@กนง.คงดอกเบี้ย1.50%เอื้อเศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่อง (09/11/2560)

นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ต่อปี เนื่องจากประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าที่ประเมินไว้เดิมตามแรงส่งจากภาคต่างประเทศ ขณะที่อุปสงค์ในประเทศขยายตัวได้ดีขึ้น อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีทิศทางปรับตัว สูงขึ้นตามที่ประเมินไว้ ภาวะการเงินโดยรวมยังอยู่ใน ระดับผ่อนคลายและเอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

 

ขณะที่เสถียรภาพทางการเงินอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ยังมีความเสี่ยงบางจุดที่อาจสะสมความเปราะบางในระบบการเงินในระยะต่อไป คณะกรรมการมองว่า นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายในปัจจุบันยังเอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อให้กลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายได้ แม้ว่าต้องใช้ระยะเวลาอีกระยะหนึ่ง  อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำมานาน มองว่า จะเริ่มกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่วางไว้ที่ 1-4% ในช่วงกลางปี 2561 ส่วนมาตรการช็อปช่วยชาติ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นด้านการบริโภค แต่จะมีผลต่อระบบเศรษฐกิจนั้นจะต้องติดตามผลหลังจากมาตรการบังคับใช้

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในภาพรวมมีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าที่ประเมินไว้จากการส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยวที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่องตามการฟื้นตัว ของเศรษฐกิจโลกที่เข้มแข็งมากขึ้น ส่วนการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่อง แต่รายได้ของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยยังฟื้นตัวไม่ชัดเจน รวมทั้ง ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อาจยังไม่ได้รับผลประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ การลงทุนภาคเอกชนปรับดีขึ้นต่อเนื่องตามการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ การลงทุนภาครัฐยังเป็นแรงขับเคลื่อนให้กับเศรษฐกิจแม้ชะลอตัวลงบ้างตามการเบิกจ่าย

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับความเสี่ยงจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศที่ต้องติดตามพัฒนาการต่อไปอย่างใกล้ชิด เช่น ผลกระทบจากมาตรการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและการค้าของสหรัฐ และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์

"อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้นเล็กน้อยตามราคาอาหารสดและราคาพลังงานที่ทยอยปรับสูงขึ้นขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์ยังอยู่ในระดับต่ำ รวมทั้งยังต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นได้ช้ากว่าในอดีต ทั้งนี้ ในระยะต่อไปอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อย่างช้าๆ ตามการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ และ การปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิต รวมถึงผลกระทบ จากมาตรการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวที่อาจมีผล ต่อค่าจ้างแรงงานในระยะข้างหน้า" นายจาตุรงค์ กล่าว

ขณะเดียวกัน ภาวะการเงินโดยรวมอยู่ในระดับผ่อนคลายและเอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ สภาพคล่องในระบบการเงินอยู่ในระดับสูง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลและอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ในระดับต่ำ ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ทรงตัวจากการประชุมครั้งก่อน ส่วนเงินบาทเมื่อเทียบกับคู่ค้า คู่แข่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ ในระยะข้างหน้า มองว่า อัตราแลกเปลี่ยนยังมีแนวโน้มผันผวนสูงจากความไม่แน่นอนจากต่างประเทศโดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐ ที่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังต้องติดตามระบบการเงินโดยรวม ที่อาจมีความเปราะบางให้กับเสถียรภาพระบบการเงินได้ในอนาคต โดยเฉพาะพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น ในภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานานอาจนำไปสู่การประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าที่ควร

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวถึงกรณีที่ธปท. จะเสนอกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2561 ที่ระดับปัจจุบัน คือ 2.5% บวกลบ 1.5% หรือ อยู่ในช่วง 1-4% โดยมองว่า กรอบเท่าเดิมเป็นกรอบที่รับได้ สะท้อนว่า ธปท. ยังมั่นใจต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไปว่าจะเติบโตได้ตามศักยภาพ ซึ่งการดำเนินนโยบายด้านเงินเฟ้อในกรอบที่ตั้งใจไว้ ถือเป็นการชี้วัดเคพีไอของการประเมินผลงานด้วย

อย่างไรก็ตาม กรณีที่ในปีนี้เงินเฟ้อทั่วไปต่ำกว่ากรอบที่กำหนดไว้ธปท. ต้องมารายงานให้กระทรวงการคลังรับทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด ซึ่งยืนยันว่า เงินเฟ้อจะสูง หรือต่ำกว่าเป้าหมาย เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่ในข้อตกลงที่ทำร่วมกัน ธปท. จะต้องใช้ทุกเครื่องมือในการบริหารงานอย่างเต็มที่ ซึ่งหากธปท.ได้ทำงานอย่างเต็มศักยภาพแล้ว เงินเฟ้อยังต่ำกว่าเป้าหมายก็ยอมรับได้

ที่มา หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พฤหัสบดีที่ 9 พฤศจิกายน 2560

 

 

Rate this item
(0 votes)