@ Analysis: ขีดความสามารถการแข่งขันสหรัฐจะเพิ่มขึ้นหรือไม่จากกฎหมายปฏิรูปภาษีฉบับทรัมป์ (08/11/2560)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กำลังใช้ความพยายามอย่างหนักหน่วงในการผลักดันให้มีการปฏิรูปการจัดเก็บภาษี เพื่อที่จะทำให้บริษัทของสหรัฐนั้นมีความสามารถในการแข่งขันมากยิ่งขึ้น และส่งเสริมการจ้างงาน ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของประเทศยังไม่ได้ฟื้นตัวอย่างเต็มที่จากภาวะ เศรษฐกิจถดถอย
แต่ก็ยังคงมีคำถามค้างคาในประเด็นที่ว่า การปฏิรูปภาษีจะได้ผลหรือไม่

ฟอร์ด โอ คอนเนล นักยุทธศาสตร์ของพรรครีพับลิกันกล่าวกับสำนักข่าวซินหัวว่า หากคุณต้องการที่จะสร้างงานแล้วละก็ คุณจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปภาษี

เมื่อปี 2557 สหรัฐเป็นประเทศที่จัดเก็บภาษีรายได้นิติบุคคลสูงสุดอันดับ 3 ของโลกที่ 39.1% ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า อัตราภาษีที่ระดับดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศ

ทรัมป์ต้องการที่จะผลักดันเรื่องนี้ให้ถูกต้อง แต่เรื่องนี้ก็มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากความล้มเหลวในการผ่านกฎหมายภาษีอาจจะส่งผลกระทบต่ออำนาจในการควบ คุมสภาคองเกรสโดยพรรครีพับลิกัน ซึ่งท้ายที่สุดจะสั่นคลอนตำแหน่งประธานาธิบดีของนักธุรกิจที่ผันตัวมาเป็น นักการเมือง

ทรัมป์กำลังผลักดันกฎหมายภาษีที่จะช่วยกระตุ้นผลิตภัณฑ์มวลรวมภายใน ประเทศ (GDP) ภายหลังจากที่การขยายตัวเป็นไปอย่างซบเซามาเป็นเวลาหลายปี และก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มรูปแบบนับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ เมื่อปี 2550-2551

ในขณะที่การขยายตัวของ GDP ที่ฟื้นตัวขึ้นในระดับหนึ่งในช่วงไม่กี่ไตรมาสที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐต้องการให้ GDP ขยายตัวมากขึ้นกว่านี้ ทรัมป์ยังพร้อมที่จะเสนอสิ่งจูงใจให้กับบริษัทของสหรัฐให้กลับมาทำธุรกิจใน ประเทศ ในช่วงเวลาที่เม็ดเงินประมาณ 3 ล้านล้านดอลลาร์ตกอยู่ในต่างประเทศ

ดาร์เรล เวสท์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของสถาบันบรูกกิ้งส์ กล่าวกับซินหัวว่า แผนปฏิรูปภาษีที่จะช่วยเหลือบริษัทต่างๆ ด้วยการปรับลดการจัดเก็บภาษีลงและดูแลให้ขั้นตอนการดำเนินงานด้านเอกสาร สะดวกขึ้น จึงมีแนวโน้มว่า บริษัทเหล่านี้จะมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้นในระดับสากล และทำให้บริษัทเหล่านี้อยู่ในจุดยืนที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในการเพิ่มรายได้ ของบริษัท

แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีการถกเถียงกันอยู่ระหว่างพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน โดยเดโมแครตนั้น ดูเหมือนจะมองว่าแผนการเรื่องภาษีจะเป็นประโยชน์เฉพาะชนชั้นสูง และยังไม่สามารถเพิ่มการจ้างงาน ในขณะที่รีพับลิกันอ้างว่า แผนการณ์ดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อโดยรวม

เวสท์ กล่าวด้วยว่า ยังไม่แน่นอนว่า แผนการด้านภาษีจะช่วยกระตุ้นการจ้างงานได้หรือไม่ และยังไม่มีความชัดเจนด้วยว่า เม็ดเงินที่ได้เพิ่มขึ้นจากการลดภาษีจะช่วยสร้างงาน เพราะหลายๆบริษัทได้ใช้เงินส่วนเกินไปกับการเพิ่มผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือ หุ้นมากกว่าที่จะเพิ่มการจ้างงาน มีแนวโน้มว่า หลายบริษัทจะทำเช่นนี้ ซึ่งก็ไม่ได้ช่วยครอบครัวชนชั้นกลางแต่อย่างใด

เวสท์ กล่าวว่า แผนการนี้จึงเดินหน้าไปเพื่อที่จะช่วยบริษัทและคนรวย มากกว่าที่จะช่วยชนชั้นกลางซึ่งเป็นกลุ่มประชาชนที่ทำให้ทรัมป์ได้เข้าสู่ ทำเนียบขาว แผนการโดยรวมนั้นจึงเกี่ยวพันกับบริษัทและคนรวยอย่างมาก เพราะคนกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์ทางการเงิน ขณะที่แผนการดังกล่าวไม่ได้ให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง ที่เป็นชนชั้นกลางที่โหวตเลือกทรัมป์แต่อย่างใด

บางส่วนตั้งความหวังว่า แผนการด้านภาษีของทรัม์จะนำบริษัทต่างๆกลับเข้ามายังสหรัฐมากยิ่งขึ้น ในช่วงเวลาที่แรงงานจำนวนมากหันไปทำงานในต่างประเทศ และกลุ่มคนทำงานชั้นกลางก็ประสบปัญหาในการหางานทำ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ประธานบริหารของบรอดคอม ซึ่งเป็นบริษัทเซมิคอนดัคเตอร์ได้แถลงข่าวกับทรัมป์ พร้อมกับประกาศว่า บริษัทจะย้ายสำนักงานจากสิงคโปร์กลับมายังสหรัฐ

ด้านโอคอนเนล กล่าวว่า การปฏิรูปภาษีที่ถูกต้อง จะทำให้บริษัทหวนกลับมายังสหรัฐมากขึ้น เหมือนกับบรอดคอม อย่างไรก็ดี เวสท์ โต้ว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า บริษัทอื่นๆจะทำตาม
กฎหมายฉบับนี้ จะผ่านหรือไม่

ทรัมป์ต้องเผชิญกับแรงกดดันสูงในการผ่านกฎหมายดังกล่าว ขณะที่พรรครีพับลิกันเองไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายสำคัญๆได้เลย ตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนม.ค. แม้ว่าทรัมป์จะควบอำนาจทั้งที่ทำเนียบขาวและสภาคองเกรส ความล้มเหลวในการผ่านกฎหมายอาจจะทำให้พรรครีพับลิกันสูญเสียความได้เปรียบใน การเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสที่จะจัดขึ้นในปีหน้านี้

โอคอนเนล กล่าวว่า เดโมแครตคิดว่า หากรีพับลิกันพ่ายในการผลักดันกฎหมายดังกล่าว พรรครีพับลิกันก็จะสูญเสียเสียงในสภาผู้แทนราษฎร และอธิบายต่อไปว่า เป้าหมายของพรรคเดโมแครตที่จะทำลายสิ่งที่ทรัมป์ทำนั้น ก็เพื่อที่จะชี้ชะตาในการเป็นประธานาธิบดีของทรัมป์นั่นเอง เรียกได้ว่ามีการกำหนดแนวทางการต่อสู้ไว้แล้ว

ข่าวดีสำหรับทีมทรัมป์ก็คือ กฎหมายอาจจะผ่านการพิจารณาก็เป็นได้ หากชาวอเมริกันพอใจ

FiveThirtyEight สื่อสหรัฐซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของการใช้ข้อมูลในการคาดการณ์ เรื่องการเลือกตั้ง ระบุว่า สิ่งที่พรรครีพับลิกันอาจจะต้องการสำหรับชาวอเมริกันก็คือ การทำให้ชาวอเมริกันชอบแผนการด้านภาษีจริงๆ หรืออย่างน้อยก็ทำให้ทุกคนไม่รังเกียจกฎหมายดังกล่าว

แต่ในช่วงเวลาที่เดโมแครตได้วิจารณ์กฎหมายดังกล่าว วุฒิสมาชิกชัค ชูเมอร์ กล่าวว่า ชาวอเมริกันจะหันหลังให้กับร่างกฎหมายฉบับนี้ในที่สุด ยิ่งมีการแสดงความเห็นกันมากขึ้นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เรื่องนี้ก็จะส่งกลิ่นมากยิ่งขึ้น

สมาชิกพรรคเดโมแครตมองว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ให้ประโยชน์แค่บริษัทเท่านั้น แต่ปล่อยชนชั้นกลางไว้เบื้องหลัง

แต่ในขณะเดียวกัน วอชิงตันโพสต์ ซึ่งปกติมักจะถูกมองว่าอยู่ข้างเดโมแครต ได้รายงานว่า วุฒิสมาชิกของเดโมแครตนั้น พลาดในการที่อ้างว่าแผนการด้านภาษีของทรัมป์จะทำให้ชนชั้นกลางเสียภาษีเพิ่ม ขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเชื่อว่า ร่างกฎหมายจะผ่านการพิจารณาในที่สุด แม้ว่า ทรัมป์จะต้องหาทางรับมือกับพรรคเดโมแครตก็ตาม

โอคอนเนล กล่าวว่า กฎหมายนี้จะผ่านการอนุมัติ แต่คำถามก็คือ จะผ่านเมื่อใด และจะเป็นกฎหมายตามความต้องการของรีพับลิกันเท่านั้นหรือไม่ และเดโมแครตจะเข้ามาร่วมวงหรือไม่
บทวิเคราะห์โดย แมทธิว รัสลิง

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560)

Rate this item
(0 votes)