@อุตสาหกรรมยานยนต์สหรัฐเรียกร้องรัฐบาลคงข้อตกลง NAFTA (25/10/2560)

กลุ่มผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ รวมถึงซัพพลายเออร์ และดีลเลอร์ ได้ออกมารณรงค์เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คงไว้ซึ่งข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA)

กลุ่มสมาคมในแวดวงยานยนต์ได้ออกแถลงการณ์ร่วมเมื่อวานนี้ โดยที่มีจุดยืนหนักแน่น เพื่อเตือนปธน.ทรัมป์ว่า หากสหรัฐถอนตัวออกจากข้อตกลง NAFTA แล้ว ก็จะทำให้แรงงานภาคยานยนต์ตกอยู่ในความเสี่ยง

 

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า  แถลงการณ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ที่ริเริ่มขึ้นโดยกลุ่มพันธมิตรชื่อ "Driving American Jobs" ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อโน้มน้าวให้ทำเนียบขาวและผู้มีสิทธิลงคะแนนมีความตระหนักว่า ข้อตกลง NAFTA มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการผลิตและแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ของสหรัฐอเมริกา

เว็บไซต์ของกลุ่มพันธมิตรระบุว่า "เมื่อปี 2559 กลุ่มผู้ผลิตยานยนต์ได้ผลิตรถยนต์ราว 12.2 ล้านคันในสหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านคัน เมื่อเทียบกับก่อนที่จะมีการใช้ข้อตกลง NAFTA"

เนื้อหาระบุอีกว่า "อุตสาหกรรมยานยนต์มีการส่งออกเป็นอันดับต้นๆของสหรัฐ โดยได้ส่งออกเป็นมูลค่าสูงถึง 1.37 แสนล้านดอลลาร์ ครอบคลุมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ไปเม็กซิโก แคนาดา และทั่วโลก อุตสาหกรรมนี้ได้ลงทุนเป็นวงเงินสูงถึง 8 พันล้านดอลลาร์ในด้านโรงงานและเครื่องมือในสหรัฐ และอีกเกือบ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ในการวิจัยและพัฒนา เมื่อประเมินโดยรวมแล้ว อุตสาหกรรมยานยนต์สหรัฐขณะนี้รองรับแรงงานชาวอเมริกันกว่า 7 ล้านตำแหน่ง"

ทั้งนี้ สหรัฐ แคนาดา และเม็กซิโก ได้ผลัดกันเปิดการเจรจาข้อตกลง NAFTA มาแล้ว 4 รอบตั้งแต่เดือนส.ค. การเจรจารอบล่าสุดได้สิ้นสุดลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยยังคงปรากฎให้เห็นถึง "ความคิดที่แตกต่างกัน" ระหว่างทั้งสามฝ่าย ขณะที่เมื่อช่วงต้นเดือนนี้ ปธน.ทรัมป์ได้ขู่ที่จะยกเลิกข้อตกลง NAFTA หากทั้งสามประเทศบรรลุข้อตกลงร่วมกันไม่ได้

"กลุ่มผู้ผลิตยานยนต์อเมริกันกำลังเข้ามาขับเคลื่อนการฟื้นฟูภาคการผลิตของประเทศ เมื่อตรวจสอบข้อมูลแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ข้อตกลง NAFTA ได้ช่วยยกระดับศักยภาพทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์สหรัฐบนเวทีโลก" แมตต์ บลันท์ ประธานสภานโยบายยานยนต์อเมริกัน (AAPC) กล่าว

 
Rate this item
(0 votes)