ข่าวเด่น

Super User

Super User

ผู้ดูแลระบบ

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (28 มิ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ อย่างไรก็ตาม การพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นและผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ได้สกัดแรงบวกของราคาทองคำ

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 2.2 ดอลลาร์ หรือ 0.18% ปิดที่ระดับ 1,249.10 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 14 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดที่ 16.791 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 3.30 ดอลลาร์ หรือ 0.4% ปิดที่ 924.20 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 3.75 ดอลลาร์ หรือ 0.4% ปิดที่ 854.60 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาทองคำปิดปรับตัวขึ้นหลังจากสกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้มขึ้น 0.4% แตะที่ 96.02 เมื่อคืนนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังเข้าซื้อสัญญาทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ลดลง 0.8% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน โดยปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน เพราะได้รับผลกระทบจากราคาบ้านที่เพิ่มขึ้น และสต็อกบ้านในระดับต่ำ

อย่างไรก็ตาม แรงบวกในตลาดทองคำได้ถูกสกัดลงในระหว่างวัน หลังจากผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น และตลาดหุ้นสหรัฐทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อคืนนี้ อันเนื่องมาจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มการเงิน

นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่จะมีการเปิดเผยในวันนี้ ซึ่งได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1 (ประมาณการครั้งสุดท้าย) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน 2560

สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IIF) ระบุว่า ตัวเลขหนี้ทั่วโลกแตะระดับ 217 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ หรือเทียบเท่ากับ 327% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

"ภาระหนี้ดังกล่าวไม่ได้มีการกระจายตัวอย่างเท่าเทียมกัน โดยบางประเทศมีภาระหนี้ที่ลดลง ขณะที่บางประเทศมีระดับหนี้ที่พุ่งสูงขึ้นมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวในระยะยาว และต่อเสถียรภาพทางการเงิน" รายงานของ IIF ระบุ
IIF เปิดเผยว่า ตัวเลขหนี้ได้ลดลงในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ในตลาดที่กำลังพัฒนา ตัวเลขหนี้ได้เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

"ตัวเลขหนี้ทั้งหมดในตลาดเกิดใหม่ (ยกเว้นจีน) เพิ่มขึ้น 0.9 ล้านล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 23.6 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงไตรมาสแรก โดยได้รับผลกระทบจากบราซิล (เพิ่มขึ้น 0.6 ล้านล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 3.6 ล้านล้านดอลลาร์) และอินเดีย (เพิ่มขึ้น 0.2 ล้านล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 2.9 ล้านล้านดอลลาร์)

IIF ระบุว่า จีนมีตัวเลขหนี้ต่อจีดีพีของภาคครัวเรือนมากกว่า 45% ในไตรมาสแรก ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าระดับเฉลี่ยของตลาดเกิดใหม่ที่ระดับ 35%

นอกจากนี้ หนี้ทั้งหมดของจีนอยุ่ในระดับมากกว่า 304% ของตัวเลขจีดีพี ณ เดือนพ.ค.ปีนี้

ขณะเดียวกัน หนี้ภาคเอกชนในยูโรโซนได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยลดลงจาก 103.4 ล้านล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปีที่แล้ว สู่ระดับ 97.7 ล้านล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปีนี้

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน 2560

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (28 มิ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มการเงิน หลังจากผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากแรงซื้อที่ส่งเข้าหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และหุ้นบริษัทที่เปิดเผยผลประกอบการแข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงหุ้นเจเนอรัล มิลส์ ผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของสหรัฐ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,454.61 จุด พุ่งขึ้น 143.95 จุด หรือ +0.68% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,440.69 จุด เพิ่มขึ้น 21.31 จุด หรือ +0.88% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,234.41 จุด เพิ่มขึ้น 87.79 จุด หรือ +1.43%

หุ้นกลุ่มการเงินพุ่งขึ้น โดยได้ปัจจัยบวกจากผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมทั้งกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปในปีนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังเข้าซื้อเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มการเงิน ก่อนที่เฟดจะเปิดเผยรายงานการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 34 แห่งของสหรัฐว่า จะสามารถจ่ายเงินปันผล, ซื้อคืนหุ้น และทำธุรกรรมที่สำคัญในด้านอื่นๆได้หรือไม่ หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารเหล่านี้ได้ผ่านการทดสอบในเรื่องของการมีระดับเงินทุนที่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะต้านทานภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง

ทั้งนี้ หุ้นเจพีมอร์แกน เชส และหุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ต่างก็พุ่งขึ้นกว่า 2% ส่วนหุ้นพรูเดนเชียล ไฟแนนเชียล พุ่งขึ้น 2.5% และหุ้นเวลส์ ฟาร์โก ปรับตัวขึ้น 2.2%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้น หลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทะยานขึ้น 1.3% เมื่อคืนนี้

นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มที่เปิดเผยผลประกอบการแข็งแกร่ง โดยหุ้นเจเนอรัล มิลส์ ผู้ผลิตอาหารแบรนด์ดังอย่างซีเรียล Cheerios และโยเกิร์ต Yoplait พุ่งขึ้น 1.6% หุ้นเคบี โฮม ซึ่งเป็นบริษัทรับสร้างบ้าน ทะยานขึ้น 5.4% และหุ้นคอลแอมป์ บริษัทสื้อสารไร้สาย พุ่งขึ้น 6.2%

หุ้นสเทเพิลส์ ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกสินค้าสำหรับสำนักงาน พุ่งขึ้น 8.5% หลังจากบริษัทตกลงรับข้อเสนอเข้าซื้อกิจการจากบริษัทไซคามอร์ พาร์ทเนอร์

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ลดลง 0.8% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน โดยปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน เพราะได้รับผลกระทบจากราคาบ้านที่เพิ่มขึ้น และสต็อกบ้านในระดับต่ำ

นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่จะมีการเปิดเผยในวันนี้ ซึ่งได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1 (ประมาณการครั้งสุดท้าย) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน 2560

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์เมื่อคืนนี้ (28 มิ.ย.) ด้วยปัจจัยลบจากการที่สกุลเงินปอนด์แข็งค่าขึ้น ภายหลังจากนายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ได้กล่าวถึงความจำเป็นที่อังกฤษจะต้องยกเลิกมาตรการกระตุ้นทางการเงิน

ดัชนี FTSE 100 ลดลง 46.56 จุด หรือ -0.63% ปิดที่ 7,387.80 จุด

ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นลอนดอนเมื่อคืนนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดในแดนลบเป็นวันที่ 6 ในรอบ 7 วันทำการ ภายหลังจากค่าเงินปอนด์พุ่งแตะระดับ 1.2940 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2814 ดอลลาร์ที่ตลาดนิวยอร์กในคืนวันอังคาร สืบเนื่องจากนายคาร์นีย์ ผู้ว่าการ BoE กล่าวว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินมีความอดทนที่จำกัดต่อเงินเฟ้อที่กำลังพุ่งขึ้นเหนือระดับเป้าหมาย

นายคาร์นีย์ กล่าวเสริมด้วยว่า ธนาคารกลางอังกฤษอาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้ว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคจะอ่อนตัวก็ตาม

ทั้งนี้การแข็งค่าของเงินปอนด์ได้ส่งผลกระทบต่อรายได้ในต่างประเทศของบริษัทข้ามชาติที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวขึ้น ตามทิศทางของราคาน้ำมันเมื่อคืนนี้ โดยหุ้นแอนโตฟากาสตา เพิ่มขึ้น 1.7% และหุ้นบีเอชพี บิลลิตัน ขยับขึ้น 0.9%

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของอังกฤษที่มีการเปิดเผยเมื่อวานนี้ เนชั่นไวด์ บิลดิง โซไซตี้ (Nationwide Building Society) รายงานว่า ราคาบ้านในสหราชอาณาจักรปรับตัวขึ้น 1.1% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการดีดตัวขึ้นหลังจากที่ร่วงลง 3 เดือนติดต่อกันก่อนหน้านี้

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์เมื่อคืนนี้ (28 มิ.ย.) ด้วยปัจจัยลบจากการที่สกุลเงินปอนด์แข็งค่าขึ้น ภายหลังจากนายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ได้กล่าวถึงความจำเป็นที่อังกฤษจะต้องยกเลิกมาตรการกระตุ้นทางการเงิน

ดัชนี FTSE 100 ลดลง 46.56 จุด หรือ -0.63% ปิดที่ 7,387.80 จุด

ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นลอนดอนเมื่อคืนนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดในแดนลบเป็นวันที่ 6 ในรอบ 7 วันทำการ ภายหลังจากค่าเงินปอนด์พุ่งแตะระดับ 1.2940 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2814 ดอลลาร์ที่ตลาดนิวยอร์กในคืนวันอังคาร สืบเนื่องจากนายคาร์นีย์ ผู้ว่าการ BoE กล่าวว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินมีความอดทนที่จำกัดต่อเงินเฟ้อที่กำลังพุ่งขึ้นเหนือระดับเป้าหมาย

นายคาร์นีย์ กล่าวเสริมด้วยว่า ธนาคารกลางอังกฤษอาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้ว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคจะอ่อนตัวก็ตาม

ทั้งนี้การแข็งค่าของเงินปอนด์ได้ส่งผลกระทบต่อรายได้ในต่างประเทศของบริษัทข้ามชาติที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวขึ้น ตามทิศทางของราคาน้ำมันเมื่อคืนนี้ โดยหุ้นแอนโตฟากาสตา เพิ่มขึ้น 1.7% และหุ้นบีเอชพี บิลลิตัน ขยับขึ้น 0.9%

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของอังกฤษที่มีการเปิดเผยเมื่อวานนี้ เนชั่นไวด์ บิลดิง โซไซตี้ (Nationwide Building Society) รายงานว่า ราคาบ้านในสหราชอาณาจักรปรับตัวขึ้น 1.1% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการดีดตัวขึ้นหลังจากที่ร่วงลง 3 เดือนติดต่อกันก่อนหน้านี้


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน 2560

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดพุ่งขึ้นกว่า 100 จุดในวันนี้ ตามทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐที่ปิดในแดนบวกทั้ง 3 ดัชนีหลักเมื่อคืนนี้ นอกจากนี้ตลาดหุ้นโตเกียวยังได้รับอานิสงส์จากการที่เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ซึ่งช่วยหนุนหุ้นกลุ่มส่งออกปรับตัวขึ้น
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดเพิ่มขึ้น 130.46 จุด หรือ +0.65% แตะที่ 20,260.87 จุด
หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นนำโดยหุ้นกลุ่มธนาคาร กลุ่มเหล็กและเหล็กกล้า และกลุ่มเครื่องจักร

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน 2560

Spot  closed unchanged as the market continued to remain under pressure on Thursday.  4 finished flat at ₹122 a kg according to traders and the  Board. The grade quoted steady at ₹119 a kg by dealers.   declined to ₹123.32 (124.70), August to ₹126.61 (127.38) and September to ₹126.50 (126.85) on NMCE. RSS 3 (spot) weakened to ₹113.05 (114.18) at . June  slid to ₹113.95 (114.12)on TOCOM. Spot rubber rates (₹/kg) were: RSS-4: 122 (122); RSS-5: 119.50 (119.50);  20: 111 (110) and Latex (60% drc): 92.50 (92.50).

TOKYO ( 26): Benchmark Tokyo rubber futures gained 0.4% on Monday, as firm  prices and a rise in Shanghai futures provided support.

Tokyo Commodity Exchange () futures, which set the tone for   in Southeast Asia, edged up as oil prices rose 1 percent on a weaker dollar, but worries over sluggish rubber demand remained, dealers said.

The Tokyo Commodity Exchange rubber contract for November delivery finished 0.8 yen higher at 190.1 yen (US$1.71) per kg after touching 195.2 yen earlier, the highest since June 20.

The front-month contract for June delivery expired on Monday.

The most active rubber contract on the Shanghai futures exchange for September delivery rose 155 yuan to finish at 12,730 yuan (US$1,860) per tonne.

’s SICOM exchange was closed on account of a public holiday.

By Sam Forgione

NEW YORK (Reuters) - The dollar fell against the safe-haven yen on Monday after comments from a top Bank of Japan (BOJ) official reinforced views that the central bank was unable to weaken the yen, while an impending U.S. presidential debate stoked uncertainty.

BOJ Governor Haruhiko Kuroda said Monday the central bank stood ready to use every possible policy tool to achieve its 2 percent inflation target. He also said no big increase or decrease to its bond buying was expected for now.

The comments eased speculation that the BOJ was considering tapering asset purchases and supported a view that the BOJ was keeping in place a monetary policy that has only led the yen to strengthen.

The yen has gained more than 17 percent since the BOJ shocked markets in January by cutting rates below zero for the first time. The dollar was last down 0.5 percent against the yen <jpy=>at 100.47 yen after touching a session low of 100.34 yen.

"The BOJ is saying we’ll continue on the current path," said Alfonso Esparza, senior currency strategist at Oanda in Toronto. "That means the yen at current levels will continue to strengthen."

The yen also gained ahead of a U.S. presidential debate between Democrat Hillary Clinton and Republican Donald Trump at 9 p.m. ET (0100 GMT on Tuesday), as well as Moody's move to cut Turkey's sovereign rating to "junk" on Friday and an uncertain outcome to an OPEC meeting.

Analysts said uncertainty over the impact of the U.S. presidential debate hurt the dollar since the nervousness was specific to the United States. The dollar index (DXY), which measures the greenback against a basket of six major currencies, was last down 0.21 percent at 95.272.

"Most market participants are waiting to see what comes out of the debate tonight and will take their cue from there," said Richard Scalone, co-head of foreign exchange at TJM Brokerage in Chicago.

The euro was last up 0.28 percent against the dollar at $1.1256 after hitting an 11-day high of $1.1269 earlier. The dollar was last up 0.46 percent against the Turkish lira <TRY=> at $2.9797 liras in the wake of the Turkey credit downgrade after hitting a seven-week high against the lira in early trade of $2.9981.

 

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลดลงเมื่อวันศุกร์ (23 มิ.ย.) หลังจากที่มาร์กิตเปิดเผยว่า ดัชนี PMI รวมภาคการผลิต-บริการของสหรัฐ ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนในเดือนมิ.ย. ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับตัวสูงขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานที่ดีดตัว ด้านดัชนี Nasdaq ก็ปรับตัวขึ้น โดยได้แรงบวกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ขยับลง 2.53 จุด หรือ 0.01% ปิดที่ 21,394.76 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 3.80 จุด หรือ 0.16% ปิดที่ 2,438.30 จุด ดัชนี Nasdaq บวก 28.56 จุด หรือ 0.46% ปิดที่ 6,265.25 จุด

สำหรับตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 0.05% ดัชนี S&P 500 บวก 0.2% ดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.8%

หุ้นซิงโครนอส เทคโนโลยีส์ พุ่ง 33% หลังจากที่บริษัทไพรเวทอิควิตี้ชื่อ ซีรีส แคปิตอล กรุ๊ป ยื่นข้อเสนอขอซื้อกิจการในราคา 18 ดอลลาร์ต่อหุ้นด้วยเงินสด

หุ้นแบล็คเบอร์รี่ร่วงลง 12.3% หลังทำยอดขายรายไตรมาสได้น้อยกว่าที่คาดการณ์
หุ้นเบด บาธ แอนด์ บียอนด์ ลดลง 12% หลังยอดขายและกำไรไตรมาสแรกต่ำกว่าคาดการณ์
ทั้งนี้ ผลการสำรวจของไอเอชเอส มาร์กิต ระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เบื้องต้นรวมภาคการผลิตและบริการของสหรัฐ ร่วงลงสู่ระดับ 53.0 ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน หลังจากแตะระดับ 53.6 ในเดือนพ.ค. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิตและบริการของสหรัฐ

นอกจากนี้ ตลาดให้ความสนใจต่อการกล่าวสุนทรพจน์ของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่กรุงลอนดอนในวันอังคารหน้า ซึ่งนักลงทุนจะจับตาการส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของเฟด

ขณะเดียวกัน นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์, นางลอเรตตา เมสเตอร์ ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ และนายเจอโรม โพเวลล์ หนึ่งในคณะผู้ว่าการเฟด ได้กล่าวสุนทรพจน์เมื่อคืนนี้ตามเวลาไทย ซึ่งนักลงทุนต่างจับตาเพื่อหาสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวในการประชุมที่แนชวิลล์ว่า เฟดสามารถระงับการขึ้นดอกเบี้ยในระยะสั้น และรอดูว่าเศรษฐกิจจะไปในทิศทางใด

นางลอเรตตา เมสเตอร์ ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ กล่าวว่า เฟดต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อไปเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเงินเฟ้อที่ไม่สามารถควบคุมได้และอาจก่อให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

นายเจอโรม โพเวลล์ หนึ่งในคณะผู้ว่าการเฟด กล่าวในการประชุมงานหนึ่งว่า เฟดอาจพิจารณายกเครื่องกฎการเคลียริ่ง เนื่องจากระบบที่ใช้ในปัจจุบันทำให้ธนาคารต่างๆเปราะบางต่อความเสี่ยง

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 27 มิถุนายน 2560

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (26 มิ.ย.) จากแรงซื้อที่ส่งเข้าหนุนหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคและกลุ่มโทรคมนาคม ซึ่งเป็นหุ้นที่สามารถต้านทานวัฏจักรทางเศรษฐกิจได้ดี (defensive stocks) ขณะที่หุ้นกลุ่มการเงินดีดตัวขึ้นหลังจากประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์กและซานฟรานซิสโกได้ออกมาสนับสนุนให้เฟดเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐได้สกัดแรงบวกของดัชนีดาวโจนส์  และการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้ฉุดดัชนี Nasdaq ปิดตลาดในแดนลบ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,409.55 จุด เพิ่มขึ้น 14.79 จุด หรือ +0.07% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,439.07 จุด เพิ่มขึ้น 0.77 จุด หรือ +0.03% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,247.15 จุด ลดลง 18.10 จุด หรือ -0.29%

ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดดีดตัวขึ้นเป็นวันแรกในรอบ 5 วันทำการ เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มที่สามารถต้านทานวัฏจักรทางเศรษฐกิจได้ดี เช่นหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคและกลุ่มโทรคมนาคม โดยหุ้นเฟิร์สท์เอนเนอร์จี ซึ่งเป็นบริษัทสาธารณูปโภครายใหญ่ของสหรัฐ พุ่งขึ้น 4.1% และหุ้นเอ็กเซลอน ดีดขึ้น 1.9%

หุ้นกลุ่มทรัสต์เพื่อการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้นริมโค เรียลตี้ พุ่งขึ้น 2.7% หุ้นซีบีอาร์อี กรุ๊ป พุ่งขึ้น 3.2%

หุ้นกลุ่มการเงินดีดตัวขึ้น โดยดัชนีหุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้น 0.5% หลังจากนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโก และนายวิลเลียมส์ ดัดลีย์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ต่างก็ออกมาสนับสนุนให้เฟดเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปในปีนี้ เพื่อหนุนการขยายตัวอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจสหรัฐ

ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโกกล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อทำให้นโยบายการเงินกลับสู่ภาวะปกตินั้น จะช่วยให้สามารถรักษาการขยายตัวของเศรษฐกิจในอัตราที่จะดำเนินไปอย่างยั่งยืนในระยะยาว และถ้ารอนานเกินไป เศรษฐกิจจะอยู่ในภาวะร้อนแรงเกินไป ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ และปัญหาอื่นๆ และอาจถึงขั้นที่ทำให้เฟดอยู่ในสภาพที่ต้องรีบปรับนโยบายเพื่อชะลอการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

หุ้นเนสท์เล่ พุ่งขึ้น 3.9% หลังจากมีรายงานว่า เธิร์ด พอยท์ ซึ่งเป็นเฮดจ์ฟันด์ของนายดาเนียล โล๊บ มหาเศรษฐีนักลงทุนชื่อดัง ได้เข้าซื้อหุ้นมูลค่า 3.5 พันล้านดอลลาร์ในบริษัทเนสท์เล่

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐได้สกัดแรงบวกในตลาด โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ร่วงลง 1.1% ในเดือนพ.ค. หลังจากลดลง 0.9% ในเดือนเม.ย.

ขณะที่เฟดสาขาดัลลัส เปิดเผยว่า ดัชนีภาคการผลิตร่วงลง สู่ระดับ 12.3 ในเดือนมิ.ย. จากระดับ 23.3 ในเดือนพ.ค.

นอกจากนี้ การร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังส่งผลให้ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนลบ โดยหุ้นเฟซบุ๊ก หุ้นแอปเปิล และหุ้นอัลฟาเบท ต่างก็ปรับตัวลงกว่า 1%

หุ้นยัม แบรนด์ส ปรับตัวลง 0.1% จากข่าวที่ว่าบริษัทคอลลินส์ ฟู้ดส์ ของออสเตรลีย จะเข้าซื้อร้าน KFC จำนวน 28 สาขาจากยัม แบรนด์ส

นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในวันนี้ ซึ่งได้แก่ ดัชนีราคาบ้านเดือนเม.ย.โดยเอสแอนด์พี/เคส-ชิลเลอร์ และดัชนีการผลิตเดือนมิ.ย.โดยเฟดสาขาริชมอนด์

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม "Global Economic Issues" ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยนักวิเคราะห์คาดว่า นางเยลเลนจะเน้นย้ำถึงจุดยืนของเฟดที่ว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป หรือการเริ่มปรับลดงบดุลของเฟดนั้น จะพิจารณาจากข้อมูลเศรษฐกิจที่เฟดได้รับ


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 27 มิถุนายน 2560