@ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.12 แข็งค่าเล็กน้อยหลังกนง.คงดอกเบี้ยตามคาด-จับตาแผนปฏิรูปภาษีสหรัฐฯ (09/11/2560)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ที่ระดับ 33.12 บาท/ดอลลาร์ จากตอน

 

เช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 33.14 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างวันเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ระหว่าง 33.11-33.14 บาท/ดอลลาร์

"เป็นไปตามคาดว่าเงินบาทจะแข็งค่าลงมาเล็กน้อย หลังรู้ผล กนง. ส่วนปัจจัยชี้นำถัดไป ยังไม่มีอะไร ช่วงนี้ยังไม่มีตัว

เลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ คาดว่าตลาดน่าจะรอเรื่องความคืบหน้าแผนปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯ" นักบริหารเงิน กล่าว

นักบริหารเงิน คาดว่า วันพรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.05 - 33.20 บาท/ดอลลาร์

 
* ปัจจัยสำคัญ
 

- เงินเยนอยู่ที่ระดับ 113.71 เยน/ดอลลาร์ จากตอนเช้าที่อยู่ที่ระดับ 113.83 เยน/ดอลลาร์

- ส่วนเงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1593 ดอลลาร์/ยูโร จากตอนเช้าที่อยู่ที่ระดับ 1.1591 ดอลลาร์/ยูโร

- ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,714.65 จุด เพิ่มขึ้น 1.90 จุด, +0.11% มูลค่าการซื้อขาย 59,447.37 ล้านบาท

- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 576.28 ลบ.(SET+MAI)

- ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันนี้ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ต่อ

ปี ซึ่งเป็นไปตามตลาดคาด หลังการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในภาพรวมมีแนวโน้มชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะจากปัจจัยด้านต่าง

ประเทศ ในขณะที่ยังต้องติดตามความเข้มแข็งของการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ รวมถึงพัฒนาการเงินเฟ้อ คณะกรรมการฯ จึงเห็น

ว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อไป

- ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กน

ง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% ต่อเนื่องถึงปี 2561 เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจไทยที่ยังคงขยายตัวแบบไม่ทั่วถึง สำหรับอัตรา

เงินเฟ้อทั่วไป แม้จะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังคงอยู่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย

- กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) คาดว่า กนง. น่าจะยังคงดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมในอีก 2-

3 ไตรมาสหน้า และวัฎจักรการคุมเข้มนโยบายการเงินน่าจะเริ่มในช่วงปลายปี 2561

- รมว.คลัง กล่าวว่า กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อสำหรับปี 61 ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เสนอมาที่ระดับ

2.5% บวก/ลบ 1.5% หรืออยู่ในกรอบ 1-4% เท่ากับปี 60 นั้น ถือว่ารับได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ธปท.ยังมีความมั่นใจว่าเศรษฐกิจ

ไทยจะยังสามารถขยายตัวได้ภายใต้อัตราเงินเฟ้อในระดับนี้ และยังช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศโตได้เต็มศักยภาพ

- รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร เร่งนำระบบเทคโนโลยี

เข้ามาช่วยงานเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บข้อมูล โดยเฉพาะการเชื่อมโยงฐานข้อมูลการเก็บภาษีจากทั้ง 3 กรมให้เป็นฐานข้อมูล

เดียวกันในรูปแบบ Big Data เพื่อมาใช้กำหนดมาตรการดูแล และอุดช่องโหว่ในการหลบเลี่ยงภาษีให้ลดลง เนื่องจากในสังคมไทย

ยังมีกลุ่มคนที่คิดหลบเลี่ยง เสียภาษีไม่ถูกต้องอยู่อีก หากมีการนำเทคโนโลยีมาใช้จะช่วยลดการหลบเลี่ยงได้

- ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า แรงส่งของมาตรการช็อปช่วยชาติปีนี้จะกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในธุรกิจค้าปลีกใกล้เคียง

กับที่ภาครัฐได้ประเมินไว้ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท

-  แกนนำพรรครีพับลิกันในวุฒิสภาสหรัฐ เปิดเผยว่า สมาชิกพรรครีพับลิกันในวุฒิสภาสหรัฐเตรียมเปิดเผยรายละเอียด

ของร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีในวันศุกร์นี้

- นักเศรษฐศาสตร์ได้ออกมาแสดงความเห็นที่แตกต่างกันถึงผลที่จะเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของพรรครีพับลิกัน

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีฉบับใหม่ของคณะทำงานประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ

พิจารณาวิธีการจัดหารายได้ของสภาผู้แทนราษฎร (Committee on Ways and Means) ขณะที่นายพอล ไรอัน ประธานสภาผู้แทน

ราษฎรสหรัฐ คาดการณ์ว่า สภาผู้แทนราษฎรโหวตร่างกฎหมายดังกล่าว ก่อนช่วงเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า ในวันที่ 23 พ.ย.นี้

- ฟิทช์ เรทติ้งส์ คาดการณ์ว่า ร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของพรรครีพับลิกันจะสามารถผ่านความเห็นชอบจากทั้งวุฒิสภาและ

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ฟิทช์มองว่า กฎหมายปฏิรูปภาษีฉบับดังกล่าวอาจจะไม่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ในระยะยาว พร้อม

กับเตือนว่า กฎหมายดังกล่าวอาจส่งผลให้สหรัฐขาดดุลงบประมาณมากขึ้น
 
 
Rate this item
(0 votes)