“โกลเบล็ก” ชี้หุ้นไทยได้แรงหนุนเฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ย-รัฐบาลเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจชู STA-TRUBB เด่น รับอานิสงส์ราคายางพาราพุ่ง 38% (01/04/2559)

บล.โกลเบล็ก มองดัชนีหุ้นไทยได้แรงหนุนจาก เฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ย-รัฐบาลเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งการต่ออายุมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ และมติอนุมัติโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู พร้อมประมูลภายใน 3 เดือน หนุนดัชนีทดสอบกรอบแนวต้าน 1,420 – 1,430 จุด ชู STA- TRUBB เด่น รับอานิสงส์ราคายางพาราพุ่ง38% ด้านราคาทองมีแนวโน้มขึ้นต่อหลังเฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ย ให้แนวรับ 1,205 -1,200 เหรียญต่อทรอยออนซ์ และแนวต้าน 1,275-1,280 เหรียญต่อทรอยออนซ์
น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS กล่าวว่าแนวโน้มภาวะตลาดหุ้นไทยได้รับแรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐส่ง สัญญาณว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปท่ามกลางแรงกดดันจาก เศรษฐกิจโลกที่อาจกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ
รวมทั้งยังรับอานิสงส์จากมติครม.ที่ได้อนุมัติมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายช่วง เทศกาลสงกรานต์ระหว่าง 9-17 เม.ย.59 ในการรับประทานอาหารนอกบ้านวงเงินไม่เกิน 15,000 บาท รวมทั้งต่ออายุมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศที่สามารถหักลดหย่อนได้ ไม่เกิน 15,000 บาทต่อไปอีก 1 ปีจนถึง 31 ธ.ค.59 นอกจากนี้ ครม.ยังมีมติอนุมัติโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง ซึ่งพร้อมจะเปิดประมูลภายใน 3 เดือน
อย่างไรก็ตามยังคงต้องจับตาปัจจัยลบที่มีแนวโน้มกดดันดัชนีตลาดหุ้นไทยอยู่ พอสมควร อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มปรับลดคาดการณ์ GDPปี59 ลงจากเดิมที่ระดับ 3.1% สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผลผลิตอุตสาหกรรมเดือน ก.พ.59 หดตัว 1.62% เนื่องจากภาคเอกชนไม่เชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยและตลาดส่งออก
ส่วนปัจจัยที่ต้องจับตาคือการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ และการเปิดเผยตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐและกลุ่มประเทศยูโรโซน รวมทั้งในช่วงเดือนเม.ย.เข้าสู่ช่วง Preview งบการเงินกลุ่มธนาคาร และวันที่ 17 เม.ย. การประชุมกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน 15 ชาติเพื่อหารือเกี่ยวกับการลดปริมาณผลิต
ด้านนายชัยยศ จิวางกูรผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.โกลเบล็ก จำกัด ประเมินกลยุทธ์การลงทุนใน SET ว่าภาวะตลาดหุ้นไทยมีน้ำหนักเชิงบวกจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐส่งสัญญาณปรับ ขึ้นอัตราดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไปเนื่องจากความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกที่ชะลอ ตัว รวมถึงปัจจัยบวกภายในประเทศที่ครม.อนุมัติแผนกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งการใช้จ่าย และโครงการขนาดใหญ่ต่อเนื่อง
ดัง นั้นคาดว่า SET จะปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,420 – 1,430 จุด แนะนำ Selective Buy โดยเลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยรองรับ เช่น กลุ่มอาหารและอิเล็กทรอนิกส์ ได้อานิสงส์ค่าเงินบาทอ่อนตัวลง กลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม ค้าปลีก เป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการที่ครม.อนุมัติหักภาษีกิน-เที่ยวช่วง สงกรานต์สูงสุด 15,000 บาท กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ได้รับประโยชน์จากการมติครม.อนุมัติโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง-สีชมพู และเลือก STA และ TRUBB เป็นหุ้นเด่น รับอานิสงส์จากราคายางพาราปรับตัวขึ้น 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดือนกันของปีก่อน ซึ่งล่าสุดราคาอยู่ที่ระดับ 170 Yen/Kg
สำหรับแนวทางการลงทุนในทองคำ นายสุทธิพงษ์ ศรีพรประเสริฐ นักวิเคราะห์การลงทุน บล.โกลเบล็ก เปิดเผยว่า ราคาทองคำพักตัวลงในช่วงก่อนหน้าจากแรงกดดันข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ จากรายงานตัวเลขการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐปรับเพิ่มขึ้นตามคาดในเดือน ก.พ.และเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายปรับเพิ่มขึ้นในเดือนก.พ.ซึ่งเป็น ระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์สหรัฐปรับเพิ่มประมาณการการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวม ภายในประเทศไตรมาส 4/2558 เป็น 1.4% จากการประมาณการครั้งก่อนที่ 1.0% ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดหลายรายได้ออกมาแสดงความเห็นสอดคล้องกันว่า เฟดควรจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมช่วงวันที่ 26-27 เม.ย.นี้
อย่างไรก็ตามราคาทองได้ฟื้นตัวขึ้นมารอบใหม่หลังนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดส่งสัญญาณด้านอัตราดอกเบี้ยในการกล่าวสุนทรพจน์ที่สมาคมเศรษฐกิจ แห่งรัฐนิวยอร์กเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่าเฟดยังไม่รีบปรับขึ้นดอกเบี้ย เมื่อพิจารณาจากแรงกดดันเศรษฐกิจโลกที่อาจกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ และส่งสัญญาณชัดเจนว่าคงไม่มีการขึ้นดอกเบี้ยอีกรอบก่อนเดือนมิถุนายน ช่วยผ่อนคลายแรงกดดันหลังช่วงก่อนหน้าเจ้าหน้าเฟดระดับสูงหลายรายได้ออกมา ให้ความเห็นว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนหน้า ซึ่งได้กดดันให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ
ดังนั้น ประเมินแนวโน้มปรับขึ้นต่อ โดยราคาทองเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวขึ้นแรงผ่านยืนแนวต้านเส้นค่าเฉลี่ย 5 และ 10 วัน ด้วยการสร้างแท่งเทียน BULLISHหักล้างแนวลงก่อนหน้า เส้นค่าเฉลี่ย 5 วันที่เริ่มปรับขึ้นและค่าสัญญาณทางเทคนิคที่ปรับขึ้นจะช่วยสร้างแรงหนุน ทำให้ราคามีแนวโน้มปรับขึ้นต่อ ซึ่งมีแนวรับ 1,205 -1,200 เหรียญต่อทรอยออนซ์ และแนวต้าน 1,275-1,280 เหรียญต่อทรอยออนซ์

ที่มา : ThaiPR.net (วันที่ 31 มีนาคม 2559)

Rate this item
(0 votes)
Super User

ผู้ดูแลระบบ