ข่าวเด่น

รัฐบาลมาเลเซียจะยังไม่กำหนดราคายางขั้นต่ำ (07/04/2559)

กรุงกัวลาลัมเปอร์ – Datuk Seri Douglas Uggah Embas รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมการเพาะปลูกและสินค้าโภคภัณฑ์ของมาเลเซีย กล่าวว่า รัฐบาลมาเลเซียจะไม่กำหนดราคายางขั้นต่ำเนื่องจากจะต้องมีแหล่งเงินทุนขนาด ใหญ่เพื่อสนับสนุนมาตรการนี้
“การกำหนดราคายางขั้นต่ำจะทำให้มีการเก็งกำไรขึ้น” ข้อความนี้เป็นการตอบคำถามของ Datuk Wira Othman Abdul ที่ขอให้รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมฯ ระบุถึงสาเหตุที่รัฐบาลยังไม่กำหนดราคายางขั้นต่ำ รวมถึงการดำเนินการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยางที่กำลังประสบ ปัญหาราคายางตกต่ำ
รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมฯ กล่าวว่า ทางภาครัฐมีความวิตกเกี่ยวกับราคายางที่กำลังตกต่ำและส่งผลกระทบต่อเกษตรกร ผู้ปลูกยางรายย่อยในประเทศกว่า 300,000 ราย และกล่าวว่าทางกระทรวงอุตสาหกรรมฯ มีมาตรการที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบดังกล่าวอยู่แล้ว ซึ่งได้ออกมาตรการจูงใจในการผลิตยาง (IPG) ตั้งแต่เดือนมกราคม 2558 โดยการจัดสรรเงินทุนสำหรับโครงการจำนวน 200 ล้านริงกิต  จนทำให้ราคายางเกรด SMR20 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 5.50 ริงกิตต่อกิโลกรัม จากเดิมซึ่งอยู่ที่ 5.10 ริงกิตต่อกิโลกรัม และราคายางก้อนถ้วยเพิ่มขึ้นเป็น 2.20 ริงกิตต่อกิโลกรัม จากเดิมอยู่ที่ 2.00 ริงกิตต่อกิโลกรัม
มาตรการจูงใจนี้ทำให้ผู้ปลูกยางรายย่อยที่เป็นเจ้าของพื้นที่เพาะปลูก ขนาดกลางราว 2 เฮกตาร์ ที่มีการผลิตยางก้อนถ้วยจำนวน 3,000 กิโลกรัมต่อเฮกตาร์ต่อปี มีรายได้ราว 1,100 ริงกิตต่อเดือน เมื่อเทียบกับรายได้เดิมซึ่งอยู่ที่ 1,000 ริงกิตต่อเดือน
เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา งบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรจำนวน 11.1 ล้านริงกิต ได้ถูกส่งให้กับผู้ปลูกยางรายย่อยในประเทศจำนวน 81,163 ราย ภายใต้มาตรการ IPG ซึ่งจะช่วยให้ผู้ปลูกยางรายย่อยยังคงกรีดยางต่อไปได้อย่างต่อเนื่องในขณะที่ ราคายางยังไม่ฟื้นตัว และเมื่อเวลา 12.00 น. ของวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา ราคายางเกรด SMR20 อยู่ที่ 5.18 ริงกิตต่อกิโลกรัม
รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมฯ กล่าวว่า รัฐบาลยังได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 6.4 ล้านริงกิต เพื่อใช้เป็นงบประมาณให้แก่สหกรณ์ที่ทำการซื้อขายยางพาราเพื่อให้สามารถเสนอ ราคาได้สูงกว่าผู้รับซื้อยางรายอื่น และจากมาตรการนี้ทำให้ผู้รับซื้อยางสามารถเพิ่มราคารับซื้อได้ ณ แหล่งผลิต และผลตอบรับจากมาตรการนี้ทำให้มีสหกรณ์จำนวน 28 แห่งที่ดำเนินการซื้อขายยางและได้เสนอราคาสูงกว่าราคารับซื้อของผู้ซื้อ อื่นๆในตลาดเฉลี่ยราว 10-20 sen
นอกเหนือจากมาตรการดังกล่าว รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมฯ กล่าวว่า ทางภาครัฐมีแผนช่วยเหลืออื่นๆ แก่ผู้ปลูกยางรายย่อย ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนเกษตรกรผลิตน้ำยางส่งขายเนื่องจากให้ราคาสูงกว่าราคา ยางก้อนถ้วย ซึ่งขณะนี้ราคาน้ำยางอยู่ที่ 3.95 ริงกิตต่อกิโลกรัม และราคาน้ำยางข้นอยู่ที่ 4.38 ริงกิตต่อกิโลกรัม ในขณะที่ราคายางก้อนถ้วยอยู่ที่ 3.74 ริงกิตต่อกิโลกรัม และรัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณอีก 10 ล้านริงกิต เพื่อสร้างอาคารเก็บรวบรวมน้ำยาง และสนับสนุนให้ผู้ปลูกยางรายย่อยหันไปปลูกพืชชนิดอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มรายได้ นอกจากนี้ จะมีการทบทวนมาตรการการกำหนดราคายางต่อไปเพื่อให้มั่นใจว่าเกษตรกรรายย่อยจะ พึงพอใจในราคายางที่เหมาะสม


ที่มา http://globalrubbermarkets.com, 29/03/2016

Rate this item
(0 votes)
Super User

ผู้ดูแลระบบ