กยท.ตะลุยซื้อยางส่งมอบจีน ให้สถาบันเกษตรกรขายไม่อั้น (22/03/2559)

กยท.หารือ สถาบันเกษตรกรจัดสรรโควตายางแผ่นรมควัน-ยางแท่งส่งซิโนเค็ม 2 แสนตัน คาดรับออร์เดอร์ได้ไม่เกิน 30% ผู้ส่งออกพร้อมช่วยประทับตรายางที่ส่งออกเพื่อสร้างความมั่นใจให้จีน ด้าน "ฉัตรชัย" ยันไม่ขยับราคาซื้อ 1 แสนตันจาก 45 บาท/กก.ขึ้นไปอีก

แหล่งข่าววงการยาง เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า คณะกรรมการบริหาร กยท. ผู้บริหาร กยท.และสถาบันเกษตรกรจะมีการประชุมร่วม 3 ฝ่ายเพื่อพิจารณาแบ่งสรรปันส่วนปริมาณยางแผ่นรมควันและยางแท่งที่ กยท.ขายให้กลุ่มซิโนเค็มของจีนจำนวน 2 แสนตัน และจะเริ่มส่งมอบในเดือน เม.ย.นี้ ซึ่งต้องดูความพร้อมของสถาบันเกษตรกรแต่ละแห่งว่าจะขายยางให้ กยท.ได้จำนวนเท่าใด รวมกันแล้วอาจจะได้โควตารวมประมาณ 10-30% ปัจจุบันสถาบันเกษตรกรมีโรงงานที่ได้มาตรฐานการผลิต GMP ที่พร้อมจะแปรรูปยางแล้ว 12 โรง ที่เหลือ 70-90% กยท.จะต้องซื้อยางจากกลุ่ม 5 เสือส่งออกตามที่จีนกำหนด

อย่างไรก็ตาม ทางจีนต้องการให้กลุ่ม 5 เสือประทับตรารับรองผลิตภัณฑ์ยางของสถาบันเกษตรกรที่จะส่งออก ดังนั้นทาง กยท.จึงได้เจรจากับ 5 กลุ่มผู้ส่งออกดังกล่าว ปรากฏว่า กลุ่ม บมจ.ไทยฮั้วยางพารา บางสาขา กลุ่มบริษัททองไทย จ.นครศรีธรรมราช และกลุ่มบริษัทเซ้าท์แลนด์ รับเบอร์ พร้อมจะประทับตรารับรองให้ การส่งออกให้จีนในลอตแรกเดือน เม.ย.นี้ จึงไม่น่าจะมีปัญหา

"เมื่อพิจารณาออร์เดอร์ที่ กยท.จะต้องซื้อยางให้ภาคเอกชนที่จะต้องนำไปผลิตเพื่อส่งมอบแก่หน่วย งานราชการ 1 แสนตัน และออร์เดอร์จากจีน 2 แสนตัน หากถึงฤดูเปิดกรีดยางใหม่มาถึง ราคายางไม่น่าจะมีปัญหา หากงานทั้ง 2 ส่วนไม่สะดุด"

แหล่งข่าวกล่าวว่า ล่าสุดสถาบันเกษตรกรแห่งใดมีปริมาณยางอยู่เท่าใด สามารถขายให้ กยท.ได้เต็มที่ในการส่งมอบแก่จีน 2 ลอตคือ เดือน เม.ย.-พ.ค.นี้ เนื่องจากก่อนหน้านี้สถาบันเกษตรกรขายยางออกไปมากจนเหลือน้อย และหากจะขายเป็นยางแผ่นรมควันชั้น 3 ไม่จำเป็นต้องอัดก้อน กยท.พร้อมจะจ้างโรงงานแปรรูปอัดเป็นก้อนต่อไป ส่วนราคารับซื้อ กยท.จะกำหนดราคาในขั้นต่อไปพร้อมกับพรีเมี่ยมเพิ่มเติมตามคุณภาพยาง

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้พื้นที่กรีดยางส่วนใหญ่ของไทยโดยเฉพาะภาคใต้ เข้าสู่ฤดูปิดกรีด ไม่มีน้ำยางออกสู่ตลาด สต๊อกยางในโลกขณะนี้มีปริมาณไม่ได้สูงอย่างที่เคยประมาณการไว้ โดยเฉพาะสต๊อกยางของจีนขณะนี้แทบไม่มี ส่งผลให้ราคายางปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยราคาในประเทศสูงกว่าราคาที่รัฐบาลรับซื้อในโครงการ รับซื้อยาง 1 แสนตันราคา 45 บาท/กก. และราคาเอฟโอบีอยู่ที่ราคาสูงกว่า 50 บาท/กก. ซึ่งการปรับเพิ่มของราคายางพาราในประเทศ ที่ขณะนี้สูงกว่าราคารับซื้อ รัฐบาลจะยังไม่ปรับราคารับซื้อยางพาราเพื่อชี้นำตลาดให้สูงขึ้นแต่อย่างใด

สำหรับการส่งมอบยางพาราตามสัญญาซื้อขายผลิตภัณฑ์ยางระหว่างการยางแห่งประเทศ ไทย (กยท.) กับกลุ่มซิโนเค็มของจีนจำนวน 2 แสนตัน ประกอบด้วยยางแผ่นรมควันชั้น 3 จำนวน 1.5 แสนตัน และยางแท่ง จำนวน 5 หมื่นตัน ผลิตไม่เกิน 3 เดือน โดยจะส่งมอบยางเฉลี่ยเดือนละ 1.66 หมื่นตัน เริ่มส่งได้เดือนแรก เม.ย. 2559 ขณะนี้ กยท.อยู่ระหว่างการรวบรวมยางพารา ซึ่งยอมรับว่าปริมาณยางช่วงนี้มีไม่มากพอที่จะส่งมอบให้กับกลุ่มซิโนเค็ม จึงได้สั่งการให้ กยท.เร่งทำสัญญารับซื้อยางจากเกษตรกรเพื่อให้ทันส่งมอบ จึงเชื่อว่าการตกลงซื้อขายยางพาราระหว่างไทยและจีนในลอตนี้ไม่น่าจะมีปัญหา กยท.น่าจะสามารถรวบรวมยางเพื่อส่งมอบได้ทัน

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ (วันที่ 21 มีนาคม 2559)

Rate this item
(0 votes)
Super User

ผู้ดูแลระบบ