ข่าวเด่น

Super User

Super User

ผู้ดูแลระบบ

นักวิเคราะห์ระบุว่า เดือนก.ย.มักเป็นเดือนที่ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวย่ำแย่ และผันผวนที่สุดของปี เมื่อพิจารณาจากสถิติที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายเจฟฟ์ ซอต หัวหน้านักวิเคราะห์จากบริษัทเรย์มอนด์ เจมส์ กล่าวว่า ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงราว 1.09% ในเดือนก.ย.มากกว่า 40% ของช่วงที่ผ่านมา

นายซอตยังระบุว่า ช่วงเดือนส.ค.-พ.ย. มักเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับตลาดหุ้นในปีที่ลงท้ายด้วย 7

ดัชนี S&P 500 มักร่วงลงเฉลี่ย 0.5% ในเดือนก.ย.
ทางด้านนายสตีเวน เดอแซงติส นักวิเคราะห์หุ้นของบริษัทเจฟเฟอรีส์ กล่าวว่า "เดือนก.ย.ขึ้นชื่อว่าเป็นเดือนที่ตลาดหุ้นปรับตัวได้ย่ำแย่ และปีนี้ก็จะไม่แตกต่างกัน โดยจะมีปัจจัยหลายประการที่รบกวนตลาด เช่น ความขัดแย้งระหว่างทำเนียบขาวและสภาคองเกรส, การประชุมของธนาคารกลางยุโรป และการที่ฝ่ายบริหารของบริษัทต่างๆเริ่มกลับจากการพักร้อน และทำการประเมินเกี่ยวกับผลประกอบการในไตรมาส 3 และ 4"

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เผชิญปัญหาขัดแย้งกับสภาคองเกรสเกี่ยวกับการเพิ่มเพดานหนี้ ซึ่งหากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกัน ก็จะส่งผลกระทบทำให้หน่วยงานของรัฐต้องปิดทำการ เนื่องจากรัฐบาลขาดแคลนงบประมาณในการบริหารประเทศ โดยสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ระบุเตือนว่า สภาวะดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 6 กันยายน 2560

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 200 จุดเมื่อคืนนี้ (5 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ อาจทำให้สถานการณ์ตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีทวีความรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความล่าช้าในการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,753.31 จุด ร่วงลง 234.25 จุด หรือ -1.07% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,375.57 จุด ลดลง 59.76 จุด หรือ -0.93% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,457.85 จุด ลดลง 18.70 จุด หรือ -0.76%

ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดร่วงลงเป็นวันแรกในรอบ 5 วันทำการ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลต่อข่าวการทดสอบยิงอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รวมทั้งรายงานข่าวของสื่อเกาหลีใต้ที่ระบุว่า เกาหลีเหนือเริ่มเคลื่อนย้ายขีปนาวุธไปทางชายฝั่งตะวันตกของประเทศ ซึ่งคาดว่าเป็นขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) โดยเป็นการเคลื่อนย้ายเฉพาะในเวลากลางคืนเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ

ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับการสันนิษฐานของกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ก่อนหน้านี้ที่ว่า มีสัญญาณบ่งชี้ว่าเกาหลีเหนือมีความพร้อมที่จะยิงขีปนาวุธ ICBM ครั้งใหม่ และยังสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนายแฮร์รี่ คาเซียนิส ผู้อำนวยการฝ่ายสำนักศึกษาด้านการป้องกันประเทศของศูนย์พิทักษ์ผลประโยชน์แห่งชาติสหรัฐซึ่งระบุว่า เกาหลีเหนืออาจจะทำการทดลองยิงขีปนาวุธ ICBM ในวันเสาร์ที่ 9 ก.ย.นี้ เพื่อเฉลิมฉลองวันก่อตั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี

นอกจากนี้ บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับแรงกดดันจากความล่าช้าของคณะทำงานประธานาธิบดีทรัมป์ ในการผลักดันมาตรการต่างๆให้มีผลบังคับใช้ ซึ่งรวมถึงมาตรการปฏิรูปภาษี ขณะเดียวกันนักลงทุนยังกังวลว่า หน่วยงานของรัฐบาลอาจจะต้องปิดทำการ หากทำเนียบขาวไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับสภาคองเกรสเกี่ยวกับการเพิ่มเพดานหนี้

หุ้นยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์ ร่วงลง 5.7% หลังจากยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์ ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ด้านการบินและอวกาศ ประกาศทุ่มเงิน 3 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อซื้อกิจการบริษัทร็อคเวลล์ คอลลินส์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัสดุตกแต่งภายในของธุรกิจการบิน โดยภายใต้ข้อตกลงการซื้อกิจการครั้งนี้ ยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์จะจับมือกับร็อคเวลล์ คอลลินส์ในการดำเนินธุรกิจด้านการบินและอวกาศ

ทั้งนี้ ยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์เป็นหนึ่งในซัพพลายเออร์รายใหญ่ที่สุดของโบอิ้ง และแอร์บัส ซึ่งการร่วงลงของหุ้น ยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์ ได้ฉุดหุ้นโบอิ้ง ดิ่งลง1.4% อย่างไรก็ตาม ข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นร็อคเวลล์ คอลลินส์ ดีดตัวขึ้น 0.3%

หุ้นเดลต้า แอร์ไลน์ ร่วงลง 3.5% หลังจากทางสายการบินได้ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการในปีนี้

หุ้นกลุ่มการเงินร่วงลงหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 2.079% เมื่อคืนนี้ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2016 โดยหุ้นโกลด์แมน แซคส์ ร่วงลง 3.6% ขณะที่หุ้นเจพีมอร์แกน และหุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ต่างก็ร่วงลงกว่า 2%

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยลบจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐดิ่งลง 3.3% ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2014 หลังจากเพิ่มขึ้น 3.2% ในเดือนมิ.ย. โดยมีสาเหตุจากอุปสงค์ที่ลดลงในคำสั่งซื้อเครื่องบินพาณิชย์ซึ่งทรุดตัวลง 70.8%

นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐซึ่งจะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดุลการค้าเดือนก.ค., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนส.ค. จากมาร์กิต, ดัชนีภาคบริการเดือนส.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM), รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนก.ค.

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 6 กันยายน 2560

ดัชนีและภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำวันที่ 5 ก.ย.2560
-- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 200 จุดเมื่อคืนนี้ (5 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ อาจทำให้สถานการณ์ตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีทวีความรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความล่าช้าในการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,753.31 จุด ร่วงลง 234.25 จุด หรือ -1.07% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,375.57 จุด ลดลง 59.76 จุด หรือ -0.93% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,457.85 จุด ลดลง 18.70 จุด หรือ -0.76%

-- ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเมื่อคืนนี้ (5 ก.ย.) เนื่องจากความวิตกกังวลต่อรายงานข่าวที่ว่า เกาหลีเหนืออาจยิงขีปนาวุธครั้งใหม่ หลังจากที่ได้ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังได้รับแรงกดดันหลังจากผลสำรวจของมาร์กิตระบุว่า ดัชนี PMI ภาคบริการของยูโรโซนชะลอตัวลงในเดือนส.ค.

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.1% ปิดที่ 373.71 จุด
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,086.56 จุด ลดลง 17.41 จุด หรือ -0.34% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,372.92 จุด ลดลง 38.55 จุด หรือ -0.52% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,123.71 จุด เพิ่มขึ้น 21.50 จุด หรือ +0.18%

-- ตลาดหุ้นลอนดอนปิดในแดนลบเมื่อคืนนี้ (5 ก.ย.) จากแรงกดดันของสกุลเงินปอนด์ที่แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ สืบเนื่องจากความวิตกในสถานการณ์ตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี หลังเกาหลีเหนือได้ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ตลาดยังได้รับปัจจัยลบจากข้อมูลภาคบริการที่อ่อนแอของอังกฤษ

ดัชนี FTSE 100 ลดลง 38.55 จุด หรือ -0.52% ปิดที่ 7,372.92 จุด
-- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเกือบ 3% เมื่อคืนนี้ (5 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากข่าวที่ว่า โรงกลั่นน้ำมันบางแห่งในแถบอีสต์โคสต์ได้เริ่มกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง หลังได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุเฮอร์ริเคน "ฮาร์วีย์" เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากข่าวที่ว่า รัสเซียและซาอุดิอาระเบียกำลังเจรจากันเกี่ยวกับการขยายเวลาข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิต

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. พุ่งขึ้น 1.37 ดอลลาร์ หรือ 2.9% ปิดที่ 48.66 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 1.04 ดอลลาร์ หรือ 2% ปิดที่ 53.38 ดอลลาร์/บาร์เรล

-- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 1 ปีเมื่อคืนนี้ (5 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย จากความกังวลเกี่ยวกับรายงานข่าวที่ว่า เกาหลีเหนืออาจยิงขีปนาวุธครั้งใหม่ หลังจากที่ได้ทดสอบระเบิดนิวเคลียร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 14.10 ดอลลาร์ หรือ 1.1% ปิดที่ระดับ 1,344.50 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย. 2016

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 12.5 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 17.941 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค.ปิดทรงตัวที่ 1,009 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 20.10 ดอลลาร์ หรือ 2.1% ปิดที่ 957 ดอลลาร์/ออนซ์

-- สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (5 ก.ย.) จากกระแสความวิตกสถานการณ์ตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี ภายหลังจากเกาหลีเหนือได้ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะที่ล่าสุดมีรายงานว่า เกาหลีเหนือได้ทำการเคลื่อนย้ายระบบขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ไปทางชายฝั่งตะวันตกของประเทศ ซึ่งคาดว่าเกาหลีเหนืออาจเตรียมทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยไกลดังกล่าวในเร็วๆนี้

ยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1905 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1867 ดอลลาร์ ในขณะที่ปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะ 1.3027 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2955 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นที่ระดับ 0.7990 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7970 ดอลลาร์

ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยน ที่ระดับ 108.79 เยน จากระดับ 110.23 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9555 ฟรังก์สวิส จากระดับ 0.9649 ฟรังก์สวิส

ดัชนี NASDAQ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 6,375.57 จุด ลดลง 59.76 จุด, -0.93%
ดัชนี DJIA ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 21,753.31 จุด ลดลง 234.25 จุด, -1.07%
ดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 2,457.85 จุด ลดลง 18.70 จุด, -0.76%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,086.56 จุด ลดลง 17.41 จุด, -0.34%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,372.92 จุด ลดลง 38.55 จุด, -0.52%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,123.71 จุด เพิ่มขึ้น 21.50 จุด, +0.18%
ดัชนี SENSEX ตลาดหุ้นอินเดียปิดที่ 31,809.55 จุด เพิ่มขึ้น 107.30 จุด, +0.34%
ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ปิดที่ 3,251.26 จุด เพิ่มขึ้น 20.29 จุด, +0.63%
ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดที่ 1,769.63 จุด ลดลง 3.53 จุด, -0.20%
ดัชนี Jakarta Composite ตลาดหุ้นอินโดนีเซียปิดที่ 5,829.98 จุด เพิ่มขึ้น 16.24 จุด, +0.28%

ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดที่ 27,741.35 จุด เพิ่มขึ้น 1.09 จุด, +0.00%
ดัชนี VN ตลาดหุ้นเวียดนามปิดที่ 792.31 จุด เพิ่มขึ้น 3.58 จุด, +0.45%
ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ปิดที่ 8,049.35 จุด เพิ่มขึ้น 14.15 จุด, +0.18%

ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนปิดที่ 3,384.32 จุด เพิ่มขึ้น 4.74 จุด, +0.14%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดที่ 2,326.62 จุด ลดลง 3.03 จุด, -0.13%
ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 5,706.20 จุด เพิ่มขึ้น 4.20 จุด, +0.07%

ดัชนี ALL ORDINARIES ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 5,767.80 จุด เพิ่มขึ้น 4.00 จุด, +0.07%

ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดที่ 19,385.81 จุด ลดลง 122.44 จุด, -0.63%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันปิดที่ 10,617.84 จุด เพิ่มขึ้น 47.97 จุด, +0.45%

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 6 กันยายน 2560

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดในแดนลบเมื่อคืนนี้ (5 ก.ย.) จากแรงกดดันของสกุลเงินปอนด์ที่แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ สืบเนื่องจากความวิตกในสถานการณ์ตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี หลังเกาหลีเหนือได้ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ตลาดยังได้รับปัจจัยลบจากข้อมูลภาคบริการที่อ่อนแอของอังกฤษ

ดัชนี FTSE 100 ลดลง 38.55 จุด หรือ -0.52% ปิดที่ 7,372.92 จุด
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นลอนดอนเมื่อคืนนี้ ดัชนี FTSE 100 ยังคงได้รับแรงกดดันจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ในคาบสมุทรเกาหลี โดยนักวิเคราะห์ตลาดจากบริษัทหลักทรัพย์โอแอนด์เอ กล่าวว่า นักลงทุนมีแนวโน้มระมัดระวังการซื้อขายในสินทรัพย์เสี่ยง เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่า ปัญหาขัดแย้งระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐจะไม่สามารถแก้ไขด้วยวิธีทางการทูตในระยะอันใกล้นี้ ขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่ได้หันไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเช่นทองคำ สกุลเงินฟรังก์สวิสและเยนกันมากขึ้น

เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียได้ออกมาเตือนว่า "โครงการพัฒนาขีปนาวุธของเกาหลีเหนืออาจนำไปสู่หายนะของโลก" ขณะที่เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือข่มขู่ว่า เกาหลีเหนือกำลังเตรียมการที่จะมอบ "ของขวัญ" ให้กับสหรัฐอีก

นอกจากนี้ตลาดหุ้นลอนดอนยังได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าขึ้นของเงินปอนด์เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยสกุลเงินปอนด์ทะยานขึ้น +0.0767% แตะ 1.3020 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการพุ่งทะลุระดับ 1.30 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยดอลลาร์อ่อนค่าลงสืบเนื่องจากความวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีและการที่นางลาเอล เบรนาร์ด หนึ่งในคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกมาส่งสัญญาณว่า เฟดอาจจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังเงินเฟ้อสหรัฐกำลังปรับตัวลง และอยู่ต่ำกว่าเป้าหมายของเฟดที่ 2%

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของอังกฤษที่มีการเปิดเผยเมื่อวานนี้ ไอเอชเอส มาร์กิต/ซีไอพีเอส รายงานว่า ดัชนี PMI ภาคบริการของสหราชอาณาจักรอยู่ที่ระดับ 53.2 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือน และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 53.5

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 6 กันยายน 2560

บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) แจ้งว่าได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อบริษัท ซินเนอร์จิสติก พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ มีทุนจดทะเบียน 1 แสนบาท โดย CPN ถือหุ้น 50% ร่วมกับบริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส ถือหุ้น 50%

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 6 กันยายน 2560



สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (31 ส.ค.) จากแรงกดดันของข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดของสหรัฐ ซึ่งทำให้เกิดกระแสคาดการณ์เป็นวงกว้างว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ นอกจากนี้นักลงทุนบางส่วนยังระมัดระวังการซื้อขายเพื่อจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐประจำเดือนส.ค.ที่จะมีการเปิดเผยในวันนี้

ยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1907 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1887 ดอลลาร์ ในขณะที่ปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะ 1.2927 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2922 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้น ที่ระดับ 0.7947 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7897 ดอลลาร์

ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยน ที่ระดับ 110.02 เยน จากระดับ 110.41 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9596 ฟรังก์สวิส จากระดับ 0.9634 ฟรังก์สวิส

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.21% สู่ระดับ 92.686 เมื่อคืนนี้

สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงสืบเนื่องจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดของสหรัฐซบเซาลง โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เพิ่มขึ้นเพียง 0.3% ในเดือนก.ค. น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมการใช้จ่ายด้านอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญนั้น ขยับขึ้นเพียง 0.1% โดยดัชนีขยายตัวในอัตราดังกล่าวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญอื่นๆของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อวานนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 1,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับ 236,000 ราย

ด้านสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) รายงานว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ร่วงลง 0.8% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.

นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนส.ค.ในวันนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่เฟดให้ความสำคัญในการใช้ประกอบการพิจารณาทิศทางนโยบายการเงิน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า ตัวเลขจ้างงานจะขยายตัวเพียง 180,000 ตำแหน่ง หลังจากที่ขยายตัวมากกว่า 200,000 ตำแหน่ง ติดต่อกันเป็นเวลา 2 เดือนก่อนหน้านั้น ขณะเดียวกันคาดว่า อัตราว่างงานเดือนส.ค.จะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 4.3%

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่จะมีการเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนส.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีภาคการผลิตเดือนส.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM), การใช้จ่ายภาคการก่อสร้างเดือนก.ค. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนส.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 1 กันยายน 2560



สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (5 ก.ย.) จากกระแสความวิตกสถานการณ์ตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี ภายหลังจากเกาหลีเหนือได้ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะที่ล่าสุดมีรายงานว่า เกาหลีเหนือได้ทำการเคลื่อนย้ายระบบขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ไปทางชายฝั่งตะวันตกของประเทศ ซึ่งคาดว่าเกาหลีเหนืออาจเตรียมทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยไกลดังกล่าวในเร็วๆนี้
ยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1905 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1867 ดอลลาร์ ในขณะที่ปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะ 1.3027 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2955 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นที่ระดับ 0.7990 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7970 ดอลลาร์

ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยน ที่ระดับ 108.79 เยน จากระดับ 110.23 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9555 ฟรังก์สวิส จากระดับ 0.9649 ฟรังก์สวิส

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.24% สู่ระดับ 92.410 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์ได้รับแรงกดดันให้อ่อนค่าลง จากกระแสความวิตกเกี่ยวกับปัญหาขัดแย้งระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ หลังเกาหลีเหนือได้ทดสอบจุดระเบิดระเบิดไฮโดรเจนที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงและสามารถบรรจุเข้าไปในหัวรบของขีปนาวุธข้ามทวีปได้เป็นผลสำเร็จ

นักวิเคราะห์กล่าวว่า นักลงทุนมีแนวโน้มเข้าถือครองสกุลเงินที่ถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เช่นเงินเยนและฟรังก์สวิส อย่างต่อเนื่อง

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อวานนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐดิ่งลง 3.3% ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2014 หลังจากเพิ่มขึ้น 3.2% ในเดือนมิ.ย. โดยมีสาเหตุจากอุปสงค์ที่ลดลงในคำสั่งซื้อเครื่องบินพาณิชย์ซึ่งทรุดตัวลง 70.8%

นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐซึ่งจะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดุลการค้าเดือนก.ค., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนส.ค. จากมาร์กิต, ดัชนีภาคบริการเดือนส.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM), รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนก.ค.

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 6 กันยายน 2560

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเมื่อคืนนี้ (5 ก.ย.) เนื่องจากความวิตกกังวลต่อรายงานข่าวที่ว่า เกาหลีเหนืออาจยิงขีปนาวุธครั้งใหม่ หลังจากที่ได้ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังได้รับแรงกดดันหลังจากผลสำรวจของมาร์กิตระบุว่า ดัชนี PMI ภาคบริการของยูโรโซนชะลอตัวลงในเดือนส.ค.

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.1% ปิดที่ 373.71 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,086.56 จุด ลดลง 17.41 จุด หรือ -0.34% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,372.92 จุด ลดลง 38.55 จุด หรือ -0.52% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,123.71 จุด เพิ่มขึ้น 21.50 จุด หรือ +0.18%

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบติดต่อกัน 2 วันทำการ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับรายงานข่าวที่ว่า เกาหลีเหนืออาจยิงขีปนาวุธครั้งใหม่ หลังจากที่ได้ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะที่รายงานล่าสุดจากสื่อเกาหลีใต้ระบุว่า เกาหลีเหนือเริ่มเคลื่อนย้ายขีปนาวุธไปทางชายฝั่งตะวันตกของประเทศ ซึ่งคาดว่าเป็นขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) โดยเป็นการเคลื่อนย้ายเฉพาะในเวลากลางคืนเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ

นอกจากนี้ นักลงทุนกังวลว่า ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนืออาจปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังจากนายฮาน แต ซอง เอกอัครราชทูตถาวรประจำสหประชาชาติของเกาหลีเหนือ กล่าวเมื่อวานนี้ว่า เกาหลีเหนือได้ส่งของขวัญไปยังสหรัฐเมื่อไม่นานมานี้ และจะมีอีกหลายชิ้นที่จะถูกส่งตามมา

"มาตรการป้องกันตัวของเกาหลีเหนือ ถือเป็นของขวัญมอบให้แก่สหรัฐ และสหรัฐจะได้รับของขวัญอีกหลายชิ้นจากประเทศของผม ตราบใดที่สหรัฐยังคงทำการยั่วยุ และพยายามกดดันเกาหลีเหนือ" นายฮานกล่าว

ตลาดหุ้นยุโรปยังได้รับแรงกดดันหลังจากไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการในเดือนส.ค. ปรับตัวลงแตะ 54.7 จากระดับ 55.4 ในเดือนก.ค.

หุ้นเซเลคทิส เอสเอ ซึ่งเป็นบริษัทเวชภัณฑ์ของฝรั่งเศส ดิ่งลง 21% หลังจากคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐได้สั่งให้บริษัทเซเลคทิสระงับการทดลองยารักษาโรคมะเร็ง

หุ้นเมอร์ก ซึ่งเป็นบริษัทเวชภัณฑ์ของเยอรมนี พุ่งขึ้น 2.4% ขณะที่หุ้นชไนเดอร์ อิเล็กทริก บริษัทอุตสาหกรรมรายใหญ่ของฝรั่งเศส ขยับขึ้น 0.3%

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 6 กันยายน 2560


สำนักงานตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลาปิดทำการ 1 วัน เนื่องจากเป็นหยุดวันตรุษอีฎิ้ลอัดฮา (วันรายอฮัจยี)