ข่าวเด่น

Jenjira

Jenjira

นายซูเฮล อัล-มัสรู รมว.พลังงานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กล่าวว่า ผู้ผลิตน้ำมันที่อยู่นอกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) อาจเข้าร่วมเป็นสมาชิกของโอเปก ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกจำนวน 14 ชาติ

ทั้งนี้ ต่อข้อถามที่ว่า ประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปก ซึ่งให้ความร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิต จะสามารถเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการของโอเปกหรือไม่นั้น นายอัล-มัสรูกล่าวว่า "เรามีความพร้อม และมีความปรารถนาที่จะขยายโอเปกออกไป"

"เป็นเรื่องยากที่จะพยายามสร้างความสมดุลแก่ตลาดตามลำพัง ซึ่งผมคิดว่าทางกลุ่มจะยังคงจับมือกัน และอาจจะขยายตัวโดยรับสมาชิกมากขึ้น" เขากล่าว

นายอัล-มัสรูยังคาดว่า โอเปกและประเทศนอกกลุ่มโอเปก จะบรรลุข้อตกลงขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตในการประชุมสิ้นเดือนนี้

นายอัล-มัสรูกล่าวว่า "การคาดการณ์ของผมก็คือโอเปกจะยังคงดำเนินการปรับลดการผลิตต่อไปเพื่อสร้างความสมดุลในตลาด"

เขากล่าวเสริมว่า ขณะนี้ยังไม่มีสมาชิกประเทศใดแสดงการคัดค้านการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน แต่ที่ประชุมยังคงต้องพิจารณาร่วมกันเกี่ยวกับช่วงเวลาในการขยายการปรับลดการผลิต

นักลงทุนจับตาการประชุมโอเปกที่กรุงเวียนนาในวันที่ 30 พ.ย. ซึ่งจะมีการหารือกันเกี่ยวกับการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน

ซาอุดิอาระเบียและรัสเซียต่างก็สนับสนุนให้มีการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปอีก 9 เดือนจนถึงสิ้นปีหน้า จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในไตรมาสแรกของปีหน้า

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสส์ (วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560)

ทาร์เก็ต ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐ เปิดเผยว่า บริษัทมีผลประกอบการในไตรมาส 3 ดีกว่าที่คาดไว้

ทั้งนี้ ทาร์เก็ตระบุว่า บริษัทมีกำไรที่ระดับ 91 เซนต์/หุ้น ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 86 เซนต์/หุ้น

ขณะเดียวกัน บริษัทมีรายได้ที่ระดับ 1.667 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 1.661 หมื่นล้านดอลลาร์

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560)

นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เตรียมพบปะกับผู้บริหารภาคเอกชนของสหภาพยุโรป รวมทั้งประชุมร่วมกับนายเกรก คลาร์ก รัฐมนตรีธุรกิจ และนายเดวิด เดวิส รัฐมนตรีเบร็กซิท ในวันนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นที่สร้างความวิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคตด้านการค้าระหว่างอังกฤษและสหภาพยุโรป

รายงานระบุว่า ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มธุรกิจต่างๆ จะเน้นย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นในการจัดทำข้อตกลงช่วงการเปลี่ยนผ่าน ตลอดจนผลักดันให้รัฐบาลอังกฤษชี้แจ้งให้ชัดเจนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในอนาคตระหว่างอังกฤษและประเทศต่างๆใน EU

สมาพันธ์อุตสาหกรรมอังกฤษ (CBI) และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัท (IoD) รวมไปถึงองค์กรธุรกิจจากฝรั่งเศส เยอรมนี สเปน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ ไอร์แลนด์ สวีเดน โปแลนด์ และสาธารณรัฐเช็ก และเบลเยียม จะเข้าร่วมการหารือกับนายกฯอังกฤษในวันนี้

สำหรับการเจรจาเบร็กซิทรอบต่อไปมีกำหนดจัดขึ้นช่วงกลางเดือนธ.ค.ที่จะถึงนี้

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560)

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (13 พ.ย.) หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) เปิดเผยว่า การผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปกปรับตัวลดลงในเดือนต.ค. พร้อมกับคาดการณ์ว่าความต้องการน้ำมันของโอเปกจากประเทศต่างๆทั่วโลก จะปรับตัวเพิ่มขึ้นในปีหน้า

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ขยับขึ้น 2 เซนต์ หรือ 0.09% ปิดที่ 56.76 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 36 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 63.16 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ดีดตัวขึ้น หลังจากรายงานของโอเปกระบุว่า การผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปกในเดือนต.ค. ลดลง 0.46% เมื่อเทียบกับเดือนก.ย. สู่ระดับ 32.59 ล้านบาร์เรล เนื่องจากอิรัก ไนจีเรีย เวเนซุเอลา อัลจีเรีย และอิหร่าน ได้ปรับลดการผลิต

นอกจากนี้ โอเปกยังคาดการณ์ว่า ประเทศต่างๆทั่วโลกจะมีความต้องการใช้น้ำมันโอเปกในปีหน้าเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 33.42 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้น 360,000 บาร์เรล/วันจากตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้ โดยการปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวถือเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกันของโอเปก นับตั้งแต่ที่มีการประเมินครั้งแรกในเดือนก.ค.

อย่างไรก็ตาม สัญญาน้ำมันดิบ WTI ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดในแดนลบ เนื่องจากบรรยากาศการซื้อขายได้รับปัจจัยกดดันจากรายงานของเบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งระบุว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐมีจำนวนเพิ่มขึ้น 9 แท่น สู่ระดับ 738 แท่นในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 10 พ.ย. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.

นักลงทุนจับตาการประชุมโอเปกในวันที่ 30 พ.ย.นี้ที่กรุงเวียนนา ขณะที่นักวิเคราะห์ระบุว่า หากสมาชิกโอเปกเห็นพ้องกันเกี่ยวกับการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปอีก 9 เดือนจนถึงสิ้นปีหน้า จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในไตรมาสแรกของปีหน้า ก็จะส่งผลให้ตลาดเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันราว 830,000 บาร๋เรล/วันในปีหน้า เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะขาดแคลน 310,000 บาร์เรล/วัน

นักลงทุนรอดูรายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในวันพุธนี้ เวลา 22.30 น.ตามเวลาไทย

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่่ 14 พฤศจิกายน 2560)

กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ออกรายงานประจำเดือนพ.ย.ระบุว่า ประเทศต่างๆทั่วโลกจะมีความต้องการใช้น้ำมันโอเปกในปีหน้าเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 33.42 ล้านบาร์เรล/วัน โดยตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้น 360,000 บาร์เรล/วันจากตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้

การปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวถือเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกันของโอเปก นับตั้งแต่ที่มีการประเมินครั้งแรกในเดือนก.ค.

นอกจากนี้ รายงานยังคาดการณ์ว่า อุปสงค์น้ำมันจะเพิ่มขึ้น 1.51 ล้านบาร์เรล/วันในปีหน้า โดยเพิ่มขึ้น 130,000 บาร์เรล/วันจากตัวเลขคาดการณ์เดิม สู่ระดับ 98.45 ล้านดอลลาร์/บาร์เรล โดยได้แรงหนุนจากการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่ดีดตัวสู่ระดับ 3.7% ในปีหน้า โดยเพิ่มขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 3.5%

รายงานระบุว่า การประชุมโอเปกที่กรุงเวียนนาในวันที่ 30 พ.ย. หากสมาชิกเห็นพ้องกันเกี่ยวกับการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปอีก 9 เดือนจนถึงสิ้นปีหน้า จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในไตรมาสแรกของปีหน้า ก็จะส่งผลให้ตลาดเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันราว 830,000 บาร๋เรล/วันในปีหน้า เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะขาดแคลน 310,000 บาร์เรล/วัน

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560)

นายโมฮัมเหม็ด บาร์คินโด เลขาธิการกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) กล่าวว่า นักลงทุนไม่จำเป็นต้องกังวลว่าอุปสงค์น้ำมันจะแตะระดับสูงสุดก่อนปี 2583

นายบาร์คินโดกล่าวว่า ตัวเลขคาดการณ์ของโอเปกบ่งชี้ว่าอุปสงค์น้ำมันจะยังไม่แตะระดับสูงสุดในช่วงหลายทศวรรษข้างหน้า

เลขาธิการโอเปกระบุว่า ประชากรทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้มีคนจำนวนมากขึ้นที่จะมีชีวิตอยู่โดยไม่สามารถมีกระแสไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม และเครื่องทำความร้อน ซึ่งสิ่งเหล่านี้บ่งชี้ว่าอุปสงค์น้ำมันจะยังไม่พุ่งแตะระดับสูงสุดก่อนที่จะถึงปี 2583

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560)

นายซูเฮล อัล-มัสรู รมว.พลังงานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กล่าวว่า เขาคาดว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศนอกกลุ่มโอเปก จะบรรลุข้อตกลงขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตในการประชุมสิ้นเดือนนี้

นายอัล-มัสรูกล่าวว่า "การคาดการณ์ของผมก็คือโอเปกจะยังคงดำเนินการปรับลดการผลิตต่อไปเพื่อสร้างความสมดุลในตลาด"

เขากล่าวเสริมว่า ขณะนี้ยังไม่มีสมาชิกประเทศใดแสดงการคัดค้านการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน แต่ที่ประชุมยังคงต้องพิจารณาร่วมกันเกี่ยวกับช่วงเวลาในการขยายการปรับลดการผลิต

นักลงทุนจับตาการประชุมโอเปกที่กรุงเวียนนาในวันที่ 30 พ.ย. ซึ่งจะมีการหารือกันเกี่ยวกับการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน

ซาอุดิอาระเบียและรัสเซียต่างก็สนับสนุนให้มีการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปอีก 9 เดือนจนถึงสิ้นปีหน้า จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในไตรมาสแรกของปีหน้า

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560)

นายโทมัส สเตฟเฟน รมช.คลังเยอรมนี กล่าวในวันนี้ว่า เขามีความวิตกว่าอังกฤษจะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับทางสหภาพยุโรป (EU) เกี่ยวกับการการแยกตัวออกจาก EU (Brexit)

นายสเตฟเฟนกล่าวว่า "เราควรเตรียมพร้อมรับมือสำหรับกรณีที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นในเดือนมี.ค.2562 ซึ่งขณะนี้ผมมองไม่เห็นความคืบหน้าในการเจรจา" นายสเตฟเฟนกล่าว

ทั้งนี้ ผู้นำ EU มีกำหนดจัดการประชุมสุดยอดในวันที่ 14-15 ธ.ค. เพื่อพิจารณาดูว่ามีความคืบหน้าในการเจรจาเพียงพอที่จะยกระดับการเจรจาไปสู่ประเด็นความสัมพันธ์ทางการค้ากับอังกฤษหรือไม่ ซึ่งผู้นำ EU ระบุว่าจะต้องมีความคืบหน้าในการเจรจาใน 3 ประเด็น ก่อนที่จะมีการเจรจาประเด็นความสัมพันธ์ทางการค้ากับอังกฤษ

นายมิเชล บาร์นิเยร์ หัวหน้าคณะเจรจาของฝ่าย EU กล่าวว่า อังกฤษควรประกาศจุดยืนที่ชัดเจนใน 3 ประเด็นหลักภายในเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งได้แก่ วงเงินที่อังกฤษจะจ่ายให้แก่ EU ก่อนที่จะแยกตัวอย่างเป็นทางการ, ปัญหาเรื่องชายแดนของไอร์แลนด์ และประเด็นสิทธิพลเมืองของ EU ในอังกฤษ

"มีแต่เพียงผลลัพธ์จากการเจรจาที่มีความจริงใจใน 3 ประเด็นดังกล่าวเท่านั้น ที่จะช่วยให้การเจรจาคืบหน้าเข้าสู่ช่วงที่ 2" เขากล่าว

ทางด้านนายอันโตนิโอ ทาจานี ประธานรัฐสภายุโรป กล่าวว่า อังกฤษควรจ่ายเงินอย่างน้อย 6 หมื่นล้านยูโร (7 หมื่นล้านดอลลาร์) สำหรับการแยกตัวออกจาก EU เพื่อปฏิบัติตามภาระผูกพันทางการเงิน

"ถ้า EU ยอมรับวงเงินที่ต่ำกว่านี้ ประชากรของยุโรปก็จะต้องจ่ายส่วนต่างที่เหลือ แต่ทำไมเราต้องให้ชาวเยอรมัน อิตาเลียน สเปน หรือดัชท์ต้องมาจ่ายเงินในส่วนของอังกฤษ" นายทาจานีกล่าว

ทั้งนี้ ประเด็นการจ่ายเงินค่า Brexit ดังกล่าว ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดที่ขัดขวางการเจรจาระหว่างอังกฤษและ EU ก่อนที่อังกฤษมีกำหนดต้องแยกตัวออกจาก EU ในเดือนมี.ค.2562

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560)

ธนาคารกลางจีนเปิดเผยว่า ยอดการปล่อยสินเชื่อใหม่ในสกุลเงินหยวนพุ่งแตะระดับ 6.632 แสนล้านหยวน (1 แสนล้านดอลลาร์) ในเดือนต.ค. โดยเพิ่มขึ้น 1.19 หมื่นล้านหยวนเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว

ส่วนปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบ M2 ซึ่งครอบคลุมเงินสดหมุนเวียนและเงินฝากทุกประเภท ปรับตัวขึ้น 8.8% ในช่วงสิ้นเดือนต.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่ขยายตัว 9.2% ในเดือนก.ย.

ทางด้านปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบ M1 ซึ่งครอบคลุมกระแสเงินสดหมุนเวียนและเงินฝากเผื่อเรียก (demand deposits) ปรับตัวขึ้น 13% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 52.6 ล้านล้านหยวน หลังจากปรับตัวขึ้น 14% ในเดือนก.ย.

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560)

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า อัตราการใช้กำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมพุ่งแตะระดับ 76.6% ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี

ทั้งนี้ อัตราการใช้กำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมแตะระดับ 76.8% ในไตรมาส 3 โดยทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 และเพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ผลการสำรวจ 41 กลุ่มอุตสาหกรรม พบว่า 39 กลุ่มมีอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ขณะที่กลุ่มผลิตเครื่องมืออุตสาหกรรมมีอัตราการใช้กำลังการผลิตพุ่งแตะระดับ 79.1% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในไตรมาส 3

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560)