พาณิชย์จ่อบีบผู้ค้าปุ๋ย-ยางรถ l ช่วยหั่นราคาลงอีกรอบ l มั่นใจได้ข้อสรุปเมย.นี้ (27 มี.ค. 2559)

กรมการค้าภายใน ขอความร่วมมือผู้ประกอบการปุ๋ย-ยางรถยนต์ ขยายเวลาลดราคาออกไปถึงสิ้นปี “อารีพงศ์” ตีปี๊บงาน “เพลินพลังงาน งานวิจัยขายได้” ได้ผลเกินคาด ประชาชนแห่ซื้อสินค้าพลังงานราคาถูก

นายสมศักดิ์ เกียรติชัยลักษณ์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กรมฯ จะหารือกับผู้ประกอบการผลิตและจำหน่ายปุ๋ยเคมี และยากำจัดศัตรูพืชอีกครั้ง ในช่วงต้นเดือนเม.ย. 2559 นี้ เพื่อขอให้ขยายระยะเวลาการลดราคาจำหน่ายปุ๋ยออกไปจากเดิมที่จะสิ้นสุดในสิ้น เดือน พ.ค. 2559 ให้ขยายไปเป็นสิ้นเดือนธ.ค. 2559 แทน รวมถึงจะขอความร่วมมือให้ปรับลดราคาจำหน่ายปุ๋ยเคมี และยากำจัดศัตรูพืชลงจากเดิม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

ทั้งนี้ที่ผ่านมาผู้ประกอบการให้ความร่วมมือปรับลดราคาลงมาแล้วตั้งแต่ปลาย ปี 2558 โดยได้ปรับลดราคาปุ๋ยลงไปแล้วก่อนหน้านี้แล้ว เฉลี่ยที่ 50 บาทต่อกระสอบ และยาฆ่าแมลงลดลงไปเฉลี่ยชนิดละ 10% และมองว่าการขยายเวลาลดราคาปุ๋ยไปถึงสิ้นปีไม่น่าจะมีปัญหา แต่ขณะนี้ก็ยังพบว่าผู้ประกอบการได้ปรับลดราคาจำหน่ายลงจากเดิมอีก เพราะความต้องการใช้ปุ๋ยลดลงจากสถานการณ์ภัยแล้ง เกษตรกรเพาะปลูกพืชต่างๆ ได้น้อยลง หรือไม่ได้เลย ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายปรับลดราคาในระยะนี้เพื่อให้ขายสินค้าได้ ซึ่งในแต่ละพื้นที่ราคาจำหน่ายไม่เท่ากัน

ขณะเดียวกันกรมฯ ได้สอบถามไปยังผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ ในการขอความร่วมมือให้ปรับลดราคาลงอีก เพราะราคาสินค้าที่เกี่ยวข้องกับราคายางพารา รวมถึงยางสังเคราะห์ที่ราคายังปรับลดลงตามราคาน้ำมัน โดยกลุ่มผู้ประกอบการยางรถยนต์จะให้คำตอบกลับมายังกรมการค้าภายในภายใน สัปดาห์นี้ ทั้งนี้ ต้นทุนวัตถุดิบของการผลิตยางรถยนต์มีสัดส่วน 40% แต่ในส่วนนี้เป็นต้นทุนยางจริงๆ 30% ที่เป็นทั้งยางพารา และยางสังเคราะห์ และหากคิดเป็นต้นทุนการผลิตส่วนของวัตถุดิบที่ลดลงไปแล้วน่าจะลดลงไปประมาณ 15%

“ที่ผ่านมาทางผู้ประกอบการได้ระบุว่าได้ปรับลดราคาจำหน่ายปลีกยางรถยนต์แล้ว แต่กรมฯ เห็นว่าการปรับลดดังกล่าวเป็นลักษณะของการลดโดยการจัดโปรโมชั่น ส่งเสริมการขาย หรือเพียงกลยุทธ์ทางการตลาดเท่านั้น ยังไม่ใช่การปรับลดลงที่ตรงจุดนัก เพราะยังมีค่าใช้จ่ายอย่างอื่นแอบแฝงอยู่และผู้บริโภคยังไม่ได้รับประโยชน์ มากนัก”

นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยผลการจัดงาน ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม “เพลินพลังงาน งานวิจัยขายได้” ซึ่งเปิดให้ประชาชนมาเที่ยว ชม ชิม ช็อป ทั้งสินค้า และองค์ความรู้ต่างๆ ภายในงาน ตั้งแต่วันที่ 5-27 มี.ค.ที่ผ่านมานั้นประสบผลสำเร็จ และได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี มีประชาชนสนใจมาเที่ยวงานตั้งแต่เปิดตลาดจนปิดตลาด 54,901 คน สามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายสินค้าตลอดการจัดงาน 24,040,630 บาท สินค้าที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสนใจเลือกซื้อมากที่สุดอันดับต้น ๆ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากร้านค้าพลังงานชุมชน สินค้าประหยัดไฟเบอร์ 5 สินค้าชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์จากร้านค้าชุมชนจาก แหล่งผลิตปิโตรเลียม สินค้าจากกลุ่มพัฒนาพลังงานทดแทน เป็นต้น

สำหรับงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติและหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นเจ้าภาพ ภาพรวมการจัดงานครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ

“ประชาชนส่วนใหญ่ชื่นชอบรูปแบบการจัดงาน และมีความพึงพอใจในร้านจำหน่ายสินค้าที่มีความหลากหลาย ซึ่งมีราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด ตลอดจนพ่อค้าแม่ค้าต่างรู้สึกดีใจที่มีโอกาสได้มาจำหน่ายสินค้าภายในงาน สร้างช่องทางอาชีพและรายได้อย่างดี” นายอารีพงศ์ กล่าว

ที่มา:หนังสือพิมพ์แนวหน้า

27 มีนาคม 2559

Rate this item
(0 votes)
Super User

ผู้ดูแลระบบ