ข่าวเด่น

ศก.ไทยฟื้นช้า -ส่งออกโคม่ากสิกรฯ เล็งหดจีดีพี มิ.ย. นี้ 'อุ๋ย' แนะอัดฉีดเงินกระตุ้น (08/04/2559)

ศูนย์ วิจัยกสิกรฯ มองเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวช้า ส่งออกน่าห่วง ส่อติดลบ จับตาปัจจัยเสี่ยงใน-นอกประเทศ ก่อนหั่นจีดีพีในเดือน มิ.ย.นี้ต่ำกว่า 3% ด้าน "ปรีดิยาธร" หวังรัฐอัดฉีดเงินกระตุ้น ศก.เร่งด่วน

นาย เชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ในเดือน มิ.ย.นี้ ศูนย์ฯ เตรียมปรับลดประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจไทยลง จากเดิมที่คาดว่าจะขยายได้ 3% และการส่งออกอยู่ที่ 0% จากคาดการณ์เดิมขยายตัว 2% เนื่อง จากยังมีปัจจัยที่เข้ามากดดันภาพรวมเศรษฐกิจ ทั้งปัญหาภัยแล้ง ที่ส่งผลกระทบต่อเนื่อง ต่อรายได้เกษตรกร ซึ่งจะมีผลต่อการบริโภคภายในประเทศ และการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีน ที่ยังกดดันให้ระยะข้างหน้าภาคการส่งออกของไทยจะยังไม่ฟื้นตัว

"ความ กังวลเรื่องภัยแล้ง จะเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ทำให้การบริโภคภาคครัวเรือนและการลงทุนภาคเอกชน ชะลอตัวลง ดังนั้น หากพิจารณา ตามข้อมูลทั้งหมด จะพบว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยปีนี้ยังคล้ายกับปีก่อน โดยแรงขับเคลื่อนหลักจะยังมาจากการลงทุนของภาครัฐและการท่องเที่ยว โดยศูนย์ฯ ขอติดตามสถานการณ์ด้านต่างๆ อีก 3-4 เดือนจากนี้ ก่อนจะมีการปรับประมาณการใหม่อีกครั้ง โดยยอมรับว่าการส่งออกมีโอกาสขยายตัวติดลบ" นายเชาว์กล่าว

นาง พิมลวรรณ มหัจฉริยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีแรก ขยายตัวเฉลี่ย 2.8% โดยยังเป็นการฟื้นตัวอย่างช้าๆ โดยปัจจัยถ่วงหลักมาจากความอ่อนแอของกำลังซื้อในภาคครัวเรือน การส่งออกที่หดตัวลงจากปัจจัยลบเรื่องเศรษฐกิจโลก ส่วนครึ่งปีหลังคาดว่าจะขยายตัวที่ 3.3% จากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานน่าจะมีความคืบหน้ามากขึ้น

โดย ศูนย์ฯ คาดการณ์ว่าปัจจัยเรื่องงบกลางปีของรัฐบาล และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ดี จะส่งผลดีต่อตัวเลขจีดีพีปีนี้ 0.9-1.1% ขณะที่ปัญหาภัยแล้งและรายได้เกษตรที่ลดลง การส่งออกที่โตต่ำกว่าคาด และการลงทุนภาคเอกชนที่เติบโตช้า จะมีผลกระทบต่อตัวเลขจีดีพี 0.9-1.2%

ด้าน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวในงานเสวนา Crisis Management and opportunity Beyound 2016 จัดโดยสภา ผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ว่า จากสถานการณ์การส่งออกของไทยที่มีติดลบมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาพรวมการส่งออกทั้งโลกยังติด ลบอย่างต่อเนื่อง และมีความเป็นห่วงว่าในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ถ้าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังผันผวนอยู่ คาดว่าจะส่งผลถึงภาพรวมการส่งออกทั้งโลก รวมไปถึงเศรษฐกิจของไทยด้วย

อย่าง ไรก็ตาม คาดหวังว่าภาครัฐจะนำเงินมาใช้เพื่อการพัฒนาประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากที่ผ่านมาภาครัฐได้มีการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจในส่วนที่เร่งด่วนให้มากที่สุด.

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ (วันที่ 8 เมษายน 2559)

Rate this item
(0 votes)
Super User

ผู้ดูแลระบบ