสำหรับการดำเนินนโยบายการเงิน ซึ่งระบบดังกล่าวได้เริ่มขึ้นจากประธานเฟดคนก่อนๆ" นางเยลเลนกล่าว

 

นอกจากนี้ นางเยลเลนยังกล่าวว่า การที่เฟดทำการชี้นำทิศทางนโยบายในอนาคตนั้น เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ แต่ก็ควรดำเนินการอย่างมีเงื่อนไข โดยขึ้นอยู่กับการปรับตัวของเศรษฐกิจในขณะนั้น

"การชี้นำนโยบายของเฟดควรทำอย่างมีเงื่อนไข และเกี่ยวข้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจ" นางเยลเลนกล่าว

ทั้งนี้ นางเยลเลนขึ้นกล่าวในเวทีเสวนาในวันนี้ ซึ่งจัดโดยธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี ภายใต้หัวข้อ "Communication challenges for policy effectiveness, accountability and reputation" ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมการเสวนา ได้แก่ นางเยลเลนในฐานะประธานเฟด นายมาริโอ ดรากี ประธาน ECB นายมาร์ค คาร์นีย์ ประธานธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)

 

นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า การส่งสัญญาณชี้นำล่วงหน้าสำหรับนโยบายการเงินในอนาคตได้ประสบความสำเร็จในการผลักดันการคาดการณ์ของตลาด และขณะนี้มาตรการชี้นำล่วงหน้าดังกล่าวได้ถือเป็นเครื่องมือด้านนโยบายที่มีความสำคัญ

"มาตรการชี้นำล่วงหน้าได้กลายเป็นเครื่องมือด้านนโยบายอย่างเต็มตัว โดยประสบการณ์ที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จ และเราจะทิ้งเครื่องมือนโยบายการเงินแบบนี้ได้อย่างไร ในเมื่อได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพ" นายดรากีกล่าว

 

ทั้งนี้ นายดรากีขึ้นกล่าวในเวทีเสวนาในวันนี้ ซึ่งจัดโดย ECB ที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี ภายใต้หัวข้อ "Communication challenges for policy effectiveness, accountability and reputation" ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมการเสวนา ได้แก่ นายดรากีในฐานะประธาน ECB นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) นายมาร์ค คาร์นีย์ ประธานธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)

ทางด้านนางเยลเลนกล่าวว่า การที่เฟดทำการชี้นำทิศทางนโยบายในอนาคตนั้น เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ แต่ก็ควรดำเนินการอย่างมีเงื่อนไข โดยขึ้นอยู่กับการปรับตัวของเศรษฐกิจในขณะนั้น

"การชี้นำนโยบายของเฟดควรทำอย่างมีเงื่อนไข และเกี่ยวข้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจ" นางเยลเลนกล่าว

นอกจากนี้ นางเยลเลนยังยอมรับว่า ปัจจัยหนึ่งที่ท้าทายเฟดก็คือ การที่เฟดมีสมาชิกคณะกรรมการจำนวนมาก ซึ่งอาจสร้างความสับสนต่อสาธารณชน ขณะที่ทำการสื่อสารด้านนโยบาย

"เรามีสมาชิกคณะกรรมการเฟดมากถึง 19 คน และเราก็ใช้ระบบประชาธิปไตยสำหรับการดำเนินนโยบายการเงิน ซึ่งระบบดังกล่าวได้เริ่มขึ้นจากประธานเฟดคนก่อนๆ" นางเยลเลนกล่าว