Print this page

@World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 30 ตุลาคม 2560 (30/10/2560)

-- ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อวันศุกร์ (27 ต.ค.) ขานรับตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3 ของสหรัฐซึ่งขยายตัวที่ระดับ 3.0% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.5% โดยได้ปัจจัยหนุนจากการเพิ่มขึ้นของการลงทุนในสินค้าคงคลัง และการขาดดุลการค้าที่ลดลง

นอกจากความแข็งแกร่งของ GDP แล้ว ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทเทคโนโลยี ซึ่งรวมถึงไมโครซอฟท์ อัลฟาเบท อเมซอน และอินเทล

 
 

-- ทางการญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดค้าปลีกเดือนก.ย. พุ่งขึ้น 2.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี หลังจากที่ปรับตัวขึ้นเพียง 1.8% ในเดือนส.ค. โดยยอดค้าปลีกเดือนก.ย.ของญี่ปุ่นทำสถิติขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 11 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นมากขึ้นในการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งเป็นผลมาจากค่าแรงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

 

-- ตลาดการเงินยังคงจับตาสถานการณ์การเมืองในสเปนอย่างใกล้ชิด หลังจากรัฐสภาแคว้นกาตาลุญญาประกาศแยกตัวเป็นเอกราชจากสเปนเมื่อวันศุกร์ที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่วุฒิสภาสเปนมีมติอนุมัติให้รัฐบาลประกาศใช้มาตรา 155 แห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อยึดอำนาจการบริหารและปกครองจากแคว้นกาตาลุญญา หลังจากที่ได้ประกาศเอกราชจากสเปน

รายงานคืบหน้าล่าสุดระบุว่า ประชาชนชาวสเปนนับแสนได้ออกมาเดินขบวนในเมืองบาร์เซโลนา เมืองเอกของแคว้นกาตาลุญญา เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนความเป็นหนึ่งเดียวของสเปน หลังรัฐสภาแคว้นกาตาลุญญามีมติประกาศแยกตัวเป็นเอกราชจากสเปน

 

-- นักลงทุนในตลาดการเงินจับตาการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ในวันที่ 31 ต.ค. - 1 พ.ย. โดยมีการคาดการณ์ว่า คณะกรรมการ FOMC จะคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 1.00-1.25% ในการประชุมครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดว่า คณะกรรมการ FOMC อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. หลังจาก FOMC ได้ส่งสัญญาณก่อนหน้านี้ว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งในปีนี้

 

-- ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ยในวันพรุ่งนี้ (31 ต.ค.) โดยผลสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า คณะกรรมการ BOJ จะมีมติคงนโยบายการเงินเชิงรุก ด้วยการเดินหน้าซื้อพันธบัตรรัฐบาล โดยมีเป้าหมายที่จะรักษาอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อระยะยาว ให้เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 0% นอกจากนี้ BOJ ยังมีมติมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ -0.1%

 

-- ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ยในวันพฤหัสบดีที่ 2 พ.ย.นี้ ขณะที่ผลสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์ระบุว่า BoE มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 0.5% จากปัจจุบันที่ระดับ 0.25% นอกจากนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ที่ประชุม BoE จะปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ

สำหรับปัจจัยที่ทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า BoE จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ มาจากรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) ซึ่งระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของอังกฤษขยายตัวที่ระดับ 0.4% ในไตรมาสที่ 3 สูงกว่าไตรมาสที่ 2 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 0.3% และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

 

-- นักลงทุนยังคงรอดูผู้ที่จะก้าวขึ้นรับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ต่อจากนางเจเน็ต เยลเลน ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในเดือนก.พ.ปีหน้า โดยมีการคาดการณ์ว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์จะประกาศการตัดสินใจเลือกประธานเฟดคนใหม่ ก่อนที่เขาจะเดินทางเยือนประเทศต่างๆในเอเชีย ในวันที่ 3 พ.ย.นี้

หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ และสำนักข่าวโพลิติโค ระบุว่า ขณะนี้มีตัวเก็งที่มีโอกาสจะขึ้นรับตำแหน่งประธานเฟด 2 คน คือ นายเจอโรม พาวเวล ผู้ว่าการเฟด และนายจอห์น เทย์เลอร์ นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ขณะที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กระบุว่า ปธน.ทรัมป์มีแนวโน้มที่จะเลือกนายเจอโรม พาวเวล เป็นประธานเฟดคนใหม่

 

-- สหรัฐ และประเทศต่างๆในยุโรปจะเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในวันนี้ โดยเยอรมนีจะเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนก.ย. และอัตราเงินเฟ้อเดือนต.ค. ขณะที่ยูโรสแตทจะเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจของยูโรโซนหลายรายการ ซึ่งได้แก่ ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเดือนต.ค.,  ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค. และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือนต.ค.

ทางด้านสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนก.ย. และดัชนีภาคการผลิตเดือนต.ค. จากเฟดดัลลัส

 

-- สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) จะเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนต.ค. และดัชนี PMI ภาคบริการเดือนต.ค. ในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้

ส่วนดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนก.ย. ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.40 จากระดับของเดือนส.ค.ที่ 51.70 และนับเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2555  ขณะที่ดัชนี PMI ภาคบริการเดือนก.ย. ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.40 จากระดับ 53.40 ในเดือนส.ค. โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนได้เปิดเผยดัชนี PMI ภาคบริการและภาคการผลิตประจำเดือนก.ย.เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา

 

-- นักลงทุนรอดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรประจำเดือนต.ค.ของสหรัฐ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในวันศุกร์ที่ 3 พ.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งคาดว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.จะเพิ่มขึ้น 300,000 ตำแหน่ง พร้อมกับคาดการณ์ว่า ตัวเลขรายได้ต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ จะเพิ่มขึ้น 2.7% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี หรือเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน

ส่วนตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.ย. ลดลง 33,000 ตำแหน่ง ซึ่งลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ย.2553 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ และเออร์มา

 

-- ในวันศุกร์ที่ 3 พ.ย.นี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ มีกำหนดเดินทางเยือนประเทศต่างๆในเอเชียเป็นเวลา 11 วัน โดยปธน.ทรัมป์จะเดินทางเยือนญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม

การเดินทางเยือนประเทศเอเชียของทรัมป์ มีขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ โดยทรัมป์ และนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้ใช้ถ้อยคำรุนแรงตอบโต้กันไปมา นับตั้งแต่เกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธ ซึ่งส่งผลให้คาบสมุทรเกาหลีตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมาโดยตลอด

 

-- นักลงทุนจับตาการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึง แอปเปิล อิงค์, ไฟเซอร์ คราฟท์ ไฮนซ์, ราล์ฟ ลอเรน, สตาร์บัคส์, ยัม แบรนด์ส, และ AIG

 
Rate this item
(0 votes)
Apassorn

Latest from Apassorn