Jenjira

Jenjira

Ifo ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคบริการของเยอรมนีปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 110.5 ในเดือนส.ค. จากระดับ 109.8 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง เนื่องจากมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นเกี่ยวกับการคาดการณ์แนวโน้มทางธุรกิจ

ขณะที่การประเมินสถานการณ์ทางธุรกิจในปัจจุบัน แม้จะปรับตัวลดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ดี

รายงานระบุด้วยว่า ผู้ให้บริการหลายรายกำลังวางแผนที่จะขึ้นค่าบริการในช่วงไม่กี่เดือนจากนี้

ทั้งนี้ Ifo เป็นสถาบันวิจัยชั้นนำแห่งหนึ่งของยุโรป โดยผลสำรวจความเชื่อมั่นดังกล่าวได้จากการสำรวจบริษัทในภาคธุรกิจบริการประมาณ 2,500 แห่งในแต่ละเดือน

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 28 สิงหาคม 2560)

ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของกาตาร์ลงหนึ่งขั้นสู่ระดับ AA- โดยให้แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ เนื่องจากพิจารณาเห็นว่า การเจรจาไกล่เกลี่ยความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านอาหรับแทบไม่มีความคืบหน้า

บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศระบุในแถลงการณ์ที่มีการเผยแพร่ในวันนี้ว่า แม้นานาประเทศยังคงพยายามเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างกาตาร์กับกลุ่มชาติอาหรับ แต่การดำเนินการดังกล่าวมีความคืบหน้าน้อยมาก "ในมุมมองของเรา ความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างกาตาร์และประเทศที่คว่ำบาตรกาตาร์นั้นยังคงห่างไกล" โดยอันดับความน่าเชื่อถือล่าสุดของกาตาร์อยู่ในระดับเดียวกับเบลเยียมและเกาหลีใต้ และสอดคล้องกับมูดี้ส์และ S&P ที่จัดอันดับความน่าเชื่อถือของกาตาร์ในระดับเดียวกัน พร้อมทั้งให้แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบเช่นกัน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน และอียิปต์ ได้ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ โดยกล่าวหากาตาร์ว่าให้การสนับสนุนการก่อการร้าย ส่งผลให้บรรดาบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศประกาศเครดิตพินิจเชิงลบต่ออันดับความน่าเชื่อถือของกาตาร์ เนื่องจากความกังวลที่ว่าการตัดสัมพันธ์ทางการทูตดังกล่าว รวมถึงการคว่ำบาตร จะทำให้สถานะทางการเงินของกาตาร์อ่อนแอลง

ฟิทช์ระบุในแถลงการณ์ว่า รัฐบาลกาตาร์อาจลดการใช้จ่ายด้านทุนเกี่ยวกับโครงการทางเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน หากการคว่ำบาตรสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศรุนแรงขึ้น

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 28 สิงหาคม 2560)

ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้สั่งปรับธนาคารเพอร์มาเนนท์ ทีเอสบี ซึ่งเป็นธนาคารสัญชาติไอร์แลนด์ วงเงิน 2.5 ล้านยูโร เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการตามข้อกำหนดเรื่องสภาพคล่องของ ECB ได้ นับเป็นครั้งแรกที่ ECB ได้ลงโทษธนาคารในรูปแบบดังกล่าว นับตั้งแต่ที่ได้เข้ามาดูแลธนาคารเมื่อปี 2557

ทั้งนี้ ธนาคารดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการตามเงื่อนไขของ ECB ได้จำนวน 2 ครั้ง ในช่วงเดือนต.ค. 2558 และเมษายน 2559

ที่ผ่านมา ECB คาดหวังว่า ธนาคารต่างๆจะมีสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงเพียงพอ เพื่อที่จะรองรับส่วนต่างของกระแสเงินเข้าและออกในรูปแบบของเงินสดในช่วงระยะเวลากว่า 30 วัน

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 28 สิงหาคม 2560)

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งในเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 6.012 แสนล้านดอลลาร์ หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนมิ.ย.

สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนก.ค.เพิ่มขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% ขณะที่ตัวเลขเดือนมิ.ย.ถูกปรับทบทวนลงจากรายงานก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าเพิ่มขึ้น 0.7%

ส่วนสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าปลีกเดือนก.ค. ลดลง 0.2% หลังจากที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนมิ.ย.

ทั้งนี้ โดยปกติแล้ว การที่ภาคธุรกิจเพิ่มสต็อกสินค้าคงคลังจะถือเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจ เนื่องจากสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้นจะมีส่วนสนับสนุนการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 28 สิงหาคม 2560)

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยในวันนี้ว่า สหรัฐมีตัวเลขขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น 1.78% สู่ระดับ 6.51 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค. เนื่องจากการส่งออกลดลงมากกว่าการนำเข้า

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐจะขาดดุลการค้า 6.46 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค. โดยถึงแม้ยอดขาดดุลจะขยายตัวขึ้น แต่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าการค้าจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในไตรมาสสาม เนื่องจากการส่งออกของสหรัฐกำลังได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง

ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการค้าประจำเดือนก.ค.ทั้งหมดในสัปดาห์หน้า

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 28 สิงหาคม 2560)

กระทรวงต่างประเทศฝรั่งเศสได้เรียกร้องให้อังกฤษชี้แจ้งจุดยืนของประเทศที่มีต่อประเด็นอ่อนไหวในการเจรจาต่อรองเรื่องที่อังกฤษถอนตัวจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (Brexit)

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า โฆษกกระทรวงต่างประเทศกล่าวในการแถลงข่าวว่า การหารือเรื่องความสัมพันธ์ในอนาคตระหว่างสหภาพยุโรป (EU) และอังกฤษ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการเดินหน้าให้เกิดความก้าวหน้าอย่างเพียงในช่วงเริ่มต้นของการเจรจาต่อรอง

โฆษกกล่าวต่อไปว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับอังกฤษที่จะเดินหน้าในประเด็นที่มีความอ่อนไหว ได้แก่ สิทธิของพลเรือน ชายแดน กฎเกณฑ์ด้านการเงิน

ทั้งนี้ ฝรั่งเศสต้องการเห็นความชัดเจนที่แท้จริงของจุดยืนของอังกฤษในประเด็นเหล่านี้ในระหว่างการเจรจาเรื่อง Brexit ระหว่างอังกฤษและ EU รอบที่ 3 ซึ่งเปิดฉากขึ้นแล้วในวันนี้ที่กรุงบรัสเซลส์

โฆษกเน้นย้ำด้วยว่า มีผู้แทนเจรจาในฝั่ง EU เพียงฝ่ายเดียว โดยประเทศสมาชิกทั้ง 27 ประเทศได้เห็นพ้องเรื่องหลักการที่เรียบง่ายในการปกป้องผลประโยชน์และความเป็นปึกแผ่นของชาวยุโรป ซึ่งรวมถึงองค์กรในการเจรจาต่อรองในระยะต่างๆ

ก่อนหน้านี้ สื่อรายงานว่า ฝรั่งเศสต้องการที่จะเริ่มการเจรจาต่อรองด้านการค้ากับอังกฤษอย่างเร็วที่สุดในเดือนหน้า แต่ EU เตือนว่า ระยะเวลาดังกล่าวอาจจะต้องล่าช้าออกไป หากยังไม่สามารถตกลงกันได้ในประเด็นที่สำคัญๆ

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 28 สิงหาคม 2560)

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส เปิดเผยว่า ดัชนีภาคการผลิตขยับตัวลงสู่ระดับ 20.3  ในเดือนส.ค. จากระดับ 22.8 ในเดือนก.ค.

นอกจากนี้ ดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจทั่วไปปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 17 ทั้งนี้ ดัชนีที่มีค่าเป็นบวกบ่งชี้ว่าภาคการผลิตอยู่ในภาวะขยายตัว และหากมีค่าเป็นลบบ่งชี้ภาวะหดตัว

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 28 สิงหาคม 2560)

นายมิเชล บาร์นิเยร์ ตัวแทนเจรจาฝ่ายสหภาพยุโรป (EU) ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความคืบหน้าของการเจรจาต่อรองเรื่องการที่อังกฤษถอนตัวจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (Brexit) ในขณะที่การเจรจารอบที่ 3 ได้เปิดฉากขึ้นในวันนี้

ผู้แทนเจรจาของ EU เตือนว่า อังกฤษจะต้องกำจัดความคลุมเครือ และผลักดันให้แต่ละประเด็นมีความคืบหน้า ก่อนที่จะมีการเจรจาเรื่องความสัมพันธ์ในอนาคตระหว่างอังกฤษและ EU

โดยประเด็นหลักที่ต้องการให้มีการผลักดัน ได้แก่ สิทธิของชาว EU ในอังกฤษ และสิทธิของชาวอังกฤษใน EU ภายหลัง Brexit

นอกจากนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายยังมองด้วยว่า การเจรจาในสัปดาห์นี้อาจจะยังไม่มีแนวโน้มว่า จะคืบหน้าในประเด็นใดๆ

ทั้งนี้ นายเดวิด เดวิส รัฐมนตรีฝ่ายกิจการ Brexit ของอังกฤษ ได้เข้าร่วมการประชุมเรื่อง Brexit ที่กรุงบรัสเซลส์กับในวันนี้ โดยประเด็นที่เจ้าหน้าที่ระดับคณะทำงานคาดว่า จะได้มีการหารือในการประชุม ได้แก่ รายละเอียดของข้อเสนอของทั้ง 2 ฝ่าย

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 28 สิงหาคม 2560)

สถานีโทรทัศน์ NHK ของญี่ปุ่นรายงานว่า เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธหลายลูกในช่วงเช้านี้ โดยคาดว่าขีปนาวุธได้ตกลงที่บริเวณนอกชายฝั่งเกาะฮอกไกโดของญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ขีปนาวุธดังกล่าวร่อนอยู่บนอากาศเป็นระยะทางประมาณ 2,700 กิโลเมตร ข้ามหมู่เกาะของญี่ปุ่น ก่อนที่จะตกลงบริเวณนอกชายฝั่งเกาะฮอกไกโดของญี่ปุ่น ในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยการยิงขีปนาวุธครั้งนี้มีขึ้นเมื่อเวลา 05.58 น.ตามเวลากรุงโตเกียว

ทางด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐ หรือเพนตากอน ยืนยันว่า เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธในช่วงเช้า โดยขีปนาวุธได้ถูกยิงข้ามเขตแดนของประเทศญี่ปุ่น

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 29 สิงหาคม 2560)

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (28 ส.ค.) เนื่องจากความรุนแรงของพายุเฮอร์ริเคน "ฮาร์วีย์" ได้ส่งผลให้โรงกลั่นหลายแห่งในรัฐเท็กซัสต้องปิดดำเนินงาน และส่งผลกระทบต่อการผลิตเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นเหตุให้น้ำมันดิบที่รอเข้าสู่กระบวนการกลั่นเป็นเชื้อเพลิงนั้น มีปริมาณสูงขึ้น

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 1.30 ดอลลาร์ หรือ 2.7% ปิดที่ 46.57 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 52 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 51.89 ดอลลาร์/บาร์เรล

โรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งในเมืองฮุสตัน รัฐเท็กซัส ต้องปิดการดำเนินงานเนื่องจากพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ รวมถึงบริษัทเอ็กซอน โมบิล ที่ได้ประกาศปิดโรงกลั่นเบย์ทาวน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ และมีกำลังการกลั่นน้ำมันดิบในปริมาณสูงถึง 584,000 บาร์เรลต่อวัน ขณะที่บริษัทรอยัล ดัชท์ เชลล์ ได้ประกาศปิดโรงกลั่นเดียร์พาร์ค ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองฮุสตัน โดยโรงกลั่นแห่งนี้มีกำลังการกลั่น 285,000 บาร์เรล/วัน

ทั้งนี้ การปิดโรงกลั่นของบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่นั้น ส่งผลให้น้ำมันดิบที่รอเข้าสู่กระบวนการกลั่นเป็นเชื้อเพลิงนั้น มีปริมาณสูงขึ้น ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่า ภาวะอุปทานน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ อาจฉุดราคาน้ำมันดิบร่วงลงอีก

นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ของสหรัฐ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในเวลา 19.30 น.ตามเวลาไทยในวันพุธนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตารายงานผลสำรวจแท่นขุดเจาะน้ำมันของบริษัทเบเกอร์ ฮิวจ์ ในสัปดาห์นี้ หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เบเกอร์ ฮิวจ์ ระบุว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันที่มีการใช้งานในสหรัฐ ลดลง 4 แท่น สู่ระดับ 759 แท่น

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 29 สิงหาคม 2560)