@ ร่วมทุนยางฯหยุดซื้อยางหลังราคายางร่วง เตรียมหารือ 4 ประเทศผู้ผลิตจำกัดปริมาณส่งออก (03/11/2560)

นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัท ร่วมทุนยางพาราไทย จำกัด ที่มีการลงขันลงทุนระหว่าง กยท.และผู้ส่งออกยางพารา 5 รายใหญ่ของไทย วงเงิน 1,200 ล้านบาท ว่า บริษัทร่วมทุนฯ ตัดสินใจเลิกซื้อยางพารามาแล้ว 3 วัน และคาดว่าจะหยุดซื้อไปอีกประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากมีเกษตรกรออกมาเรียกร้องให้หยุดการซื้อเพราะมีผลทำให้ราคายางพาราตก ต่ำอยู่ในขณะนี้

ล่าสุดราคายางพาราเคลื่อนไหวอยู่ที่ราคาประมาณ 45-46 บาท/กก. ลดลง 6 บาท/กก. จากระดับ 51.50 บาท/กก. หลังการหยุดเข้าซื้อ

สำหรับการลงทุนของบริษัทร่วมทุนฯ ได้ใช้เงินเพื่อซื้อยางพาราไปแล้วประมาณ 600 ล้านบาท เงินในจำนวนนี้ถือว่า เข้ากระเป๋าชาวสวนยางโดยตรงตามวัตถุประสงค์การตั้งบริษัท หากเกษตรกรต้องการให้บริษัทร่วมทุนยุติบทบาท ด้วยข้อกล่าวหาที่ว่าเป็นตัวการทำให้ราคายางพาราในประเทศร่วง กยท.และผู้ส่งออกยางพาราทั้ง 5 รายคงต้องมีการทบทวนบทบาทในอนาคต

“การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนที่ผ่านมา 3 เดือนมีการเข้าซื้อชี้นำตลาด แต่การซื้อยางพาราและตลาดที่ซื้อ ยอมรับไม่ได้เข้าทุกตลาด แต่ยืนยันเป้าหมายการเข้าซื้อคือเพื่อชี้นำ ทำให้เกษตรกรชาวสวนยางขายยางพาราได้สูงขึ้น บริษัทร่วมทุนตั้งใจที่จะช่วยพยุงราคาชี้นำตลาด แต่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ทุบราคาทำให้เกษตรกรเสียหาย จึงต้องขอทบทวนบทบาทก่อน ว่าจะเข้าซื้ออีกครั้งเมื่อไหร่ ในเวลาที่เหมาะสม ส่วนปริมาณยางคงค้างจะเคลียร์สต็อกให้หมดภายใน 1 สัปดาห์"ผู้ว่าการ กยท.กล่าว

นอกจากนี้ ในวันที่ 3 พ.ย.2560 กยท.จะร่วมหารือร่วมกับมาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ตามข้อตกลงของบริษัทร่วมทุนยางระหว่างประเทศ (IRCO) ที่เห็นชอบให้ 3 ประเทศ ซึ่งรวมเวียดนามเพิ่มเป็น 4 ประเทศผู้ผลิต ที่มีผลผลิตรวมประมาณ 73% ของผลผลิตทั่วโลก ในเรื่องของจำกัดปริมาณการส่งออกยางพารา ซึ่งตามข้อตกลงก่อนหน้าจะหารือกันทันทีเมื่อเกิดความผิดปกติ ขณะนี้ถือว่าเหมาะสมที่ทั้ง 4 ประเทศควรจำกัดปริมาณการส่งออก เพราะถือว่าเป็นมาตรการที่สกัดราคายางที่ลดลงแบบผิดปกติได้

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560)

Rate this item
(0 votes)