ข่าวเด่น

@ ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 143.95 จุด จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มการเงิน,กลุ่มเทคโนฯ (29/06/2560)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (28 มิ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มการเงิน หลังจากผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากแรงซื้อที่ส่งเข้าหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และหุ้นบริษัทที่เปิดเผยผลประกอบการแข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงหุ้นเจเนอรัล มิลส์ ผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของสหรัฐ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,454.61 จุด พุ่งขึ้น 143.95 จุด หรือ +0.68% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,440.69 จุด เพิ่มขึ้น 21.31 จุด หรือ +0.88% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,234.41 จุด เพิ่มขึ้น 87.79 จุด หรือ +1.43%

หุ้นกลุ่มการเงินพุ่งขึ้น โดยได้ปัจจัยบวกจากผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมทั้งกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปในปีนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังเข้าซื้อเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มการเงิน ก่อนที่เฟดจะเปิดเผยรายงานการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 34 แห่งของสหรัฐว่า จะสามารถจ่ายเงินปันผล, ซื้อคืนหุ้น และทำธุรกรรมที่สำคัญในด้านอื่นๆได้หรือไม่ หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารเหล่านี้ได้ผ่านการทดสอบในเรื่องของการมีระดับเงินทุนที่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะต้านทานภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง

ทั้งนี้ หุ้นเจพีมอร์แกน เชส และหุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ต่างก็พุ่งขึ้นกว่า 2% ส่วนหุ้นพรูเดนเชียล ไฟแนนเชียล พุ่งขึ้น 2.5% และหุ้นเวลส์ ฟาร์โก ปรับตัวขึ้น 2.2%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้น หลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทะยานขึ้น 1.3% เมื่อคืนนี้

นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มที่เปิดเผยผลประกอบการแข็งแกร่ง โดยหุ้นเจเนอรัล มิลส์ ผู้ผลิตอาหารแบรนด์ดังอย่างซีเรียล Cheerios และโยเกิร์ต Yoplait พุ่งขึ้น 1.6% หุ้นเคบี โฮม ซึ่งเป็นบริษัทรับสร้างบ้าน ทะยานขึ้น 5.4% และหุ้นคอลแอมป์ บริษัทสื้อสารไร้สาย พุ่งขึ้น 6.2%

หุ้นสเทเพิลส์ ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกสินค้าสำหรับสำนักงาน พุ่งขึ้น 8.5% หลังจากบริษัทตกลงรับข้อเสนอเข้าซื้อกิจการจากบริษัทไซคามอร์ พาร์ทเนอร์

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ลดลง 0.8% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน โดยปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน เพราะได้รับผลกระทบจากราคาบ้านที่เพิ่มขึ้น และสต็อกบ้านในระดับต่ำ

นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่จะมีการเปิดเผยในวันนี้ ซึ่งได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1 (ประมาณการครั้งสุดท้าย) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน 2560

Rate this item
(0 votes)
Super User

ผู้ดูแลระบบ