@ (เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้ลุ้นรีบาวด์หลังร่วงแรงแต่ยังหวั่นกลุ่มแบงก์กดดันจาก NPL ยังเพิ่มขึ้น (20/10/2560)

นายเกษม พันธ์รัตนมาลา กรรมการและหัวหน้าส่วนงานวิจัย บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะรีบาวด์ขึ้นหลังจากที่ปรับตัวลงแรงเมื่อวานนี้ โดยยังคงติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของกลุ่มแบงก์ ซึ่งแบงก์ที่ประกาศงบออกมาแล้วยังเห็นการเพิ่มขึ้นของ NPL อยู่ ทำให้นักลงทุนอาจกังวลได้บ้าง.

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ โดยตลาดหุ้นฮ่องกงก็รีบาวด์ขึ้นหลังจากที่เมื่อวานนี้ร่วงแรง พร้อมให้ติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า ซึ่งตลาดฯคงยังไม่มีความกังวลมากนัก เพราะการประชุมครั้งนี้คงจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่คงจะไปปรับขึ้นในเดือน ธ.ค.60 ส่วนตัวเลข GDP ของจีนงวดไตรมาส 3/60 ออกมาแผ่วกว่าคาดเล็กน้อย

พร้อมให้แนวรับ 1,665-1,660 จุด ส่วนแนวต้านให้ไว้ที่ 1,700 จุด

ขณะที่นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย มองว่า ดัชนีเช้านี้อาจจะลงต่อซึ่งเป็นแรงขายคงค้างจากวานนี้ แต่น่าจะปรับขึ้นได้ในช่วงบ่าย ซึ่งตลาดลงเป็นโอกาสเข้าเก็บหุ้นที่บริเวณ 1,670 จุด ขณะเดียวกันแรงขายของนักลงทุนต่างชาติซาลง และยังเห็นการลงทุนในตลาด Futures รวมทั้งคาดหวังเม็ดเงินจาก LTF ปลายปีอีกราว 4 หมื่นล้านบาท

ให้กรอบแนวรับที่ 1,650 จุด แนวต้านที่ 1,700 จุด แนะลงทุนหุ้น PTTEP CPALL PSH

ประเด็นการพิจารณาการลงทุน

- ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (19 ต.ค.60) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,163.04 จุด เพิ่มขึ้น 5.44 จุด หรือ +0.02% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,562.10 จุด เพิ่มขึ้น 0.84 จุด หรือ +0.03% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,605.07 จุด ลดลง 19.15 จุด หรือ -0.29%

- ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ลดลง 57.57 จุด ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 6.66 จุด ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน ลดลง 22.42 จุด ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ ลดลง 21.73 จุด ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 200.93 จุด ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 4.24 จุด ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 1.04 จุด ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 8.23 จุด

- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (19 ต.ค.60) 1,683.43 จุด ลดลง 24.10 จุด, -1.41%

- นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 2,744.96 ลบ.เมื่อวันที่ 19 ต.ค.60

- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ต.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (19 ต.ค.60) ปิดที่ระดับ 51.29 ดอลลาร์/บาร์เรล  ร่วงลง 75 เซนต์ หรือ 1.4%

- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (19 ต.ค.60) ที่ 7.10 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล

- เงินบาทเปิด 33.11 แข็งค่าจากวานนี้ หลังดอลล์อ่อนจากกระแสข่าวว่าที่ปธ.เฟดคนใหม่ มองกรอบวันนี้ 33.05-33.20

- "แบงก์ชาติ" เตือนภาคเอกชนมุ่งบริหารความเสี่ยง ชี้เศรษฐกิจโลกฟื้นชัด แต่ความเสี่ยงภาคการเงินยังสูง มั่นใจเสถียรภาพไทยแกร่งพอรับมือได้เหตุทุนสำรองสูง-หนี้ต่างประเทศต่ำ ย้ำยังไม่ปรับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ ด้าน "ส่งออก" ก.ย.พุ่ง 12.2%  มูลค่า 2.18 หมื่นล้าน ดอลลาร์ สูงเป็นประวัติการณ์ พาณิชย์ เตรียมปรับเป้าปีนี้โตกว่า 8%

- ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ช่วงไตรมาส 2 ของทุกปี เป็นช่วงการลงทุนด้านธุรกิจหลักของเอสเอ็มอี คาดว่าการลงทุนของเอสเอ็มอีในไตรมาส 2 ของปี 2561 จะเพิ่มมากขึ้น ส่งผลต่อการจ้างงานเพิ่มขึ้นในปลายปี 2561 คาดช่วยลดอัตราว่างงานเหลือ 0.9% จาก 1.2% ในปัจจุบัน สำหรับปัจจัยบวกต่อภาวะเศรษฐกิจของเอสเอ็มอีในปลายปี 2560 ได้แก่ การขยายตัวของเศรษฐกิจคู่ค้า การส่งออกฟื้นตัว และการขยายการลงทุนจากภาครัฐ เป็นต้น

- สุโขทัยอ่วมน้ำป่าซัดคันดินบนอ่างเก็บน้ำแตกมวลน้ำทะลักท่วม 2 ตำบล 20 หมู่บ้าน ชาวบ้านระทมน้ำท่วมครั้งที่ 3 ในรอบ 1 ปี ลำปาง ทหารเร่งซ่อมแซมบ้านเหตุแผ่นดินทรุดตัว นครสวรรค์ แม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงล้นแนวกระสอบทรายขยายวงท่วม 5 หมู่บ้านจมบาดาล สุรินทร์ น้ำป่าซัดอ่างเก็บน้ำบ้านสว่างนิยมแตก กรมชลฯยันมวลน้ำไม่ส่งผลกระทบชาวบ้าน กนอ.ยกระดับเฝ้าระวังนิคมฯพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม อุตุฯเตือน 21-26 ต.ค. ประเทศไทยตอนบนมีสภาพอากาศแปรปรวน

*หุ้นเด่นวันนี้

-HMPRO (ทรีนิตี้) แนะนำ“ซื้อเก็งกำไร"ราคาเป้าหมาย 12.80 บาท จากผลประกอบการไตรมาส 3/60 ปลาย ต.ค.คาดว่าจะออกมาดี และต่อเนื่องในไตรมาส 4/60 จากเป็นช่วงฤดูกาล และผ่านจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาส 2/60 ไปแล้ว ประมาณการกำไรปี 60 ที่ 4,600 ล้านบาท (+11.50%YoY) และปี 61 อยู่ที่ 5,240 ล้านบาท (+13.9%YoY) ณ ระดับราคาปัจจุบัน ซื้อขายอยู่ที่ Forward PER ปี 61 ที่ 29.9 เท่า ใกล้เคียงระดับ PER ของกลุ่มพาณิชย์ย้อนหลัง 3 ปีที่อยู่ที่ 30.2 เท่า และเหลือ Upside จากราคาปัจจุบันเพียง 7.6% คาดอัตราเงินปันผลราว 2.0% โดยมีโอกาสปรับประมาณการขึ้นหากมีปัจจัยหนุนใหม่เข้ามา

- BAY (แอพเพิล เวลธ์) แนะนำ"ซื้อ"ราคาเป้าหมาย 45 บาท จากกำไรสุทธิไตรมาส Q3/60 ที่ออกมาใกล้เคียงคาดซึ่งคิดเป็น 74% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี จึงคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 60 ไว้ที่ 2.37 หมื่นลบ. +11%YoY และคาดกำไรสุทธิปี 61 ที่ 2.75 หมื่นลบ. +17%YoY และปรับมาใช้มูลค่าพื้นฐานปี 61 ที่ 45.00 บาท อิง P/BV 1.35 เท่า มี Upside 18% คาดปันผลปี 60 ที่ 0.90 บาท คิดเป็น Dividend Yield 2.3%

- AP (ธนชาต) ปรับเป้า presales ขึ้นอีกครั้งเป็น 3.49 หมื่นลบ. จากเดิม 3.1 หมื่นลบ. หลังยอดจองคอนโด Life ลาดพร้าว และ One Wireless สูง หนุนให้ Presales 9 เดือนทะลุเป้าบริษัท 2.6 หมื่นล้านบาทไปแล้ว คาดกำไรปกติ Q3/60 จะโต 27% y-y, 5% q-q

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (วันที่ 20 ตุลาคม 2560)

Rate this item
(0 votes)