ข่าวเด่น

Jenjira

Jenjira

BANGKOK (Reuters) - Rubber farmers in Thailand, one of the world’s biggest exporters of natural rubber, threatened on Friday to protest in the capital Bangkok if the military government does not help to prop up falling prices of the commodity.

Prices of Thai natural rubber have fallen from a peak of 179.25 baht ($5.41) per kg in 2011 to 47.75 baht on Friday. But Thai authorities said prices have similarly slumped in other major producers of the commodity.

 

Protests are rare in the junta-ruled Southeast Asian country where a ban on public gatherings has been in place since a 2014 coup.

The Natural Rubber Council of Thailand said farmers in the rubber-growing south were calling on the authorities for help.

“The price of rubber is now lower than the cost of production,” Uthai Sonlucksub, president of the council, told Reuters.

Some farmers from the south want to protest on Monday and accuse the Rubber Authority of Thailand, a government agency, of mismanagement, Uthai said. He did not give details on the kind of help the farmers want.

Thailand, along with Indonesia and Malaysia, produce nearly 70 percent of the world’s natural rubber. The three countries agreed last year to cut exports to boost market prices but their targets have not always been met.

The Thai rubber authority denied the accusations of mismanagement.

“Rubber prices are currently low in all of the major rubber producing countries. We are doing our best,” said Sunan Nuanphromsakul, the authority’s deputy governor.

Thailand’s rubber farmers are politically powerful. In 2013, hundreds of farmers staged protests around the country, blocking roads and a regional airport in the south.

 

Those demonstrations eventually turned into a bigger political movement that led to the ouster in 2014 of a civilian government led by then-Prime Minister Yingluck Shinawatra.

Thai benchmark unsmoked rubber sheet was quoted at 43.60 baht per kg on Thursday, less than half of this year’s peak reached in January.

Source : http://www.reuters.com

ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดิ่งลงสู่ระดับ 97.8 ในเดือนพ.ย. หลังจากดีดตัวแตะระดับ 100.7 ในช่วงสิ้นเดือนต.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าดัชนีจะทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนต.ค.

ดัชนีความเชื่อมั่นพุ่งขึ้นแตะ 101.1 ในวันที่ 13 ต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 13 ปี

นายริชาร์ด เคอร์ติน หัวหน้านักวิเคราะห์สำหรับการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภค กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวลง เนื่องจากผู้บริโภคมีมุมมองในเชิงลบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต และภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน จากความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และการดีดตัวขึ้นของเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเป็นการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภค 500 รายต่อภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่ ฐานะการเงินส่วนบุคคล, ภาวะเงินเฟ้อ, การว่างงาน, อัตราดอกเบี้ย และนโยบายรัฐบาล

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560)

สำนักงานปริวรรตเงินตราแห่งรัฐของจีน (SAFE) เปิดเผยในวันนี้ว่า สถาบันการเงินของจีนได้รับเม็ดเงินสุทธิจำนวน 1.23 พันล้านดอลลาร์จากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในไตรมาส 3

SAFE ระบุว่า ในช่วงไตรมาส 3 สถาบันการเงินของจีน ซึ่งรวมถึงบริษัทประกัน บริษัทหลักทรัพย์ ได้รับเม็ดเงินไหลเข้ารวม 3 พันล้านดอลลาร์จากการลงทุนของต่างประเทศ ขณะที่มีเม็ดเงินไหลออก 1.8 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้มีเม็ดเงินสุทธิจาก FDI จำนวน 1.23 พันล้านดอลลาร์

ครั้งนี้นับเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกันที่จีนมีตัวเลข FDI สุทธิเป็นบวก หลังจากที่มี FDI สุทธิจำนวน 2.1 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 ขณะที่ไตรมาส 1 จีนมีกระแสเงินทุนไหลออกสุทธิ 1.3 พันล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ธุรกิจนอกภาคการเงินของจีนมี FDI เพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบกับที่ลดลง 0.2% ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560)

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ด้านอุตสาหกรรมยางและการผลิตยาง เปิดเผยว่า กยท. สนับสนุนและส่งเสริมการใช้ยางพาราในประเทศ รวมถึงการแปรรูปยางเพิ่มมูลค่า ซึ่งการแปรรูปยางจะเป็นวิธีการแก้ปัญหาราคายางที่มีความผันผวนได้อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรมมากที่สุด

โดยที่ผ่านมา มีการดำเนินโครงการและกิจกรรมที่มุ่งเน้นไปในด้านการแปรรูปยางและนำนวัตกรรมต่าง ๆ มาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับยางพารา เช่น โครงการยางล้อประชารัฐ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ยางที่เกิดจากการบูรณาการจากองค์กร 3 ภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน และ ภาคเกษตรกร เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม ขณะนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากเกษตรกรและผู้ที่สนใจในพื้นที่ภาคต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางภาคตะวันออกที่ร่วมนำร่องโครงการยางล้อประชารัฐจังหวัดตราด ตั้งจุดจำหน่ายผู้ที่สนใจภาคตะวันออกและภาคกลาง สามารถติดต่อซื้อล้อยางได้ที่ กยท.จ.ตราด

นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมทางหลวง จะนำยางพารามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ในภารกิจของกรมทางหลวง ได้แก่ เสาหลักนำทาง แบริเอ่อร์ ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมการใช้อย่างในประเทศแล้วยังเป็นการช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ ที่สำคัญ ยังเพิ่มปริมาณการใช้ยางให้มากขึ้นด้วย รวมไปถึงในอนาคต กยท. มีแนวคิดที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรแปรรูปหมอนยางพาราภายใต้คุณภาพและมาตรฐานเดียวกัน โดยให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางที่ผลิตหมอนยางพารา เข้าร่วมโครงการเพื่อผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนด และ กยท. จะดำเนินการเร่งหาตลาดในการส่งออกผลิตภัณฑ์หมอนยางพารา ซึ่งอยู่ระหว่างการพูดคุยร่วมกับกลุ่มสหกรณ์และผู้ประกอบการกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ

“ขอบคุณความร่วมมือต่างๆ จากเกษตรกรและสถาบันเกษตรชาวสวนยาง รวมถึงข้อเสนอแนะต่างๆ กยท. พร้อมนำข้อเสนอต่างๆ ไปทบทวนและหาแนวทางแก้ปัญหา และเชื่อว่าหากมีการทำงานร่วมกันเดินไปด้วยกัน เราก็จะสามารถผ่านทุกปัญหาไปได้" นายณกรณ์ กล่าว

ด้านนายวิชระ ชื่นอารมณ์ ประธานสหกรณ์เครือข่ายยางพารา จ.ตราด กล่าวว่า สถานการณ์ราคายางตอนนี้ ทางสหกรณ์ได้ช่วยรับซื้อพยุงราคาให้เกษตรกรรายย่อยซึ่งสูงกว่าเอกชนอื่นๆ ในพื้นที่ โดยน้ำยางสดทางสหกรณ์รับซื้อที่ราคา 41 บาท/กิโลกรัม ทั้งนี้ มองว่าการแก้ปัญหาราคายางอีกวิธีที่ดี คือ การแปรรูปยางและส่งออกเป็นผลิตภัณฑ์ยางให้เพิ่มขึ้น เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยส่งออกวัตถุดิบยางถึง 87% ในขณะที่ส่งออกเป็นผลิตภัณฑ์ยางแค่ 13% จึงไม่สามารถแก้ปัญหายางในประเทศได้ในระยะยาว เมื่อเกษตรกรสามารถแปรรูปและมีรายได้จากผลิตภัณฑ์แทนการขายแต่วัตถุดิบเพียงอย่างเดียวก็จะสามารถพึ่งพาตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งราคายางเพียงอย่างเดียว อีกทั้ง ยังเป็นการช่วยเหลือด้านราคายางในระยะยาว ซึ่งจะยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

นายเกรียงไกร เทพินทร์ ประธานสหกรณ์ยางพาราเนินดินแดงตราด กล่าวว่า สถานการณ์ในช่วงราคายางผันผวน เกิดขึ้นตามกลไกการตลาด จะต้องส่งเสริมการเพิ่มมูลค่ายางพาราโดยแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยางต่างๆ ใช้ในประเทศและส่งออกขายต่างประเทศ ไม่หยุดแค่วัตถุดิบยางเท่านั้น ขณะนี้ทางสหกรณ์ก็ได้แปรรูปวัตถุดิบยางที่รับซื้อเป็นหมอนยางพารา ซึ่งการทำหมอนยางพาราจะเป็นการช่วยเหลือสมาชิกของสหกรณ์ นอกจาก การรับซื้อน้ำยางแล้ว ยังให้กลุ่มแม่บ้านชาวสวนยางตัดเย็บปลอกหมอนเพื่อส่งขายพร้อมหมอนยางพาราด้วย

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560)

Bloomberg. The skyscraper headquarter offices of the European Central Bank () stand beside the River Main as commercial and residential property sits on the city skyline in Frankfurt, , on Thursday, Feb. 2, 2017.

(Bloomberg) — With the euro-area economy in the best shape in almost 20 years, now is the time to prepare for future slumps, according to European Central Bank policy maker Benoit Coeure.

The region’s expansion is proving increasingly balanced and robust, much like its upturn in 1999, the ECB Executive Board member said on Thursday. But while current monetary stimulus will continue as long as necessary, the success must also be nurtured by structural reforms that will better equip the region for the next shock, he said.

“This recovery is carried in no small part by monetary policy and the exchange rate and equally by low commodity prices,” Coeure said in Lyon, . “These are factors that won’t last forever. And if we accept this, the states of the euro zone will find themselves unarmed when the next crisis arrives.”

The ECB has spent years pumping cash into the economy to revive inflation and growth, and last month pledged to keep doing so until at least September 2018, albeit at a slower pace. Yet the debate over when the central bank should step back is gaining intensity.

While Coeure was referring to the broad character of the economy, a European Commission report on Thursday highlighted how output growth is proving stronger than anticipated. The commission raised its forecasts to show gross domestic product expanding 2.2 percent this year, up from its May prediction of 1.7 percent. That would be the highest pace in a decade

Read more: Euro-Area Growth Forecast Lifted Again as U.K. Outlook Dims

“Euro-area growth will be sustained in the next two years thanks to strong investment and thanks to increased convergence among countries,” Governing Council member Francois Villeroy de Galhau, the French governor, said on Thursday in Brussels. “This forecast, including a positive but still subdued inflation, confirms the adequacy of the gradual normalization of our monetary policy we are engaged in.”

Inflationary Signs

Irish governor Philip Lane backed that position, saying  is too early for a “radical shift” in policy, though he raised the prospect that the situation could change relatively quickly.

“There are some signs that inflation is snapping back. I also do not exclude that there could be surprises and that inflation might be higher in the future than we currently expect,” he said in an interview with Boersen-Zeitung. “Our monetary policy does not always have to follow such a gradual and incremental approach as it is currently the case.”

ECB policy makers decided last month to keep buying debt until consumer-price growth is back on track toward their goal of just under 2 percent, and to maintain interest rates at record lows even longer.

An expansionary monetary policy was needed as a response to the crisis, Bundesbank President Jens Weidmann told an audience in Leipzig, Germany. But the euro area is now “far away from deflation” and the current era of low rates “will have to be over at some point,” he added.

Coeure, as head of market operations one of the heavyweights in the ECB’s policy debate, was said to have advocated tying the overall stimulus — rather than just the bond-buying program — to the inflation outlook. On Thursday he said that “nothing” justifies ending the ECB’s support just yet.

New Firepower

Still, his concerns about complacency among other actors echo worries expressed by the institution’s chief economist Peter Praet, who warned a day after the last meeting that it’s difficult to imagine that the central bank would have the space to be able to combat a new shock.

“The ECB has done what it can do and will continue to do what it can do but within the constraints of a mandate that is tightly defined,” Coeure said. “We need to build up new firepower and for that we need reforms.”

His point was echoed by Weidmann, who said central bankers “can’t do more than warn” that the upswing provides an opportunity for reform that shouldn’t be wasted.

Coeure also said the ECB is monitoring the risks to financial stability, including those resulting from low interest rates, and noted concerns in some countries and asset classes such as an increase in French corporate debt.

But he said there are no signs of financial bubbles at the euro-area level, and added that when the next crisis comes, it might not be foreseeable.

“The crisis will necessarily arrive because that is how the  cycle works. We don’t know where it will come from,” he said. “It might come from , it might come from the U.S, or from within the euro zone.”

(Updates with Weidmann comments in 10th and 14th paragraphs.)

SourceInvesting.com

: The S&P and the Nasdaq were on track to post their biggest one-day percentage losses in about two weeks as doubts on whether Republican would be a able to pulloff their promised tax-cut plan weighed on the markets.

 Senate tax-cut bill, different from one already in the House of Representatives, was expected to be unveiled on Thursday, complicating the tax overhaul push by the Trump administration.

 

The S&P 500 has risen about 21 percent since the election of President Donald Trump a year ago, partly on the back of his promises to cut taxes and other business-friendly measures.

However, Republicans are yet to score a major legislative win since Trump took office in January, even though the party controls both chambers of Congress as well as the White House.

“There is continuing confusion over the possibility of tax cuts being meaningful and passing this year,” said James Abate, chief investment officer at Centre Asset Management.

“At the end of the day some version will get passed but  will be watered down. There is too much resistance from special interest groups and budget hawks and there is a fear that the tax cuts will be in name only.”

With earnings winding down and stocks still trading near record levels, investors are also looking to book profits, Abate said.

At 11:04 a.m. ET (1504 GMT), the  was down 83.82 points, or 0.36 percent, at 23,479.54, the S&P 500 was down 9.07 points, or 0.34 percent, at 2,585.31.

The  was down 33.54 points, or 0.49 percent, at 6,755.58.

Nine of the 11 major S&P sectors were lower, with the technology index’s 0.84 percent loss leading the decliners.

Technology has been the best performing S&P sector so far this year with a 37 percent rise, despite concerns of stretched valuations.

Ebay’s 4.1 percent fall weighed the most on the Nasdaq, while Microsoft’s 0.8 percent pulled the S&P lower.

Roku soared 35.4 percent after the television streaming device maker’s quarterly results and guidance beat expectations.

Kohl’s was down 3.8 percent after the department store operator’s quarterly profit missed estimates, while its upmarket rival Macy’s rose 6.6 percent after its profit came in above expectations.

Dish Network rose 5.1 percent after the satellite and internet TV provider added subscribers in the  in the third quarter and reduced the rate at which it lost existing customers.

Declining issues outnumbered advancers on the NYSE by 1,624 to 1,137. On the Nasdaq, 1,511 issues fell and 1,227 advanced.

Source : https://globalrubbermarkets.com

, U.K. – The  additives market is set to grow at a CAGR of over 5 percent during the forecast period, 2017-2021, according to the latest market report from Technavio. The market study covers the present scenario and growth prospects of the  additives market for 2017-2021. The report also lists  and non- as the two major application segments, of which the  segment accounted for 58 percent of the market share in 2016. The global automotive industry is expected to grow at a moderate pace during the forecast period. The growth in the automotive industry will increase the demand for tires, which in turn will increase the demand for rubber additives. Rubber additives are used in the manufacturing of tires as they improve resistance to sunlight, ozone, heat and mechanical stress of tires.

According to Hitesh Bhatia, a lead analyst at Technavio for additives, adhesives and sealants research, “Rising demand for rubber tires in the automotive industry will drive the growth of the rubber additives market. As the demand for  is increasing, the use of rubber additives is expected to have high demand during the forecast period. The growing population coupled with the increased spending on automobiles will drive the global rubber additives market.” In the medical and pharmaceutical industry, rubber additives have applications in injection vials, closures for infusion containers and blood collection tubes. Rubber additives are also used in plungers for applications such as infusion pumps, pre-filled syringes, insulin injectors and dental anesthetics. The automotive air-conditioning system uses rubber in the form of seals around the fittings and shafts, and in hoses. Rubber additives are also found in adhesives, which provide adhesive formulations for transparent tapes, mastic for pipe wrap tapes, hot melt pressure sensitive adhesives, vinyl floor tile adhesives and roofing adhesives. Rubber additives are also used in footballs to improve applicability and cure rates for . The increase in the use of the non-tire application for rubber additives will increase the demand for rubber additives during the forecast period. APAC is the fastest growing rubber additives market in terms of global revenue. The reasons for the growth of the rubber additives market are the rapid growth of the automobile industry and rubber manufacturing. China is the leading country in APAC owing to increasing demand for rubber in the automobiles sector and the growing population. “India and Japan are the fastest-growing countries in this region.  is expected to be the emerging market in the global rubber additives market during the forecast period. The demand for rubber additives in the region is significantly driven by the increasing demand for consumption of rubber additives in electrical insulation industries and tire manufacturing industries,” says Hitesh.

Source : https://globalrubbermarkets.com

’s  export volume in September drops and the accumulative export volume in the first nine months only increases slightly from last year, showing a stable but feeble export performance in 2017. ’s tire export is mainly relied on the mode of processing with imported feedstock. What kind of influence will the  import suffer from the slowing down tire export?

Tire Export Slows Down, NR Demand Is Weak China’s tire export volume in September drops and the accumulative export volume in the first nine months only increases slightly from last year, showing a stable but feeble tire export performance in 2017. China’s tire export is mainly relied on the mode of processing with imported feedstock. What kind of influence will the NR import suffer from the slowing down tire export? In September, the total export volume of all-steel tire and semi-steel tire is 420.10kt, down 16.42% MO-M and up 0.07% Y-O-Y. The accumulative tire export volume in the first nine months is 3,929.90kt, up 0.76% Y-O-Y. The export data in the first three quarters show that China’s tire export remains flat from last year. The export performance does not improve greatly. Meanwhile, the import volume of standard rubber in September is 144,70kt, up 7.02% M-O-M and down 2.22% Y-O-Y. The accumulative import volume of standard rubber is 1,488kt, up 17.57% Y-O-Y. Being different from the tire export, the import growth of standard rubber increases notably. China’s tire enterprises mainly produce tires with imported rubber feedstock and then export the tire products, as NR, the main rubber feedstock, is largely relied on import. Tire enterprises can also gain preferential tax policies. The chart below can show some references for the relations between NR import and tire export. Although NR import volume increases greatly, the resources mainly add the inventories at the Bonded Zone, which does not go to the downstream tire producers totally. That is influenced by the feeble tire export. Compared with the tire export performance in 2016, the tire export remains flat in the first three quarters of 2017. Foreign tire traders may stock up in end 2017. SCI predicts that the tire export may increase in Q4. Based on the above analysis, SCI believes that the flat tire export contributes insufficiently to the demand increase of NR and other rubber feedstock. Besides, although tire export may increase in end 2017, the growth may be limited. However, the analysis of NR import is mainly based on the tire export. A large proportion of imported NR goes into the market circulation. There is a lag between the NR import growth and the downstream demand growth. With no favorable bullish factors, the demand for NR will still be insufficient. The NR market may face oversupply in the future.

Source : https://globalrubbermarkets.com/

 closed unchanged amidst extremely dull volumes on Thursday. RSS-4 finished flat at ₹126.50 a kg, according to traders and the  Board. The grade quoted steady at ₹123.50by dealers.

November futures concluded at ₹126 (126.99), December at ₹125.24 (126.15), January at ₹126.25 (127.11) and February at ₹129 (128) on the . RSS-3 (spot) improved to ₹105.63 (104.92) at Bangkok.

November futures weakened to ₹108.83 (109.36) on the . Spot rubber rates (₹/kg): RSS-4: 126.50 (126.50); RSS-5: 123.50 (123.50);  20: 107 (107) and Latex (60% drc): 82.50 (82).

Source : https://globalrubbermarkets.com/

The International Rubber Consortium (IRCo), the operational arm of the  (ITRC), has announced that it expects ‘La Nina’ natural phenomenon to hit South East Asia from November 2017 – January 2018 and bring heavy rains, affecting production of natural rubber in the region.

A meeting of IRCo board of directors on 3 Nov also heard that the natural phenomenon as well as the wintering season which is set to start in the final quarter of 2017, are expected to contribute to a reduction in supply of  to the global markets.

The board, which consists of representatives from ITRC memebers Thailand,  and ,  concluded that with the current supply and demand sitution of NR, prices were “not reflective of market fundamentals”.

NR prices have declined sharply to $1.6/kg in Oct since a hike at the beginning of the year, which saw the figure rise to $2.5/kg.

In terms of demand, the IRCo meeting noted strong sentiment favouring demand for NR, including the projected world GDP growth rate of 3.6% in 2017, compared to 3.2% the year before.

Additionally, the meeting cited imporved automotive sales in major markets as another contributor to a rise in demand in the near future.

According to IRCo, the automotive markets in China,  and Japan grew year-on-year by 4.8%, 3.7% and 7.1% respectively during the first nine months of the year.

Source : https://globalrubbermarkets.com