@ ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 33.08 จุด วิตกข่าวทรัมป์ขู่โจมตีเกาหลีเหนือ (09/08/2560)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (8 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้ออกมาเตือนว่าจะตอบโต้เกาหลีเหนือด้วยวิธีการที่รุนแรง หากเกาหลีเหนือยังคงเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 22,085.34 จุด ลดลง 33.08 จุด หรือ -0.15% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,370.46 จุด ลดลง 13.31 จุด หรือ -0.21% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,474.92 จุด ลดลง 5.99 จุด หรือ -0.24%

ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดปรับตัวลง หลังจากปธน.ทรัมป์ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ เมื่อวานนี้ว่า "สหรัฐจะตอบโต้เกาหลีเหนือด้วยวิธีการรุนแรงอย่างที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน หากเกาหลีเหนือยังเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐ"

ทั้งนี้ คำเตือนดังกล่าวของปธน.ทรัมป์มีขึ้นหลังจากวอชิงตัน โพสต์รายงานว่า เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการย่อขนาดหัวรบนิวเคลียร์ให้เล็กลงจนสามารถบรรจุในขีปนาวุธได้ นอกจากนี้ เกาหลีเหนือยังท้าทายสหรัฐด้วยการประกาศความพร้อมที่จะ "ให้บทเรียนแก่สหรัฐ" ด้วยอาวุธนิวเคลียร์ หากสหรัฐใช้มาตรการทางทหารกับเกาหลีเหนือ

นักวิเคราะห์จากบริษัทโอนีล ซิเคียวริตีส์กล่าวว่า ถ้อยแถลงของทรัมป์สะท้อนให้เห็นถึงการวางแผนตอบโต้ที่รุนแรงต่อเกาหลีเหนือ ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง และได้ฉุดตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนลบ แม้ว่าในช่วงแรกนั้น ตลาดจะได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มการเงินก็ตาม

หุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวผันผวน หลังจากที่ดีดตัวขึ้นในช่วงแรก โดยหุ้นฟิฟธ์ เธิร์ด แบงคอร์ป ปรับตัวขึ้น 1.4% ขณะที่หุ้นเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค ร่วงลงกว่า 1% และหุ้นแคปิตอล วัน ขยับขึ้น 0.4%

หุ้นแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์ ผู้ประกอบการโรงแรมรายใหญ่ของสหรัฐ ร่วงลง 2.1% หลังจากบริษัทเปิดเผยตัวเลขกำไรที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

หุ้นดีน ฟู้ดส์ ทรุดฮวบลงเกือบ 21% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่น่าผิดหวัง ขณะที่หุ้นซีเวิลด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ร่วงลง 6.3% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่ย่ำแย่เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หุ้นไมเคิล คอร์ส ทะยานขึ้นเกือบ 22% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรสุทธิลดลง 15% สู่ระดับ 125.5 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปีงบการเงินของบริษัท ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 1 ก.ค. หรืออยู่ที่ระดับ 80 เซนต์/หุ้น จากระดับ 147.1 ล้านดอลลาร์ หรือ 83 เซนต์/หุ้นในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่กำไรของบริษัทออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ 62 เซนต์/หุ้นในไตรมาสแรก

หุ้นราล์ฟ ลอเรน ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์แฟชั่นชั้นนำระดับโลก พุ่งขึ้น 13%  หลังจากบริษัทเปิดเผยว่ารายได้ลดลงสู่ระดับ 1.35 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปีงบการเงินของบริษัทที่สิ้นสุดวันที่ 1 ก.ค. จากระดับ 1.55 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ตัวเลขรายได้ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ 1.34 พันล้านดอลลาร์

ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับปัจจัยหนุนในระหว่างวัน จากรายงานของกระทรวงแรงงานสหรัฐซึ่งระบุว่า ตำแหน่งงานนอกภาคเกษตรที่เปิดรับสมัครโดยสถานประกอบการในสหรัฐ พุ่งขึ้น 8% สู่ระดับ 6.2 ล้านตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2000 เนื่องจากการจ้างงานในภาคก่อสร้าง ภาคการผลิต และภาคการเงิน ปรับตัวสูงขึ้น

นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ผลิตภาพ-ต้นทุนแรงงานต่อหน่วยเบื้องต้นไตรมาส 2/2560, สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนมิ.ย., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ค. และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.ค.

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 9 สิงหาคม 2560

Rate this item
(0 votes)
Super User

ผู้ดูแลระบบ