‘แผ่นยางรองรางรถไฟ’ ทำเสร็จขายแล้ว (22/03/2559)

แม้ จะเริ่มราวกลางปี 2558 จากนโยบายนายกรัฐมนตรีที่ให้หน่วยงานต่างๆ เพิ่มการใช้ยางพาราในประเทศ พร้อมทั้งแนะให้ใช้เป็นวัตถุดิบผลิตชิ้นส่วนใช้ในระบบราง กระทั่งเป็นที่มาของ “แผ่นรองรางรถไฟจากยางพารา” ผลิตภัณฑ์น้องใหม่ในเครืออีโนเว รับเบอร์(ประเทศไทย) ที่ทำเม็ดเงินเข้าบริษัทเรียบร้อยแล้ว

ประเทศไทยผลิตและส่งออกแผ่นรองรางฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายขยายเส้นทางเดินรถไฟและสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงให้ ครอบคลุมทั่วประเทศในอนาคต ส่งผลให้ความต้องการใช้แผ่นรองรางฯ มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปี 2556 มีมูลค่าการนำเข้า 38.73 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2554 ที่มูลค่าการนำเข้าเพียง 7.72 ล้านบาท

แผ่นยางรองรางรถไฟวางอยู่ระหว่างหมอนรองรางกับรางรถไฟ ทำหน้าที่ลดการสั่นสะเทือนขณะที่รถไฟเคลื่อนที่ผ่าน เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมหนาประมาณ 2-12 มิลลิเมตร ความยาว 18 เซนติเมตร ความกว้าง 10 เซนติเมตร ในระยะทาง 1 กิโลเมตรจะใช้ 3,300 ชิ้น ซึ่งใช้วัตถุดิบยางพาราในการผลิตประมาณ 290 กิโลกรัม หากมีการผลิตป้อนให้ระบบรางของไทยซึ่งรวมระยะทางประมาณ 4,300 กิโลเมตร คาดว่าจะต้องใช้ยางธรรมชาติมากถึง 1,200 ตัน และในอนาคตหากมีการขยายระบบรางเป็น 8,400 กิโลเมตร ย่อมหมายถึงการระบายยางในสต็อกได้มากถึง 2,400 ตัน จากปริมาณในสต็อก 6.42 แสนตัน (ข้อมูลตัวเลขเบื้องต้นจากสถาบันวิจัยยาง)

กลางปีที่ผ่านมา ธเนศ สุขโต และอมร อาจินสมาจาร นักวิจัยบริษัท ไอ อาร์ ซี (เอเซีย) รีเสิร์ช จำกัด ในเครือ บมจ.อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) รับโจทย์จากบริษัทแม่มาขบคิดหาสูตรพัฒนาแผ่นรองรางรถไฟ ที่ใช้น้ำยางธรรมชาติเป็นวัตถุดิบ 100% โดยไม่ผสมทั้งเม็ดพลาสติกและยางสังเคราะห์ แม้ว่าแผ่นรองรางฯที่ผลิตจากพลาสติกจะมีต้นทุนต่ำและอายุการใช้งานยาวนาน แต่แผ่นรองรางฯที่ทำจากยางจะช่วยดูดซับพลังงานและยืดอายุการใช้งานของหมอน คอนกรีตได้ดีกว่า ขณะที่คุณสมบัติของยางสังเคราะห์จะทนกว่าพลาสติกและยางธรรมชาติแต่ต้นทุนก็ สูงกว่ามากเช่นกัน

ธเนศ กล่าวว่า หัวใจหลักในการพัฒนาคือ วิศวกรรมย้อนรอย โดยนำเข้าแผ่นยางจากต่างประเทศมาวิเคราะห์อย่างละเอียดทั้งสูตรเคมีและ คุณสมบัติต่างๆ เช่น ความคงทน ความแข็งแรง ความยืดหยุ่น ทนต่อโอโซนและความร้อน จากนั้นนำข้อมูลความรู้นั้นมาพัฒนาให้มีคุณสมบัติดีกว่า เบื้องต้นคิดค้นสูตรเคมีประกอบตามเกณฑ์ สมอ.ได้ 7 สูตร จากนั้นนำมาทดสอบดูคุณสมบัติแต่ละด้าน เปรียบเทียบกับมาตรฐานต่างประเทศ กระทั่งได้คำตอบดีที่สุดในเรื่องอายุการใช้งานคือ สูตร 6 แต่ก็มีขั้นตอนการผลิตที่ซับซ้อนเกินไป คำตอบจึงมาลงตัวที่สูตร 7 ซึ่งมีความเหมาะสมทั้งด้านต้นทุนและสูตรผลิต อีกทั้งเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้าในอนาคต ทางบริษัทจึงตั้งคุณสมบัติอ้างอิงมาตรฐานต่างประเทศ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานกลางของ สมอ.ในเรื่องแผ่นยางรองรางรถไฟจากยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์ ซึ่งเพิ่งประกาศใช้เมื่อปี 2558

“แผ่นรองรางฯ ที่ไทยผลิตมีทั้งแบบพลาสติกและยางสังเคราะห์ แต่ยังไม่มีที่เป็นยางพารา 100% เราจึงเป็นผู้ผลิตรายแรกในประเทศ โดยคิดค้นสูตรเคมีที่นำมาผสมในน้ำยางให้มีคุณสมบัติตามที่ผู้ใช้ต้องการทั้ง ความแข็งแรง ความยืดหยุ่น ทนต่อความร้อนและโอโซนซึ่งส่งผลต่อคุณภาพยางอย่างมาก ทั้งยังต้องคืนรูปได้เร็วอีกด้วยหลังจากถูกขบวนรถกดทับ” อมร กล่าว
ทั้งนี้ การพัฒนาสูตรได้ทำร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค สวทช.) ส่วนการทดสอบชิ้นงานต้นแบบทำร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)

ทั้งนี้ บมจ.อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) เป็นบริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ยางสำหรับผู้อุปโภคโดยตรง ได้แก่ ยางรถจักรยานยนต์ “IRC” ชิ้นส่วนสำหรับใช้ในการประกอบรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ยางใช้ในระบบชลประทานและอุตสาหกรรมก่อสร้าง เป็นต้น อีกทั้ง บริษัทฯ ยังมีประสบการณ์ด้านการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาง และการบริหารกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพระดับสูง ได้มาตรฐานสากลมามากกว่า 42 ปี ตลอดจนการลงทุนทำวิจัยและพัฒนาทางด้านผลิตภัณฑ์และวัสดุที่เกี่ยวข้อง ภายใต้การส่งเสริมของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนมามากกว่า 18 ปี ซึ่งเป็นการลงทุนทางด้านบุคลากรทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เครื่องทดสอบ ระบบทดสอบต่างๆ รวมมูลค่ากว่า 700 ล้านบาท

 

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ (วันที่ 21 มีนาคม 2559)

Rate this item
(0 votes)
Super User

ผู้ดูแลระบบ